บทวิเคราะห์ราคาทองคำ ภาคเช้า ทองคําเริ่มเผชิญกับแรงขายทํากําไร

เผยแพร่ 01/11/2564 09:47
อัพเดท 09/07/2566 17:32

สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 15.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําเริ่มเผชิญกับแรงขายทํากําไรหลังจากราคาไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านจิตวิทยาบริเวณ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนขายลดสถานะการลงทุนก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในช่วงกลางสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ราคาทองคํา ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ การเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน แต่เมื่อเทียบ รายปี ดัชนี PCE ทั่วไปพุ่งขึ้น 4.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ศ. 1991 ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ ความสําคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 3.67% ในเดือนก.ย. แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูงซึ่งกลับมากระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ทําให้ดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น +0.53% ปัจจัยดังกล่าวกตดันราคาทองคําให้ร่วงหลุดแนวรับสําคัญที่เป็นเทรนไลน์และเส้นค่าเฉลี่ย 50, 100 และ 200 วัน จนกระตุ้นแรงขายทางเทคนิคเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาทองคําดิ่งลง ทดสอบระดับต่ําสุดบริเวณ 1,771.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนเกิดแรงซื้อ Buy the dip ในช่วงปลายตลาดเนื่องจากราคาทองอยู่ในภาวะขายมากเกินไป ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่ เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตจากมาร์กิตและ ISM

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,792-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้งแต่ไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขาย ออกมาเพิ่ม ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัดทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,772- 1,770 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา แนะนําซื้อขายทํากําไรระยะสั้นจากการแกว่ง ตัว โดยเปิดสถานะขายในโซนแนวต้าน 1,792-1,805

ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งปิดสถานะขายเพื่อทํากําไร -บริเวณแนวรับโซน 1,772-1,770 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หาก

ราคาทองคําสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้

ดูกราฟราคาทองคำ SPOT XAU/USD

https://th.investing.com/currencies/xau-usd

กระทู้พูดคุยเกี่ยวกับราคาทองคำ SPOT

https://th.investing.com/currencies/xau-usd-commentary

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th

ความคิดเห็นล่าสุด

กำลังโหลดบทความถัดไป...
การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย