ข่าวเด่น
เสนอซื้อเสนอขาย
ประเภทตราสารทั้งหมด

โปรดลองค้นหาใหม่อีกครั้ง

0
เวอร์ชันเนื้อหาแบบไม่มีโฆษณา อัพเกรดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ Investing.com ของคุณ ประหยัดสูงถึง 40% รายละเอียดเพิ่มเติม

ขาลงคริปโตฯ หมดเวลาแล้วหรือกำลังส่งสัญญาณเทรนด์ใหม่ในอนาคต?

โดย Investing.com (Andy Hecht)สกุลเงินดิจิตอลJul 20, 2021 14:02
th.investing.com/analysis/article-200437171
ขาลงคริปโตฯ หมดเวลาแล้วหรือกำลังส่งสัญญาณเทรนด์ใหม่ในอนาคต?
โดย Investing.com (Andy Hecht)   |  Jul 20, 2021 14:02
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
ได้บันทึกบทความนี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนที่มาจากวงการหรือตลาดไหน สิ่งที่เรามักจะได้ยินเหมือนกันซ้ำๆ จากบรรดาโค้ช นักลงทุนในตำนาน หรือผู้มีเจ้าของรถหรู มักจะชอบพูดว่า “ถ้าต้องการเป็นักลงทุนที่ดี ให้ซื้อในราคาที่ต่ำที่สุด และขายในราคาที่สูงที่สุด” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนวาจาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่จมอยู่กับการหาจุดเข้าที่ดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา โดยที่พวกเขาไม่เคยสนใจเลยว่าตลาดจะวิ่งไปไหนทิศทางไหน ซึ่งจุดนี้ถือเป็นกฎข้อแรกของการลงทุนที่เริ่มต้นมาก็ผิดแล้ว

เพราะตลาดมีสิ่งที่เรียกว่า “แนวโน้ม” คอยเป็นผู้บงการตลาดอยู่ว่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ราคาในตลาดสมควรที่จะวิ่งไปในทิศทางไหน และทุกๆ ครั้งที่ราคาวิ่งตามเทรนด์ใดเทรนด์หนึ่งมาจนสุดทางแล้ว สิ่งที่กราฟมักจะทำคือการพักเหนื่อย เหมือนกับคนที่วิ่งมานานแล้วต้องการหยุดพัก จุดนี้เองถือเป็นจุดที่สองที่เหล่าบรรดาโค้ชจะเข้ามาบอกว่า “การย่อตัวของราคาคือจุดเข้าที่ดีที่สุด”

คำพูดนี้มีความจริงอยู่หนึ่งส่วนและไม่จริงอยู่หนึ่งส่วน เพราะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่แล้ว การที่พวกเขาจะสามารถระบุได้ว่าราคา “ย่อ” ลงมาเท่าไหร่ เป็นเรื่องยากมาก บางคนเชื่อทฤษฎีแท่งเทียน บางคนเชื่อทฤษฏีเทรนด์ไลน์ บางคนเชื่ออินดิเคเตอร์ ต่างคนต่างความเชื่อ มารวมอยู่ที่จุดเข้าเดียวกัน จึงมีคำพูดที่ว่าแนวรับ/ต้านจิตวิทยาจึงได้ถือกำเนิดขึ้น 

แต่เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งที่ผมพูดมานี้ยังไม่น่ากลัวเท่ากับการต่อสู้กับอารมณ์ที่มีต่อตลาด การได้กำไรติดต่อกันอาจทำให้คุณเป็นคนหลงตัวเอง ลงทุนมากกว่าที่ควรจะเป็นและนำไปสู่การขาดทุน และเช่นกันการขาดทุนติดต่อกันหลายๆ ครั้งอาจนำมาสู่การขอเดิมพันครั้งเดียวเพื่อเอาส่วนที่เสียไปคืนมา ซึ่งตลอดชีวิตของผม ผมไม่เคยเห็นนักลงทุนทั้งสองประเภทนี้ประสบความสำเร็จในวงการนี้เลย

สิ่งที่จะช่วยให้คุณมีผลงานการลงทุนที่ดีขึ้นได้มีเพียงอย่างเดียวคือประสบการณ์ คุณต้องผ่านการขาดทุนนับครั้งไม่ถ้วนจนกว่าคุณจะเรียนรู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่าจุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ (stop-loss) อยู่ คุณต้องขาดทุนอีกครั้งจนกว่าจะได้รู้ว่าควรมีวินัยต่อแผนการเทรดของตัวเองมากแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกควบคุมอารมณ์ ในยามได้อย่าเหลิง ในยามเสียอย่างท้อ นี่คือชีวิตของนักลงทุนที่ต้องเผชิญ

แต่ในบรรดาตลาดที่ผมเคยลงทุนมาทั้งหมด ไม่มีตลาดไหนเลยที่ผมเคยเห็นการขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนบิทคอยน์ ไม่มีสินทรัพย์ตัวไหนที่ใช้เวลาขึ้นจาก 10 เซนต์ในปี 2010 กลายเป็น $65,500 ในปี 2021 ผมไม่เคยเห็นสกุลเงินไหนที่สามารถทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเปิดโอกาสให้ใครก็ได้มาต่อยอดบนเงินของตัวเองจนสามารถมีราคาสูงถึง $4,400 ได้เหมือนอีเธอเรียม และไม่เคยเห็นโลกไหนที่จะมีสกุลเงินได้มากถึง 11,000 เหรียญ

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตลาดสกุลเงินดิจิทัลเคยขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดในแง่ของมูลค่าตลาดเอาไว้ที่ $2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าของตลาดแห่งนี้ก็ได้ปรับตัวลดลงมาอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าตอนนี้ตลาดสกุลเงินดิจิทัลกำลังจะเข้าสู่โหมดจำศีลแล้ว อย่างที่เราได้เห็นบิทคอยน์พักตัวที่จุดต่ำสุดบริเวณ $30,000 มาตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมมาจนถึงปัจจุบัน

สถานการณ์ปัจจุบันของตลาดคริปโตฯ 

ขาลงของบิทคอยน์จาก $65,500 ในช่วงกลางเดือนเมษายนลงมาจนถึง $30,000 ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถือเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายครั้งหนึ่งสำหรับนักลงทุนมือใหม่ และได้ทำให้ใครหลายๆ คนหมดตัวได้ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตามหลังจากบิทคอยน์ทำจุดต่ำสุดที่ $28,840 ราคาก็ได้ดีดตัวกลับขึ้นมา พยายามประคองตัวเองให้อยู่เหนือ $30,000 ให้ได้ และปรับฐานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Bitcoin Daily
Bitcoin Daily

ที่มา: CQG

กราฟในรูปคือบิทคอยน์รายวัน ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุุนายนจนถึงปัจจุบัน กราฟบิทคอยน์ก็มีกรอบราคาอยู่ระหว่าง $36,650 - $28,840 และหลังจากที่บิทคอยน์วิ่งลงมาต่ำกว่า $32,000 ผู้คนก็ให้ความสนใจกับบิทคอยน์มากขึ้นว่าจะลงไปต่ำกว่า $30,000 ได้หรือไม่ในรอบนี้

Ethereum Daily
Ethereum Daily

ในช่วงเวลาเดียวกัน กราฟอีเธอเรียมล่วงหน้ามีกรอบการวิ่งของราคาอยู่ระหว่าง $2,420.75 - $1,710.75 การที่ราคาอีเธอเรียมสามารถลงมามีราคาซื้อขายที่ $1,940 ถือเป็นสัญญาณบอกว่าราคาได้ลงมาต่ำกว่าเส้นกึ่งกลางของวันที่ 16 กรกฎาคมแล้ว สิ่งเดียวที่บิทคอยน์และอีเธอเรียมมีเหมือนกันในตอนนี้คือการหลับอย่างสงบอยู่ที่จุดต่ำสุดล่าสุดของตัวเอง

ในสายตาของใครบางคนที่ตั้งใจเข้ามาเก็บเกี่ยวกำไรจากวงการสกุลเงินดิจิทัลอาจจะมองว่านี่คือจุดจบของวงการแล้ว ในขณะที่ใครหลายๆ คนกำลังมองว่านี่คือโอกาสเก็บสกุลเงินดิจิทัลที่ตัวเองชอบในราคาถูก และหวังว่าจะได้ขึ้นรถไฟขบวนถัดไปได้ทันอีกเมื่อบิทคอยน์ฟื้นกลับมา แต่เพราะก่อนหน้านี้บิทคอยน์ได้ปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้ว จาก $20,000 - $60,000 โดยประมาณ ดังนั้นการพักตัวก็ต้องการเวลาอีกสักระยะ

หลายคนพยายามเปรียบเทียบสกุลเงินดิจิทัลในตอนนี้กับ “ทิวลิปมาเนีย” ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 1600 ว่าเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกัน แต่ในความจริงนั้นสองเหตุการณ์นี้มีความแตกต่างกันอยู่มาก การแห่ซื้อดอกทิวลิปในช่วงนั้นเป็นการทำเพื่อเอากำไร ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลมีจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการปลดแอกการเงินออกจากธนาคารกลาง 

แม้ว่าฝั่งภาครัฐพยายามที่จะโจมตีสกุลเงินดิจิทัลมาโดยตลอด ทั้งข้อหาเป็นสกุลเงินเถื่อนบ้าง ผิดกฎหมายบ้าง มีความผันผวน หนีภาษี หรือเป็นเงินที่สามารถนำมาใช้ในลู่ทางที่ไม่ดี แต่สำหรับคนที่เป็นสาวกสกุลเงินดิจิทัลหรือได้ใช้งานสกุลเงินเหล่านี้อย่างจริงจัง พวกเขากลับพบโลกใหม่ พบวิธีใหม่ในการชำระเงินโดยไม่ต้องสนใจตัวกลางอย่างธนาคารอีกต่อไป ที่สำคัญการศึกษาสกุลเงินดิจิทัลทำให้พวกเขาได้รู้จักวิธีการปกป้องความมั่งคั่งของตัวเอง นอกจากสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นการปฏิวัติโลกการเงิน ยังเป็นการปฏิวัติความรู้ของผู้คนที่มีเกี่ยวกับเงินอีกด้วย

การปรับฐานใกล้กับจุดต่ำสุดก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป

จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคหากอ้างอิงเฉพาะบิทคอยน์และอีเธอเรียม จะเห็นว่าทั้งสองสกุลเงินปรับฐานอยู่ในกรอบไซด์เวย์ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดต่ำสุด ตั้งแต่ลงมาที่จุดต่ำสุดนี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทั้งสองสกุลเงินก็ไม่เคยวิ่งกลับขึ้นไปได้อย่างมีนัยสำคัญอีกเลย ถึงกระนั้นเราก็ยังได้ยินเสียงกองเชียร์และกองแช่งออกมาจากทั้งสองฝั่ง กองเชียร์ก็เชื่อว่าบิทคอยน์จะต้องขึ้นถึง $100,000 แน่นอน ในขณะที่กองแช่งเชื่อว่าบิทคอยน์จะลงไปเหลือ $0

เวลาจะเป็นตัวบอกเองว่าสุดท้ายแล้วสกุลเงินดิจิทัลจะเลือกทางไหน หากหลุด $29,000 ลงไปได้ เราอาจจะได้เห็นบิทคอยน์ไหลลงเป็นน้ำอีกครั้ง หรือถ้ามีเหตุอะไรที่มาทำให้บิทคอยน์พุ่งขึ้นแตะ $40,000 ได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับการระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลตาในตอนนี้ ก็เป็นไปได้ที่ฝั่งขาขึ้นจะเชื่อว่าถึงเวลากลับไปดันบิทคอยน์กันอีกครั้งหนึ่งแล้ว 

