ดอลลาร์พร้อมบันทึกสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่
1) รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในเดือนมกราคม
2) รายงานการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และ
3) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ โดย S&P Global (Manufacturing & Services PMIs) ของฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป รวมถึงญี่ปุ่น
นอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว ควรติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) ในช่วง 22-24 ก.พ. ที่ทางรัสเซียอาจเปิดฉากบุกโจมตียูเครนระลอกใหญ่อีกครั้งได้

**ราคาทองคำ = สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.
FX Highlight
-
ในระยะสั้นนี้ เงินบาทยังขาดปัจจัยหนุนฝั่งแข็งค่า ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัว sideways Up และมีโอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 34.80-34.90 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะ หากตลาดยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off)
-
ทั้งนี้ ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนสูงอยู่ โดยเฉพาะในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ รวมถึงรายงานการประชุมล่าสุดของเฟดและถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด
-
นอกจากนี้ ความเสี่ยงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจร้อนแรงขึ้นในสัปดาห์นี้ ก็อาจกดดันให้ตลาดอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ซึ่งอาจหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ กดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงได้
-
อย่างไรก็ดี หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้าง (ซึ่งความเสี่ยงสงครามก็อาจช่วยหนุนราคาทองคำขึ้นได้บ้าง) ก็อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้
-
ในเชิงเทคนิคัล ทั้งสัญญาณจาก RSI และ MACD อาจยังคงชี้ว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงได้ ทว่า จากการประเมินมูลค่าของเงินบาท เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในรอบนี้ หากไม่ได้มีปัจจัยกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม เงินบาทอาจอ่อนค่าได้มากสุดไม่เกินระดับ 35.50-35.75 บาทต่อดอลลาร์
Gold Highlight
-
ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่โดยรวมผู้เล่นในตลาดยังทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว
-
ในระยะสั้น ราคาทองคำอาจยังไม่สามารถพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นได้ จนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มเฟดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งต้องเห็น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด หรือ อัตราเงินเฟ้อต้องชะลอลงชัดเจน
-
อนึ่ง เรามองว่า หากตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยงจาก ปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อย่าง การบุกยูเครนระลอกใหม่ของรัสเซีย ก็อาจช่วยหนุนให้ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้าง แต่การปรับตัวขึ้นจะถูกจำกัดด้วยความกังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
-
ในเชิงเทคนิคัล ราคาทองคำมีโอกาสย่อตัวลงต่อ แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณที่อาจสะท้อนว่า การปรับตัวลงของราคาทองคำ อาจชะลอลง โดยเฉพาะหาก RSI เกิดสัญญาณ Divergence
-
เราคงมุมมองเดิมว่า หากราคาทองคำย่อตัว ก็อาจเป็นการพักฐาน เพื่อปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีเป้าราคาทองคำในปีนี้ที่ระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งผู้เล่นในตลาดอาจรอจังหวะ Buy on Dip ใกล้โซนแนวรับ
-
อนึ่ง เราจะประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง หากราคาทองคำปรับฐานหนัก หลุดกรอบแนวรับเทรนด์ขาขึ้น แถว 1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Zone Fibonacci Retracement 50%)

