ข่าวเด่น
เสนอซื้อเสนอขาย
ประเภทตราสารทั้งหมด

โปรดลองค้นหาใหม่อีกครั้ง

Investing Pro 0
เวอร์ชันเนื้อหาแบบไม่มีโฆษณา อัพเกรดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ Investing.com ของคุณ ประหยัดสูงถึง 40% อัพเกรดเดี๋ยวนี้

สถานการณ์ดูดีขึ้น 

th.investing.com/analysis/article-200442570
สถานการณ์ดูดีขึ้น 
โดย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม   |  Nov 24, 2022 10:00
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
ได้บันทึกบทความนี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 
 
SETI
-0.11%
เพิ่ม/ลบจากพอร์ตลงทุน
เพิ่มเข้าไปในวอทช์ลิสต์
เพิ่มสถานะ

ได้เพิ่มสถานะเข้าไปเสร็จเรียบร้อยแล้วเข้ากับ:

กรุณาระบุชื่อของพอร์ตถือครองของคุณ
 

เงินบาทที่กลับมาแข็งค่า ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย พร้อมเปิด Long ใน Future ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าการ ปรับฐานระยะสั้นของ SET Index ใกล้จบลง ส่วนแรงขับเคลื่อนให้SET Index ขยับขึ้น น่าจะเป็นFed Minute ที่สะท้อนภาพการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตที่ แคบลง ซึ่งน่าจะทำให้กลไกเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเคลี่อนเข้าใกล้สมดุลมากขึ้น นำไปสู่การลดระดับความผันวผนลงไปได้บางส่วน (Fx Risk ลดลง) หนุน Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าได้ต่อ สำหรับ Investment Theme ฝ่ายวิจัยยังคงอยู่กับ Domestic Consumption บนความเชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2566 จะเกิดจากภาคเศรษฐกิจในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่ม เหล่านี้ อยู่บนฐาน Valuation ที่ต่ำ หรือกล่าวได้ว่าเป็น Laggard Stock

SET Index น่าจะพยุงตัวอยู่เหนือแนวรับสำคัญช่วง 1610 – 1613 จุด ได้มั่นคง ยิ่งขึ้น และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1631 – 1636 จุด สำหรับหุ้น Top Pick วันนี้เลือก BEC, CK และ GULF

ภาคธุรกิจของสหรัฐชะลอตัว สร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน

S&P Global รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัว ลดลงต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ไว้และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้า อีกทั้งดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่ต่ำ กว่าระดับ 50 จึงเป็นการบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากได้รับแรง กดดันในการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน รายละเอียดดังนี้

• ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ในเดือนพ.ย. อยู่ที่ระดับ 47.6 จุด (ต่ำกว่าคาด ที่ระดับ 50.0 จุด) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 เดือน และลดลงจากเดือนก่อน หน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.4 จุด

• ดัชนี PMI ภาคการบริการเบื้องต้น ในเดือนพ.ย. อยู่ที่ระดับ 46.1 จุด (ต่ำกว่า คาดที่ระดับ 47.9 จุด) ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 47.8 จุด

ที่มา: Investing.com

ภาคธุรกิจของสหรัฐที่เข้าสู่ภาวะชะลอตัวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัว ลดลง และยังมีอีกหลายปัจจัยที่เข้ามากดดัน โดยล่าสุดแหล่งข่าวจากสหภาพยุโรป (EU) เผยว่ากลุ่มประเทศ G7 (ฝรั่งเศส สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น อิตาลี และแคนาดา) เตรียมกำหนดเพดานราคาน้ำมันที่มาจากรัสเซียให้อยู่ในกรอบ 65-70 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งถือเป็นมาตรการลงโทษต่อการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนตั้งช่วงต้นปีที่ผ่าน มา (24 ก.พ.) ส่งผลให้วานนี้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 4.4% ใกล้หลุด 77 ดอลลาห์ ขณะที่ ผลตอบแทนของสัญญาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ -10.55%mtd