อย่างไรก็ดี การที่ยังมีคนจากทั้งสองฝ่ายมาถกเถียงกันอยู่ว่าสุดท้ายโลกสกุลเงินดิจิทัลจะลงเอยแบบใด ก็ยังหมายความว่ามีคนยังเห็นค่าและเชื่อในสิ่งที่สกุลเงินดิจิทัลทำอยู่ แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม นี่ขนาดว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลในตอนนี้มีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ $1.306 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าใกล้กับมูลค่าของบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกอย่างแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ $2.478 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

หรือวงการคริปโตฯ กำลังรอให้เกิดปรากฎการณ์บางอย่างเพื่อพาราคาขึ้นไป

เมื่อพูดถึงแอปเปิลแล้วอันที่จริงก็มีข่าวลือออกมาบ้างว่าแอปเปิลอาจรับบิทคอยน์เป็นหนึ่งช่องทางในการชำระเงิน แต่ข่าวนี้จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นได้เพียงข่าวลือเท่านั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้ที่บิทคอยน์หรืออีเธอเรียมทะยานขึ้นมาได้อย่างมีนัยสำคัญ มักจะมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่จะส่งผลต่อมูลค่าของทั้งสองสกุลเงินเกิดขึ้นก่อนเสมอ

ยกตัวอย่างเช่นย้อนกลับไปในปี 2017 ตอนที่บิทคอยน์ขึ้นมาถึง $20,000 ใหม่ๆ ตอนนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการมีบิทคอยน์ล่วงหน้าบนตลาด CME ซึ่งการที่บิทคอยน์สามารถเข้าสู่ตลาดฟิวเจอร์สได้หมายถึงการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งแล้ว ส่วนอีเธอเรียมก็พึ่งได้รับการยอมรับจาก CME เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021

การทะยานขึ้นของบิทคอยน์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในปีที่แล้วและช่วงต้นปี 2021 เมื่อเหรียญบิทคอยน์ถึงรอบที่ต้องแบ่งตัวเองออกให้มีจำนวนเล็กลงแลกกันกับความต้องการที่มีมากขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นบิทคอยน์ก็เป็นกระแสกับบริษัทดังๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นสแควร์ (NYSE:SQ) และเทสลา (NASDAQ:TSLA) โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่อีลอน มักส์ ปั่นว่าจะรับบิทคอยน์เป็นตัวกลางการชำระเงินเมื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้มูลค่าของบิทคอยน์เคยสูงขึ้นจนแตะ $65,500 ได้ ก่อนที่จะมาหักหลังกันด้วยข้ออ้างที่เด็กที่สุกว่าบิทคอยน์คือตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดมลพิษคาร์บอน

นี่อาจจะเป็นสัญญาณบอกว่าที่จริงแล้ว สกุลเงินดิจิทัลกำลังรอที่จะได้รับการยอมรับเพิ่มเติมเพื่อให้ตัวเองมีมูลค่าสูงขึ้น เป็นที่ยอมรับของโลกมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นได้รับการยอมรับจากแอปเปิลหรือการที่สามารถลงทุนในบิทคอยน์ได้ผ่านกองทุน ETF และ ETN เป็นต้น 

ความเสี่ยงที่รอผลักคริปโตฯ ให้ร่วงหล่น

อย่างที่ทราบกันดีว่าสกุลเงินเงินดิจิทัลเกิดมาเพื่อท้าทายกับระบบการเงินโลกที่มีธนาคารกลางและรัฐเป็นผู้ควบคุมหลัก เมื่อมีศัตรูมาท้ารบถึงหน้าบ้าน แน่นอนว่าภาครัฐก็ไม่ยอมแพ้ที่จะมอบอำนาจทางการเงินไปให้กับสกุลเงินที่ไม่มีใครควบคุมได้ง่ายๆ ยิ่งวงการนี้เติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ ความท้าทายที่ต้องเผชิญกับโลกก็ยิ่งมีมากขึ้น 

