ราคา Bitcoin วันนี้: อ่อนแอที่ $75k หลังทําจุดต่ําสุดในรอบ 15 เดือน
China imports in focus
• SET: คาด SET Index แกว่งทรงตัววันนี้ แม้มีปัจจัยลบจากการรีบาวด์ขึ้น ของ Bond yield และดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังนาง Susan Collins ประธาน Fed สาขา Boston กล่าวเมื่อคืนนี้ว่า ดอกเบี้ยสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะอยู่สูง นานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม เพื่อจ่าเป็นที่จะลดทอนการเติบโตในภาค อุปสงค์ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อลง (Trade-off) ให้กลับ เข้าสู่กรอบเป้าหมายของ Fed ที่ 2% ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี Sentiment เชิงลบดังกล่างน่าจะถูกหักล้างได้บ้างจากการปรับตัวขึ้นของกลุ่ม Oil & Gas รับการปรับสูงขึ้นของราคานํามันดิบ ภายหลังสหรัฐฯรายงาน ตัวเลขสต็อกน้ามันดิบเมื่อคืนนี้ปรับลดลงมากกว่า ตลาดคาดการณ์ไว้
• Strategy: ในเชิงกลยุทธ์ คงคาดการณ์การแกว่งตัวของ SET Index เดือนนี้ในกรอบ 1340-1400 จุด โดยมีเส้นกึ่งกลางอยู่ที่ระดับ 1370 จุด ซึ่งเป็นระดับยุติธรรมใหม่ของเราตามวิธี PE Model มองกรอบแนวต้านที น่าสนใจสําหรับการ Lock profit ที่บริเวณ 1390-1400 จุด ในทางกลับกัน ประเมินกรอบแนวรับสําหรับการเพิ่มนํ้าหนักที่ระดับ 1340-1350 จุด ตราบ ใดที่ดัชนียังปรับตัวไม่ถึงกรอบเหล่านี้ แนะนํา Wait & See ต่อไปเช่นเดิม
• China: ในส่วนปัจจัยวันนี้ แนะติดตามรายงานตัวเลขส่งออก-นําเข้าของ จีนประจําเดือนเมษายน ซึ่งล่าสุดตลาดคาดการณ์ขยายตัว 1.3% และ 4.7% ตามล่าดับ ซึ่งหากตัวเลขน่าเข้าออกมาดี มองเป็นสัญญาณที่ดีต่อ ภาคการส่งออกของไทยไปยังจีน ซึ่งในปีนี้เห็นการเติบโตที่ดีขึ้นในบาง สินค้าอย่างเช่น ยางพารา (+6% YTD) มองกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้อง (NER, STA, TEGH) นี้มีความน่าสนใจจากเศรษฐกิจจีนที่ทยอยฟื้นตัว ไม่นับรวม กับปรากฏการณ์ El Nino ที่กําลังจะผ่านพ้นไปในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งน่าจะทํา ให้ผลผลิตยางฟื้นตัว และมี Story การส่งมอบยางตามสัญญา EUDR ที่จะ ช่วยเพิ่ม Margin ได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 นี้
• TEGH: แม้คาดกําไร 1Q67 ออกมาเพียง 5 ล้านบาท (- 92% QoQ / - 95%YoY) แต่หากติดผลเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนออกไป กําไรจากการ ดาเนินงานจะอยู่ที่ 89 ล้านบาท ดีขึ้น 52% QoQ โดยในช่วงไตรมาสแรกนี้ บริษัทยังมีแรงกดดันในส่วนของธุรกิจปาล์มที่ขาดทุนเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่า หลังเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ผลผลิตทั้งย่างและปาล์มจะเข้าสู่ ตลาดมากขึ้น จะทําให้ Margin กลับมาฟื้นตัวได้ และท่าให่โมเมนตัมของ กําไรดีขึ้นต่อเนื่อง ในเชิงพื้นฐาน คงราคาเป้าหมายที่ 3.80 บาท อิง PE 10x แนะนําา “ซื้อ” gain
• OR: คงคําแนะนํา “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 27 บาท อิง PE 25x ล่าสุด บริษัทรายงานก่าไร 1Q24 ที่ 3.7 พันล้านบาท ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เล็กน้อย โดย Gross Margin ไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.12 บาทต่อลิตร ปรับดีขึ้น จาก 1Q23 ที่ 1 บาทต่อลิตร และ 4Q23 ที่ 0.75 บาทต่อลิตร จาก Stock และการบริหารจัดการน้ํามันที่ดีขึ้น ประเมินแนวโน้มกําไร 2Q24 คาดว่าจะยังสามารถทรงตัวได้ในระดับ 3.0-3.5 พันล้านบาท โดย Margin ของบริษัทน่าจะคงยังรักษาได้ ระดับ 1 บาทต่อลิตร ส่วนธุรกิจ Lifestyle มี โอกาสที่จะปรับดีขึ้นจากปริมาณขายที่น่าจะเพิ่มขึ้นจากหน้าร้อน คงประมาณการกําาไรปีนี้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนราว 15%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
