ราคา Bitcoin วันนี้: อ่อนแอที่ $75k หลังทําจุดต่ําสุดในรอบ 15 เดือน
สรุปกลยุทธ์การลงทุนประจำเดือน มีนาคม 2021
ยีลด์ขาขึ้น น่ากลัวสำหรับบอนด์ระยะยาว แต่ Reflation Trades ยังไปต่อได้อยู่!!!
Economic & Markets Outlook
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินเผชิญกับความผันผวนหนักอีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงต้นเดือน ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ต่างเชื่อมั่นในภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจและไล่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะ หุ้น จนทำจุดสูงสุดใหม่ ทว่า จุดสูงสุดใหม่ของตลาดหุ้นก็อยู่กับตลาดได้ไม่นาน เพราะตลาดก็พลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) อย่างรวดเร็วในช่วงปลายเดือน จากความกังวลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีขึ้นต่อเนื่องและแนวโน้มเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น จะส่งผลให้เฟดลดการอัดฉีดสภาพคล่องหรือการทำคิวอีลง ซึ่งความคาดหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ร่วมกับมุมมองว่าเฟดอาจทยอยถอนการอัดฉีดสภาพคล่อง ได้ทำให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แตะจุดสูงสุดถึง 1.60% สร้างแรงกดดันให้บอนด์ยีลด์ 10ปี ทั่วโลกต่างปรับตัวขึ้น และส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดต่างเทขาย สินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้นเติบโต (Growth Stock) และ หุ้นเทคฯ เนื่องจาก หุ้นดูแพงขึ้นทันที เมื่อยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมองได้จากทั้งมุมมอง Discount rate ที่เพิ่มขึ้น บนโมเดล Discounted Cash Flow และ มุมมองส่วนต่างระหว่าง Earning Yield (1/PE) ของหุ้น กับ ยีลด์ของบอนด์ ที่ลดลง

Figure1: การเปลี่ยนแปลงของบอนด์ยีลด์ 10ปี นับตั้งแต่ช่วงต้นปี
Figure2: บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ เทียบกับ ความคาดหวังเงินเฟ้อ และ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
Figure3: ผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในเดือนที่ผ่านมา
สำหรับเดือนมีนาคม ในระยะสั้น ตลาดยังมีโอกาสเผชิญความผันผวน จากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว ซึ่งจะมาพร้อมกับแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เช่น ในกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่สำเร็จก็ ดังนั้น เราจึงมองว่า การปรับฐานของตลาดที่เกิดจากการปรับตัวขึ้นยีลด์ด้วยเหตุผลที่ดี (ทิศทางเศรษฐกิจดีขึ้น) คือ “Healthy Correction” ที่ช่วยดึงสติผู้เล่นในตลาดและทำให้ราคาสินทรัพย์ไม่ได้ซื้อขายในระดับราคาที่แพงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก เพราะถ้าตลาดซื้อขายสินทรัพย์บนความคาดหวังอนาคตเพียงอย่างเดียว สุดท้ายขาขึ้นของตลาดการเงินรอบนี้ จะกลายเป็นฟองสบู่ราคาสินทรัพย์ที่น่ากลัว และจุดจบคงจะไม่ต่างจากสมัย Dot Com Bubble หรือ ฟองสบู่อื่นๆ ในอดีต
แม้ว่า สินทรัพย์เสี่ยงอาจเผชิญความผันผวนได้ในระยะสั้น ทว่า แนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น สอดคล้องกับ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศ ที่เริ่มคลี่คลายลง ขณะเดียวกัน ในหลายพื้นที่ก็เริ่มมีการแจกจ่ายวัคซีน ทำให้รัฐบาลเริ่มสามารถทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ได้ ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น (Return to Normality) ในสภาวะดังกล่าว เรามองว่า สินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจจะยังคงปรับตัวขึ้นได้ดี (Reflation Trades) อาทิ สินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน EM เป็นต้น โดยในส่วนของหุ้น เรามองว่า หุ้นในกลุ่ม Cyclical และราคายังไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมาก หรือ เป็นหุ้นมูลค่า (Value) จะสามารถกลับมาเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาด แทนหุ้นกลุ่มเทคฯและหุ้นเติบโต ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้อยู่ ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลในอดีตตั้งแต่ปี 2009 พบว่า หุ้น Value จะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าหุ้น Growth เฉลี่ยราว 6 เดือน นับจากจุดต่ำสุดของยีลด์
ทั้งนี้ หากนักลงทุนไม่อยากเผชิญความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงก็ยังต้องพยายามหลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ที่มักจะให้ผลตอบแทนที่ย่ำแย่ในช่วงบอนด์ยีลด์กลับมาเป็นขาขึ้น (บอนด์ยีลด์ขึ้น ราคาบอนด์ลดลง) ทั้งนี้ นักลงทุนอาจหลบความเสี่ยงดังกล่าวได้ ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้เอกชน หรือ ตราสารหนี้ EM และ ตราสารหนี้ประเภท MBS, CMBS, ABS เป็นต้น ที่ยังมียีลด์ที่น่าสนใจและช่วยลดผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของยีลด์ได้ โดยการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภทดังกล่าว อาจสามารถคาดหวังผลตอบแทนได้ราว 3-4% ต่อปีในสภาวะปัจจุบัน ดังนั้น หากนักลงทุนต้องการกระแสเงินสดหรือ Income ในระดับที่สูงกว่านั้น เช่น 5% ต่อปี ก็อาจจะต้องยอมรับความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วยการลงทุนในหุ้น หรือ กองทุนรวมอสังหาฯและโครงสร้างพื้นฐาน ที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการลงทุน โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่จะได้รับอานิสงส์จากนโยบายของรัฐบาลหลายประเทศที่ต้องการลดมลภาวะและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น (Sustainable & Renewable Energy Infras. หรือ Green Infras.) หรือสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของความต้องการใช้เทคโนโลยี อย่าง Data Center, 5G Tower รวมถึง Logistics ที่ยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ E-Commerce
Risk Factors to keep eyes on
ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรติดตามในเดือนมีนาคม จะเป็นความผันผวนในตลาดการเงินที่อาจไม่กลับมาได้ทุกเมื่อ หากตลาดการเงินยังคงกังวลแนวโน้มบอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวขึ้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์ การระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะ การกลายพันธุ์ของไวรัส รวมถึง การแจกจ่ายวัคซีนที่ล่าช้า ก็อาจกดดันภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ทว่า เรามองว่า โอกาสเกิดสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงหนักขึ้น มีไม่มาก เนื่องจาก การระบาดของ COVID-19 มักชะลอตัวลง ตามสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น อีกทั้งการแจกจ่ายวัคซีนก็เริ่มเร่งตัวขึ้น ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดรุนแรงมีไม่มากและเชื่อว่าหลายประเทศก็จะเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ได้ในที่สุด