นอกจากการไล่ทำลายเหมืองขุดบิทคอยน์แล้ว รัฐยังพยายามโยนความผิดให้กับสกุลเงินดิจิทัลด้วยวิธีต่างๆ นานา ภาครัฐยังคงอ้างตนว่าพวกเขาคือความถูกต้องและมีเสถียรภาพที่ดีกว่าสกุลเงินดิจิทัล อย่ากระนั้นเลย รัฐจึงเลียนแบบสกุลเงินดิจิทัลด้วยการพยายามสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองขึ้นมา เอาความสะดวกสบายที่มอบให้กับประชาชนมาแลกกับการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เงินได้อย่างเต็มรูปแบบ

ความปลอดภัยก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายผู้สนับสนุนคริปโตฯ ไม่อาจเถียงความเป็นจริงในข้อนี้ได้ สำหรับคนยุคใหม่การรักษา ID หรือ Private Key ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา แต่สำหรับคนยุคก่อนหน้านั้น คนที่เติบโตมากับโลกที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต แม้แต่การสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียและการจำรหัสของบัญชีโซเชียลแต่ละแพลตฟอร์มยังเป็นปัญหายุ่งยากสำหรับพวกเขา ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงรหัสประหลาด 15 หลักที่เอามาเรียงเป็นคำไม่ได้ยิ่งไม่มีทางที่คนยุคก่อนหน้าจะรักษาได้ดี

อีกหนึ่งประเด็นที่ถือว่ากดดันตลาดสกุลเงินดิจิทัลได้อยู่พอสมควรคือการถูกโจมตีด้วยประเด็นของการรักษ์โลก ท่ามการกระแสที่หันไปทางไหนก็มีแต่พลังงานสะอาด แม้กระทั่งคนที่เชิดชูสกุลเงินดิจิทัลอย่างอีลอน มัสก์ก็ยังกล่าวหาบิทคอยน์ด้วยประเด็นนี้ก่อนจะหันไปบูชาโดจคอยน์ ดังนั้นจึงมีคนตั้งประเด็นว่าถ้าบิทคอยน์ยังใช้ PoW เป็นวิธีในการสร้างเหรียญอยู่ ก็ไม่มีทางหลุดพ้นข้อครหานี้ไปได้

ในทศวรรษนี้ ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับคนที่มีความรู้ด้านการเงิน มองว่าการกระทำของภาครัฐเสี่ยงต่อการคุกคามความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว พวกเขาอาจจะเลือกใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นที่เก็บสะสมความมั่งคั่งเป็นหลัก ทิ้งเงินไว้บางส่วนกับสกุลเงินดิจิทัลของภาครัฐเพราะใช้งานในโลกความเป็นจริงได้สะดวกกว่า ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งที่เชื่อมั่นในภาครัฐก็จะเลือกใช้สกุลเงินดิจิทัลของรัฐ ยอมแลกข้อมูลส่วนตัวกับความสะดวกสบาย เราจะเริ่มยิ่งเห็นภาพนี้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับตอนนี้ ผมมองว่าตลาดสกุลเงินดิจิทัลในระยะสั้นอยู่ในแนวโน้มขาลง  

ขาลงคริปโตฯ หมดเวลาแล้วหรือกำลังส่งสัญญาณเทรนด์ใหม่ในอนาคต?
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทันโลกกับ Trader KP
กองทุนของ Cathie นี้ยังน่าลงทุนหรือไม่ ? โดย ทันโลกกับ Trader KP - Jun 29, 2021

[Analysis] - ภายในเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา... ผลตอบแทนกองทุน Ark Invest กำลังไต่กลับขึ้นมาอย่างเงียบๆ และบวก +30% ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของปีแล้ว ! มาวิเคราะห์กันว่า กองทุนของป้า Cathie...

Pinchas Cohen/Investing.com
กราฟเด่นประจำวัน: การเบรกเอ้าท์ขึ้นครั้งต่อไปของบิทคอยน์อาจส่งราคาไปถึ โดย Pinchas Cohen/Investing.com - Jan 29, 2021 3

หลังจากสร้างความหวือหวาไปด้วยการร่วงต่ำกว่า $30,000 เมื่อวานนี้ ปัจจุบันราคาซื้อขายบิทคอยน์มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ $32,000 ในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่ รวมๆ...

ขาลงคริปโตฯ หมดเวลาแล้วหรือกำลังส่งสัญญาณเทรนด์ใหม่ในอนาคต?

แสดงความคิดเห็น

หลักเกณฑ์คำแนะนำสำหรับการแสดงความคิดเห็น


เราสนับสนุนให้ท่านได้ใช้ช่องทางการแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับผู้ใช้เว็บไซต์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในทัศนคติและสอบถามข้อสงสัยกับผู้เขียนและสอบถามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การสื่อสารสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่เราทุกคนต้องการและคาดหวังดังนี้กรุณาพึงระลึกในข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้:  

  • มีเนื้อหาสาระ การสนทนาควรมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ
  • เอาใจใส่และตรงประเด็น กรุณาโพสต์ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่กำลังอภิปราย
  • ให้เกียรติ แม้ในการแสดงความคิดเห็นเชิงลบก็ตามควรต้องกระทำในลักษณะสร้างสรรค์และสุภาพ
  • ใช้สไตล์การเขียนมาตรฐานทั่วไป ที่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวอักษรใหญ่เล็ก
  • หมายเหตุ: ข้อความและลิงค์ประเภทสแปมและ/หรือเพื่อการส่งเสริมการขายที่ปรากฎในการแสดงความคิดเห็นจะถูกลบทิ้ง
  • หลีกเลี่ยงการลบหลู่ การให้ร้ายผู้อื่น และการกล่าวโจมตีโดยส่วนตัว ที่กระทำต่อผู้เขียนเนื้อหาในเว็บหรือต่อผู้ใช้เว็บไซต์คนอื่น
  • เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น สามารถแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ผู้ที่โพสต์เนื้อหาข้อความสแปมหรือใช้เว็บไซต์นี้ไปในทางผิดจะถูกลบรายชื่อทิ้งจากเว็บไซต์และถูกปิดกั้นการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในอนาคตซึ่งเป็นไปตามดุลพินิจของเว็บไซต์ Investing.com

เขียนบรรยายความคิดของคุณได้ที่นี่
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
และโพสต์บน :
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ ความคิดเห็นของคุณทั้งหมดจะอยู่ระหว่างการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ ดังนั้นอาจใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรากฎบนเว็บไซต์ของเรา
ความคิดเห็น (1)
wealth supakorn
wealth supakorn Jul 23, 2021 22:48
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
คอมเม้นท์นี้ได้รับการบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
เพิ่มกราฟไว้ในคอมเมนต์
ยืนยันการบล็อก

คุณแน่ใจหรือว่าคุณต้องการบล็อก %USER_NAME%?

เมื่อทำการบล็อก คุณและ %USER_NAME% จะไม่สามารถเห็นโพสต์ของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์ Investing.com ได้

%USER_NAME% ได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน Block List ของคุณแล้ว

เนื่องจากคุณเพิ่งยกเลิกการบล็อกบุคคลนี้ คุณต้องรอ 48 ชั่วโมงก่อนการบล็อกอีกครั้ง

รายงานความคิดเห็นนี้

ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นนี้

ความคิดเห็นได้รับการติดธงเตือน

ขอบคุณ!

รายงานของคุณได้ถูกส่งไปยังผู้ดูแลบอร์ดของเราเพื่อการทบทวน
การปฏิเสธความรับผิด: Fusion Media would like to remind you that the data contained in this website is not necessarily real-time nor accurate. All CFDs (stocks, indexes, futures) and Forex prices are not provided by exchanges but rather by market makers, and so prices may not be accurate and may differ from the actual market price, meaning prices are indicative and not appropriate for trading purposes. Therefore Fusion Media doesn`t bear any responsibility for any trading losses you might incur as a result of using this data.

Fusion Media or anyone involved with Fusion Media will not accept any liability for loss or damage as a result of reliance on the information including data, quotes, charts and buy/sell signals contained within this website. Please be fully informed regarding the risks and costs associated with trading the financial markets, it is one of the riskiest investment forms possible.
สมัครสมาชิกด้วย Google
หรือ
สมัครสมาชิกด้วยอีเมล