KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน: เราคาดว่า SET Index สัปดาห์นี้ (3-7 ต.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,620 จุด (แนวรับที่ 1,570 และ 1,550 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,620 จุด) เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้มีโอกาสกลับมาฟื้นตัวใน ระยะสั้น จาก Valuation ที่น่าสนใจ หลัง SET ในเดือน ก.ย. ปรับลดลงกว่า 3% ประกอบกับความเสี่ยงต่อภาวะ เศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น อาจมีน้ําหนักมากพอต่อการปรับเปลี่ยนการดําเนินนโยบายการเงินให้เข้มงวดน้อยลง อย่างไร ก็ตามเรามองการฟื้นตัวจะเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากการรายงานเงินเฟ้อทั้ง PCE ของสหรัฐฯ และเงินเฟ้อยูโรโซน ยังคงปรับเพิ่มอย่างน่าเป็นห่วง ขณะที่สัปดาห์นี้จะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (5 ต.ค.) เรามองเป็นปัจจัยหนุน เนื่องจากคาดว่าจะเห็นการลดลงของเงินเฟ้อไทยที่ต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยอื่นที่น่าติดตามอยู่ที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ระดับสูงในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณการดําเนินนโยบายการเงินต่อจากนี้รวมทั้งภาพรวมเศราฐกิจ รวมถึงทิศทางเงินทุน ต่างชาติในบ้านเรา หลังค่าเงินบาทเริ่มมีสัญญาณการอ่อนค่าที่ลดลง กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 4096 เลือก BBL KBANK (BK:KBANK) BAFS BEM BDMS AWC CENTEL PTG SUSCO เป็นหุ้นเด่น - เรา ให้น้ําหนักหุ้นในพอร์ต 40% เพิ่มลดความเสี่ยงจากการดําเนินนโยบายการเงินที่เข้างวดมากขึ้นของเฟด Theme หุ้นที่น่า ลงทุน กลุ่มธนาคาร เราเลือก BBL KBANK SCB จาก Valuation ที่น่าสนใจ หุ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เราเลือก ASIAN SAPPE หุ้นในกลุ่ม Defensive เราเลือก BDMS BH INTUCH ADVANC หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า เราเลือก EA GULF BGRIM GPSC EGCO หุ้นในกลุ่มขนส่งในประเทศ เราเลือก BEM หุ้นเปิดเมือง เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS ERW AWC CENTEL PTG SUSCO สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นจีนปิดทําการทั้งสัปดาห์ ประเด็นที่น่าติดตาม รายงาน PMI ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐฯ ยูโรโซน รายงานเงิน เฟ้อของไทย การประชุม OPEC+ และตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ - ตลาดหุ้นจีน หยุดการทําการ เนื่องในวันชาติจีน สิ้นสุด 7 ต.ค. (3 ต.ค.) ยูโรโซน - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ก.ย. / อังกฤษ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ก.ย. / สหรัฐฯ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ก.ย. และดัชนีการจ้างงานภาคการ ผลิตจากสถาบัน ISM เดือน ก.ย. (4 ต.ค.) ญี่ปุ่น - ดัชนี CPI ของโตเกียวที่ไม่รวมกลุ่มสินค้าอาหารและพลังงาน เดือน ก.ย. / สหรัฐฯ - ยอดคําสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน เดือน ส.ค. และตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือน ส.ค. (5 ต.ค.) ไทย - ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย เดือน ก.ย. (คาด 6.7%yoy ลดลงจากเดือน ส.ค. ที่ 7.869%yoy) / สหรัฐฯ - ปริมาณสํารอง น้ํามันดิบสหรัฐฯ จาก API และ IEA การประชุม OPEC+ ตัวเลขดุลการค้า ดัชนี PMI รวมจาก S&P Global เดือน ก.ย. ดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ เดือน ก.ย. ดัชนีการจ้างงานนอกภาคการผลิตจากสถาบัน ISM เดือน ก.ย. และ ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) เดือน ก.ย. (6 ต.ค.) - อังกฤษ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการ ก่อสร้าง (Construction PMI) เดือน ก.ย. / ยูโรโซน - ดัชนียอดขายปลีก เดือน ส.ค. / สหรัฐฯ - จํานวนคนที่ยืนขอรับ สวัสดิการว่างงานครั้งแรก (7 ต.ค.) - ญี่ปุ่น - ดัชนีการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เดือน ส.ค. และดัชนีการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เดือน ส.ค. / จัน - ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากสถาบัน Caixin และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) นอกภาคการผลิต ของจีน / อังกฤษ - ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยจากสถาบัน Halifax ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยจากธนาคาร Halifax เดือน ก.ย. และดัชนี ผลิตภาพแรงงาน / สหรัฐฯ - รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือน ก.ย. รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือน ก.ย. การจ้างงานนอกภาค การเกษตร เดือน ก.ย. อัตราการมีส่วนร่วม เดือน ก.ย. การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเอกชน เดือน ก.ย. และอัตราการ ว่างงาน เดือน ก.ย.
ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน (ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน) และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสําคัญ ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 0.69%mom เพิ่มขึ้น 4.99%yoy สูงกว่าที่ Market Consensus คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.59%mom และเพิ่มขึ้น 4.79%yoy และ เป็นการปรับเพิ่มในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. ที่ระดับ 4.7%yoy ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับ การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ/ สํานักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยโรสแตท) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPi) เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 109%yoy เพิ่มขึ้นในอัตราที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค. ที่เพิ่มขึ้น 9.19% สูงกว่าคาดการณ์เฉลียในผลสํารวจ นักเศรษฐศาตร์ของสํานักข่าวบลูมเบิร์ก ที่ระดับ 9.7% และเป็นการรายงานที่สูงกวาประมาณการติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนเงินเฟ้อ เดือน ก.ย. ยังคงเป็นราคาพลังงานและอาหาร แม้ดัชนี CPI พื้นฐาน (ไม่รวมราคาพลังงานและ อาหาร) ก็สูงเหนือการคาดการณ์เช่นเดียวกัน โดย CPI พื้นฐาน เดือน ก.ย. อยู่ที่ 4.89%yoy/ ผลสํารวจของมหาวิทยาลัย มิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือน ก.ย. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.6 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน สูงกว่าเดือน ส.ค. ที่ระดับ 58.2 จุด แต่ต่ํากว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 59.5 จุด ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงิน เพื่อจะแตะระดับ 4.79% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ต่ํากว่าการสํารวจในเดือน ส.ค. ที่ระดับ 4.89% และเป็นระดับต่ําสุดนับตั้งแต่ เดือน ก.ย. 2560 สําหรับในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะแตะระดับ 2.79% โดยต่ํากว่าระดับ 2.99% ที่มี การสํารวจในเดือน ส.ค. และเป็นระดับต่ําสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2560 ปัจจัยทางเทคนิค - เราคาดว่า SET Index วันนี้ (3 ต.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,575-1,600 จุด / หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ G SISB (แนวต้าน 18.1-18.4/ แนวรับ 17.2-17.0/Stop loss 16.3) G ERW (แนวต้าน 4.56-4.64/ แนวรับ 4.34-4.30 /Stop loss 412) BA (แนวต้าน 12.6-12.8/ แนวรับ 12.00-11.80 /Stop loss 11.4) SET ยังคงผันผวน จากความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะที่ภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมา และเดือน ก.ย. SET ลดลง 2.5996WOw และ 3.02bwow ตามลําดับ - SET ล่าสุด (30 ก.ย.) ปิดที่ระดับ 1,589.51 จุด ลดลง 2.86 จุด (-0.1898) มูลค่า การซื้อขาย 62,649.20 ล้านบาท (สูงสุด 1,597.44 จุด และต่ําสุด 1,584.22 จุด) โดย SET ยังมีแรงกดดันจากภาพรวม เศรษฐกิจที่อ่อนแอ จนนําไปสู่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตามกรอบการปรับลดลงถูกจํากัด โดยแรงซื้อ กลับในช่วงท้ายของการซื้อขายหลัง ดาวโจนส์ฟิวเจอร์มีสัญญาณของการฟื้นตัว หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มอ่อนค่า ลง สะท้อนการผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังคงผันผวนจากแรงขายทํากําไรต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา SET ปรับลดลง 42.2 จุด ลดลง 2.596WOw ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 71,505.94 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 9,499%wow ขณะที่เดือน ก.ย. SET ปรับลดลง 49.42 จุด ลดลง 3.0296WOw
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