สรุป ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังได้รับแรงกดดันที่มาจากภาค ธุรกิจของสหรัฐหดตัว บวกกับล่าสุดกลุ่มประเทศ G7 มีมาตรการเตรียมกำหนดเพดาน ราคาน้ำมันที่มาจากรัสเซีย ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงน่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อ ดุลการค้าไทยจากมูลค่านำเข้าที่ลดลงตามราคาพลังงาน

FED MINUTES ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หนุนเงินไหลเข้า สินทรัพย์เสี่ยงต่อ

FED ดำเนินนโยบายทางการเงินเชิงรุกมาตั้งแต่ต้นปี โดยในไตรมาส 1 2 และ 3 FED ขึ้น ดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% 1.50% และ 0.75% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามตัวเลขเศรษฐกิจ สหรัฐฯยังคงแข็งแกร่ง ทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิตภายในประเทศ การจ้างงานที่ เพิ่มขึ้น และอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ GDP Growth สหรัฐฯ ไม่ได้ลดลงมาก อย่างที่คิด โดยฝ่ายวิจัยฯสร้างสมมุติฐาน GDP เทียบกับฐานปี 2019 ก่อนเกิด Covid-19 จะเห็นได้ว่า สมมุติฐาน GDP สหรัฐฯ อยู่เหนือระดับ 100 จุดตั้งแต่ 2Q21 แล้ว อีกทั้ง ช่วงเวลาที่ FED เร่งขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ สมมุติฐาน GDP สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ปรับตัวลงแรง โดย อยู่ในระดับ 115-118 จุด ดังรูปด้านล่าง หนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P500 ดีดตัวกลับขึ้นมา +14% หลังจากต้นปี 2565 ถึง 13 ต.ค. 65 ทำจุดต่ำสุด หรือปรับตัวลงมา -27%

ขณะที่มติการประชุม FED Minutes ครั้งล่าสุด คณะกรรมการมีวัตถุประสงค์ต้องการกด ตลาดแรงงงานที่ยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อให้เข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ระดับ 2% จึงปรับขึ้น ดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งล่าสุดตอนต้นเดือน พ.ย.65 ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้น ดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่มุมมองในอนาคต คณะกรรมการส่วนใหญ่ สนับสนุนการชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หากมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐมีแนวโน้ม ชะลอตัวลง ซึ่งประเมินจากตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ ตัวเลขด้านตลาดแรงงาน แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในอนาคต เป็นต้น ซึ่งในภาวะปัจจุบันตัวเลขทางเศรษฐกิจของ สหรัฐฯไม่ไดแข็งแรงมากนัก บวกกับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง จากราคา น้ำมันดิบโลกที่ล่าสุดต่ำกว่า 80 เหรียญฯ/บาร์เรล

หากพิจารณาจาก FED Watch Tool จะเห็นได้ว่าการประชุม FED ในเดือนหน้า ตลาดคาด FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เท่านั้น ซึ่งชะลอตัวลงจากอดีต และทำจุดสูงสุดในช่วงกลางปี หน้าที่ระดับ 5.25%(Upside ไม่มากจากระดับปัจจุบัน) และอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้ม ปรับตัวลงในช่วงปลายปี และอยู่ที่ระดับ 4.75% เท่านั้น ณ สิ้นปีหน้า

ประเด็นดังกล่าว ทำให้วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และโซนยุโรป ปรับตัวขึ้นราว 0.2-1.0% ตามลำดับ และถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงในอนาคต ขณะที่วันนี้คาดกรอบ การเคลื่อนไหวของ SET Index อยู่ที่ระดับ 1610-1631 จุด

FED ผ่อนการเร่งขึ้นดอกเบี้ย หนุนความผันผวนเงินบาทลดลง พร้อมกับ FUND FLOW มีโอกาสไหลเข้ามากขึ้น

แนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่ชะลอลง หลังจากขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ต่อเนื่องถึง 4 ครั้งติดกัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าใกล้เพดานที่ตลาดคาดช่วง มี.ค. 66 ที่ 5.25% (ล่าสุดอยู่ที่ 4%) หนุนให้ Dollar Index ที่แข็งค่าขึ้นมาเร็ว โดยตั้งแต่ ม.ค. - ก.ย. 65 ปรับ ขึ้น 17.3% เริ่มกลับมาอ่อนค่าลงในเดือน ต.ค. 65 – ปัจจุบัน -5.4%

ค่าเงินดอลลาร์ที่มีโอกาสอ่อนค่าลง ถือเป็นกระแสเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ให้มีเม็ดเงิน ไหลเข้ามาหนุนมากขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นไทยน่าจะมีแรงหนุนจาก Fund Flow ไหลเข้ามา หนุนเพิ่มเติมต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งจากแนวโน้มเศรษฐกิจปีหน้ายังเติบโตเด่นกว่าหลายๆ ประเทศ อีกทั้งทิศทางเงินบาทที่กลับมามีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติได้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม

ขณะที่วานนี้เริ่มเห็น Fund Flow ไหลเข้าตลาดการเงินไทยทุกตลาด เริ่มจากซื้อสุทธิหุ้น ไทย 2.39 พันล้านบาท,ซื้อสุทธิ SET50 Futures 13,673สัญญาซึ่งเป็นการกลับมาซื้อหุ้น และ Long SET50 Futures ครั้งแรกในรอบ 8 วันทำการ

ส่วน Top picks วันนี้ยังแนะนำหุ้นประเภท Domestic Consumption อย่าง CK (FV @27.00), GULF (FV@65.00), BEC (FV@12.70)

OUTLOOK ไตรมาส 4 กลุ่มธนาคาร, ท่องเที่ยว, ยานยนต์, สื่อโฆษณา

สัปดาห์นี้ฝ่ายวิจัยฯนำเสนอ OUTLOOK ไตรมาส 4 รายอุตสาหกรรม โดยจะแบ่งเนื้อหาใน ทุกๆวันลง Market Talk ซึ่งมีกำหนดการ ดังนี้

• จันทร์21 พ.ย.65 กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี, โรงไฟฟ้า

• อังคาร 22 พ.ย. 65 กลุ่มวัสดุก่อสร้าง, รับเหมาก่อสร้าง, อสังหา

• พุธ 23 พ.ย.65 กลุ่ม ICT, ค้าปลีก

• พฤหัสบดี24 พ.ย.65 กลุ่มธนาคาร, ท่องเที่ยว, ยานยนต์, สื่อโฆษณา

• ศุกร์ 25 พ.ย.65 กลุ่มเกษตรอาหาร, เช่าซื้อ และอื่นๆ

กลุ่ม ธนาคาร

แนวโน้ม 4Q65 NII เติบโตตามทิศทางสินเชื่อ จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจดีขึ้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมฯ ตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ดี 4Q เป็นช่วงที่มีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น ตามฤดูกาลเช่นกัน อาจเป็นเหตุให้กำไรกลุ่มฯ อ่อนตัว QoQ (+YoY)

ทิศทาง GDP ไทยปี 2566 เติบโตราว 3% จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกลุ่มธนาคารฯ แต่การ ฟื้นตัวของรายได้ลูกหนี้มีความไม่เท่าเทียมกัน เพราะเศรษฐโลกกิจโลกและภาคท่องเที่ยว ยังใช้เวลาในการฟื้นตัวกลับสู่ฐานปี 2562 ที่ 40 ล้านคน

ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 0.7 เท่า สำหรับ ธ.พ. ใหญ่ที่มีปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยขาขึ้น เลือก BBL(FV@B159) และ KTB(FV@20.30) มีจุดแข็งจากการตั้งสำรองสูงและ คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วน ธ.พ. ขนาดเล็กชอบ TISCO(FV@B105) จากงบ ดุลแกร่ง (Coverage Ratio, BIS Ratio เยอะสุดในกลุ่มฯ) และแนวโน้ม ROE สูงสุด ในกลุ่มฯ พร้อมคาดหมาย Div Yield มากสุดในกลุ่มฯ ประมาณ 8% ต่อปี

กลุ่มท่องเที่ยว

แนวโน้มการดำเนินงานมีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อยถึง ม.ค. – มี.ค. 66 เพราะ High Season ของท่องเที่ยวไทย ยกเว้น MINT ที่จะเข้าสู่ Low Season ใน EU กดดันการ ดำเนินงาน NH Hotel

แนวโน้มการดำเนินงานมีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อยถึง ม.ค. – มี.ค. 66 เพราะ High Season ของท่องเที่ยวไทย ยกเว้น MINT ที่จะเข้าสู่ Low Season ใน EU กดดันการ ดำเนินงาน NH Hotel

กลุ่มยานยนต์

แนวโน้ม 4Q65 ไม่เด่นตามฤดูกาล (+YoY) ก่อนจะขยายตัว QoQ งวด 1Q66 เพราะการ เร่งผลิตรถยนต์ของค่ายญี่ปุ่น ก่อนปิดงวดปีบัญชีของบริษัทญี่ปุ่น

เลือก SAT จากสถานะการเงิน Net Cash พร้อมคาดหมาย Div yield ราว 6% - 7% ต่อปี ตามด้วย AH เพราะในเชิง Valuation ยัง Laggard SAT

กลุ่มสื่อโฆษณา

แนวโน้มกำไร 4Q65 คาดเห็นการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาหลังเงินเฟ้อได้ผ่านพ้นจุดสูงสุด หนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคและความมั่นใจในการกลับมาทุ่มงบโฆษณาอีกครั้ง สื่อนอกบ้าน ได้ประโยชน์จากการกลับเข้าสู่ช่วง High Season จากการเดินทางในประเทศที่กลับสู่ภาวะ ปกติ หนุนอัตราการใช้สื่อปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สื่อ TV โดนผลกระทบหนักในงวด 3Q65 คาดหวังการฟื้นตัวในระยะถัดไปจากการลงละครและคอนเทนต์ใหม่ที่มีเพิ่มมากขึ้น ใน ส่วนของสื่อทีวีน่าจะได้ประโยชน์จากการคำนวณเรทติ้งรูปแบบใหม่ในปี 2566 ราคาขาย โฆษณามีโอกาสปรับตัวขึ้น

แนวโน้มกำไรปี 2566 จะกลับมาเติบโตได้จากฐานที่ต่ำในปีนี้ หนุนหลักจากภาวะ เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เม็ดเงินโฆษณาที่กลับสู่ระดับปกติ เลือก PLANB เป็น Top Pick จาก อัตราการใช้สื่อที่ยังอยู่ในทิศทางที่ดีและสามารถรักษา Earning Momentum ได้ดี ต่อเนื่อง สื่อ TV เลือก BEC เป็น Top Pick หลังกำไร 3Q65 ผ่านพ้นจุดต่ำสุดและได้ ประโยชน์จากการปรับราคาขายโฆษณาในปีหน้า

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

สถานการณ์ดูดีขึ้น 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบญจพล สุทธิ์วนิช
คาด SET พักฐาน หลังสะท้อนปัจจัยลบไปมาก โดย เบญจพล สุทธิ์วนิช - Dec 08, 2022 1

Investment Ideas: ภาพรวมการลงทุน: เราคาดว่า SETวันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,640 จุด เราคาดว่า SET จะ เริ่มพักฐาน หลังปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบจากภาวะ Recession Fear ทำให้...

เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
ความกังวลจากการเก็บภาษีจากการขายหุ้น  โดย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม - Dec 08, 2022

ปัจจัยภายนอกที่น่าสนใจคงเป็นท่าทีของรัฐบาลจีนที่ผ่อนคลายมาตรการควบคุม Covid-19 ต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะสร้างความคาดหวังเชิงบวกให้กับกลุ่มท่องเที่ยวโรงแรม ในตลาดหุ้นบ้านเรา...

ณัฐชาต เมฆมาสิน
คาด SET Index ปรับทรงตัวได้ในวันนี้ โดย ณัฐชาต เมฆมาสิน - Dec 29, 2021

Enough liquidity for LTF redemption SET: คาด SET Index ปรับทรงตัวได้ในวันนี้ โดยปัจจัยประคับประคองที่ สําคัญได้แก่ราคาน้ํามันดิบที่ยังคงยืนได้ในระดับสูง รวมถึงสัญญาณ Fund flow...

สถานการณ์ดูดีขึ้น 

แสดงความคิดเห็น

หลักเกณฑ์คำแนะนำสำหรับการแสดงความคิดเห็น


เราสนับสนุนให้ท่านได้ใช้ช่องทางการแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับผู้ใช้เว็บไซต์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในทัศนคติและสอบถามข้อสงสัยกับผู้เขียนและสอบถามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การสื่อสารสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่เราทุกคนต้องการและคาดหวังดังนี้กรุณาพึงระลึกในข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้:  

  • มีเนื้อหาสาระ การสนทนาควรมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ
  • เอาใจใส่และตรงประเด็น กรุณาโพสต์ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่กำลังอภิปราย
  • ให้เกียรติ แม้ในการแสดงความคิดเห็นเชิงลบก็ตามควรต้องกระทำในลักษณะสร้างสรรค์และสุภาพ
  • ใช้สไตล์การเขียนมาตรฐานทั่วไป ที่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวอักษรใหญ่เล็ก
  • หมายเหตุ: ข้อความและลิงค์ประเภทสแปมและ/หรือเพื่อการส่งเสริมการขายที่ปรากฎในการแสดงความคิดเห็นจะถูกลบทิ้ง
  • หลีกเลี่ยงการลบหลู่ การให้ร้ายผู้อื่น และการกล่าวโจมตีโดยส่วนตัว ที่กระทำต่อผู้เขียนเนื้อหาในเว็บหรือต่อผู้ใช้เว็บไซต์คนอื่น
  • เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น สามารถแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ผู้ที่โพสต์เนื้อหาข้อความสแปมหรือใช้เว็บไซต์นี้ไปในทางผิดจะถูกลบรายชื่อทิ้งจากเว็บไซต์และถูกปิดกั้นการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในอนาคตซึ่งเป็นไปตามดุลพินิจของเว็บไซต์ Investing.com

เขียนบรรยายความคิดของคุณได้ที่นี่
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
และโพสต์บน :
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ ความคิดเห็นของคุณทั้งหมดจะอยู่ระหว่างการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ ดังนั้นอาจใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรากฎบนเว็บไซต์ของเรา
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
เพิ่มกราฟไว้ในคอมเมนต์
ยืนยันการบล็อก

คุณแน่ใจหรือว่าคุณต้องการบล็อก %USER_NAME%?

เมื่อทำการบล็อก คุณและ %USER_NAME% จะไม่สามารถเห็นโพสต์ของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์ Investing.com ได้

%USER_NAME% ได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน Block List ของคุณแล้ว

เนื่องจากคุณเพิ่งยกเลิกการบล็อกบุคคลนี้ คุณต้องรอ 48 ชั่วโมงก่อนการบล็อกอีกครั้ง

รายงานความคิดเห็นนี้

ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นนี้

ความคิดเห็นได้รับการติดธงเตือน

ขอบคุณ!

รายงานของคุณได้ถูกส่งไปยังผู้ดูแลบอร์ดของเราเพื่อการทบทวน
สมัครสมาชิกด้วย Google
หรือ
สมัครสมาชิกด้วยอีเมล