เฟดมีมติ “คง”ดอกเบี้ย ตามคาด Dot Plot ใหม่สะท้อนแนวโน้มเฟดลดดอกเบี้ยปีหน้า

เผยแพร่ 14/12/2023 11:34

เฟดมีมติคงดอกเบี้ย ตามคาด

ส่วน Dot Plot ใหม่สะท้อนแนวโน้มเฟดลดดอกเบี้ยปีหน้าราว 3 ครั้ง

  • Fed Funds Target Range

Actual: 5.25-5.50%        Previous: 5.25-5.50% 

KTBGM: 5.25-5.50%       Consensus: 5.25-5.50%

    • คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% ตามคาด และส่งสัญญาณพร้อมทยอยปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 4.6% ในปี 2024 ซึ่งต่ำกว่าที่เฟดเคยประเมินไว้ก่อนหน้าในเดือนกันยายนที่ระดับ 5.1%
    • เมื่อเทียบประมาณการเศรษฐกิจในการประชุมเดือนกันยายน เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้พอสมควร แต่ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีหน้าเล็กน้อยสู่ระดับ +1.4% สอดคล้องกับการคงคาดการณ์อัตราการว่างงาน อย่างไรก็ดี เฟดได้ปรับลดประมาณการทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไป PCE และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ทั้งนี้ถ้อยแถลงของประธานเฟดได้สะท้อนว่า “เฟดจะเริ่มพิจารณาลดดอกเบี้ย หลังอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานชะลอตัวลงมากขึ้น”
    • แม้เรายังคงมุมมองเดิมว่า เฟดจะสามารถทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ไม่ยาก หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทว่ามุมมองของผู้เล่นในตลาดที่กำลังประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดที่ “เร็วและลึก” กว่า Dot Plot พอสมควร ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่เลวร้ายมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่ตลาดอาจเผชิญการปรับมุมมองแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยให้ตลาดการเงินผันผวนสูงขึ้นได้ในระยะถัดไป
    • Next FOMC Decision: Feb. 1 2024 (2 AM BKK)

คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% และคาดการณ์ดอกเบี้ยใหม่ชี้เฟดอาจลดดอกเบี้ย -75bps ในปีหน้า

  • FOMC มองข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ชะลอตัวลงหลังจากขยายตัวแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3 ส่วนภาวะตลาดแรงงาน แม้จะชะลอลงนับตั้งแต่ต้นปี แต่โดยรวมยังคงแข็งแกร่งอยู่ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงต่อเนื่อง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง และแม้ว่าระบบธนาคารสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่งอยู่ แต่ภาวะตึงตัวการเงิน รวมถึงภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน อาจยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อได้ โดยผลกระทบดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน อนึ่งความเสี่ยงเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่เฟดให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% พร้อมกับเดินหน้าลดงบดุล โดย FOMC มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมายที่ 2%
  • ในส่วนคาดการณ์เศรษฐกิจ เฟดได้ปรับลดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปี 2024 เล็กน้อย หลังเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีในปีนี้ และ เฟดได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE สู่ระดับ 2.4% ในปีหน้า สอดคล้องกับการปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นระดับ 4.625% สะท้อนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยลง -75bps ในปีหน้า ทั้งนี้ เฟดยังคงคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ที่ระดับ 2.50% 
  • ถ้อยแถลงของประธานเฟด ได้สะท้อนว่า เฟดพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงิน หากมีสัญญาณชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานชะลอลงมากขึ้นนอกจากนี้ ประธานเฟด ยังได้กล่าวเตือนว่า เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ แม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีในปีนี้ก็ตาม

แม้เฟดอาจลดดอกเบี้ยลงในปีหน้า คล้ายกับที่เราประเมิน แต่ผู้เล่นในตลาดได้มองเฟดลดดอกเบี้ยเร็วและลึกพอสมควร ทำให้ต้องระวังความผันผวน หากภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งอยู่

  • จากแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อ ทั้ง CPI และ PCE ทำให้ เราคงมุมมองเดิมว่า เฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วที่ระดับ 5.25-5.50% และเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยลงได้ในปีหน้า ตั้งแต่การประชุมเดือนมีนาคม เมื่อเศรษฐกิจเริ่มเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเราประเมินว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยลงได้ราว -175bps สู่ระดับ 3.50-3.75% อย่างไรก็ดี เราจะมั่นใจต่อมุมมองดังกล่าวมากขึ้น หากเห็นสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจนของการจ้างงานสหรัฐฯ อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims)  เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสูงกว่าระดับ 2 ล้านราย, ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ลดลงต่ำกว่าระดับ +1 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ขยับขึ้นแตะระดับ 4.00% (ซึ่งจะเข้าเงื่อนไขของ Sahm’s rule)
  • อนึ่ง ในการประชุมครั้งนี้ เฟดได้ปรับลดคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดในอนาคตลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนในการประชุมเดือนกันยายน โดยสะท้อนว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยลง -75bps ในปีหน้า และลดดอกเบี้ยลงราว -100bps ในปี 2025 ทว่า มุมมองของผู้เล่นในตลาดโดยเฉพาะมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในปีหน้านั้น กลับมองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ “เร็วและลึก” กว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด โดยจาก CME FedWatch Tool ผู้เล่นในตลาดมองว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยลงได้ในการประชุมเดือนมีนาคม และอาจลดดอกเบี้ยได้ราว -150bps ทำให้ เรามองว่า ตลาดอาจเผชิญความเสี่ยงที่จะต้องกลับมาปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดในระยะสั้น 
  • ดังนั้น แม้เราจะมีมุมมองที่ Bearish ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีหน้า และมีมุมมองที่ Bullish ต่อการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลพอสมควร ทว่า ผู้เล่นในตลาดควรเน้นรอจังหวะ “Buy on Dip” หรือรอจังหวะให้บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น มากกว่าที่จะไล่ราคาซื้อ หลังล่าสุด บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงเร็วและแรง จน Risk-Reward มีความน่าสนใจลดลง เช่นเดียวกัน กับ Trade Idea ที่ล้อไปกับแนวโน้มการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ เช่น Long JPY ที่เราได้นำเสนอในบทวิเคราะห์ FOMC รอบก่อน เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดก็สามารถรอจังหวะการรีบาวด์ของเงินดอลลาร์ได้บ้าง ในการเพิ่มสถานะดังกล่าว โดยเราคงมุมมองเดิมว่า ค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ยังมีแนวโน้มที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นได้ไม่ยาก เพราะหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลาดการเงินก็อาจเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ซึ่งในอดีตก็มักจะส่งผลดีต่อค่าเงินเยน แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพียงแค่ชะลอตัวแบบ Soft Landing หรือ ยังขยายตัวได้ No Landing เราประเมินว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็สามารถทยอยปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติก็อาจเข้าลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มเติม ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อค่าเงินเยนญี่ปุ่นได้
  • จากการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตตั้งแต่ปี 1970s เราพบว่า ตลาดการเงินจะเผชิญความผันผวนที่สูงขึ้นในทุกสินทรัพย์หลัก หลังเฟดเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงเศรษฐกิจชะลอหนักแบบ Hard Landing ส่วนสินทรัพย์ที่จะปรับตัวได้น่าสนใจ หลังการลดดอกเบี้ยของเฟด คือ ทองคำ เงินเยนญี่ปุ่น รวมถึงค่าเงินบาท ขณะที่ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงแบบ Soft Landing และเฟดเริ่มลดดอกเบี้ยลง จะหนุนให้ ทั้งเงินดอลลาร์ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) ปรับตัวขึ้นได้ดี

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย