นักยุทธศาสตร์มองว่าเป็นแรงกระแทกระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตลาดที่ยั่งยืน
สรุป สํานักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 5.5% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งสูงกว่าระดับคาดการณ์เบื้องต้นที่ 4.8% รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคบริการ โดยเฉพาะในภาคที่พักอาศัยและอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีผลผลิตปรับตัวขึ้นถึง 87.6% เมื่อเทียบรายไตรมาส เป็นปัจจัยหนุน ค่าเงินปอนด์ ชะลอการแข็งค่าของดอลลาร์ และพยุงราคาทองคําไว้ อย่างไรก็ดี ราคาทองคํายังคงปรับตัวขึ้นไม่ไกล เห็นแรงขายสลับออกมาเป็นระยะ เนื่องจากยังคงขาด ปัจจัยบวกใหม่ที่จะผลักดันราคาขึ้นไป จึงแนะนําติดตามการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ ได้แก่ การเปิดเผยประมาณการครั้งสุดท้ายจีดีพีไตรมาส 2/2021, จํานวนผู้ ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกของสหรัฐ รวมถึงถ้อยแถลงประธานเฟด พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์สหรัฐอย่างใกล้ชิด หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดยังต้องระวังแรงขายในตลาดทองคํา แต่หากตัวเลขสหรัฐออกมาแย่กว่าคาด จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคํา ฟื้นตัวขึ้นได้ เบื้องต้น หากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้านบริเวณ 1,737-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทําให้ราคายังคงมีโอกาสขยับลงต่อเพื่อทดสอบแนวรับบริเวณ 1,717-1,711 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากโชนแนวรับดังกล่าวรับไว้ได้ราคายังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง
คําแนะนํา ประเมินแนวต้านระดับ 1,737-1,746 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อาจจะเกิดแรง ขายสลับออกมาเพิ่ม ทั้งนี้ ประเมินแนวรับโซน 1,717-1,711 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากรับอยู่มีโอกาสดีดกลับขึ้นอีกครั้ง
https://th.investing.com/currencies/xau-usd
กระทู้พูดคุยเกี่ยวกับราคาทองคำ SPOT
https://th.investing.com/currencies/xau-usd-commentary
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
