สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังขาดทุนหนักจากภาษีศุลกากรและความกังวลเรื่อง AI
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้ในระหว่างวันราคาทองคําจะพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,867.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐในประเด็นไต้หวัน รวมไปถึงเหตุปะทะระหว่างทหารจีนและอินเดียบริเวณชายแดนตามแนว เทือกเขาหิมาลัย ก่อนที่ราคาทองคําจะอ่อนตัวลงโดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทํากําไร ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีไบเดนส่อเค้าจะล่าช้า หลังสมาชิกสภาคองเกรสหลายรายทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และตั้งข้อสงสัยถึงความจําเป็นของการออกมาตรการดังกล่าว
ขณะที่สกุลเงินยูโรยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังจากวานนี้ Ifo เผยว่า ดัชนีความเชื่อมันภาคธุรกิจของเยอรมนี ร่วงลงเกินคาดสู่ระดับ 90.1 ในเดือนม.ค. แตะระดับตําสุดในรอบ 6 เดือน นอกจากนี้นักวิเคราะห์ของ Ifo ยังออกมาเตือนอีกว่าความล่าช้าในการกระจายวัคซีน COVID-19 ได้เพิมความไม่ แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรช่วยหนุนให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าเพิมจนกระตุ้นแรงขายในตลาดทองคํา ส่งผลให้ราคาทองคําลดช่วงบวกลงมาปิดตลาดบริเวณ 1,855.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองไม่เปลียนแปลง สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนีราคาบ้าน โดย S&P/CS, ดัชนีความเชือมันผู้บริโภคจาก Conference Board และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์
ราคาพยายามสอบแนวต้านโซน 1,870-1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากไม่สามารถผ่านได้ ต้องระมัดระวังแรงขายทํากําไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมือราคาทองคํามีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที 1,845-1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพือสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
รอการอ่อนตัวลงของราคาหากไม่หลุดบริเวณ แนวรับ 1,845-1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พิจารณาเข้าซื้อทํา กําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,870-1,875 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ได้ แนะนํา ทยอยปิดสถานะซื้อทํากําไร

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
