ทรัมป์เผยได้พูดคุยกับผู้นำชั่วคราวเวเนซูเอลา มีความคืบหน้าด้านน้ำมันและการค้า
(BK:RS)
คาด 2Q63 แผ่ว แต่ดีกว่าอุตสาหกรรม เราคาดรายได้รวมปรับลดลง 13%QoQ และ 5%YoY เหลือ 860 ล้านบาท สาเหตุหลักจากธุรกิจสื่อทีวีดิจิทัล ที่ได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจาก COVID-19ซึ่งเม็ดเงินโฆษณาของอุตสาหกรรมใน 2Q63 ติดลบ ราว 35%YoY ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจสื่อคาดปรับลดลง 22%YoY เหลือ 205 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามสำหรับธุรกิจขายสินค้าหรือ RS Mall รายได้ยังเติบโตต่อเนื่อง 15%QoQ และ 6%YoY เป็น จากการเพิ่มช่องทางขายสินค้า ซึ่งจะมีการขายสินค้าทั้งช่องตัวเอง ช่องดาวเทียม โดยเฉพาะจากการขายผ่านช่องทาง Outbound ซึ่งช่วง COVID-19 สินค้าในกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ ยอดขายค่อนข้างดี และยังมีรายได้จากพันธมิตรใหม่ช่องอัมรินทร์ทีวีเข้ามาเสริม เราคาดกำไร 2Q63 ที่ 91 ล้านบาท -51%QoQ และ -5%YoY ซึ่งถือว่าดีกว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายอื่นที่ส่วนใหญ่ผลประกอบการขาดทุน
คาดผลประกอบการปี63 เติบโตสวนกระแส COVID-19 เราคาดใน 2H63 ธุรกิจสื่อจะฟื้นตัว หลังจากรัฐบาลคลาย Lockdown ทำให้กิจกรรมด้านบันเทิงกลับมาเปิดได้ เม็ดเงินโฆษณาจะดีขึ้น และคาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต 1 งาน รายได้ราว 25 ล้านบาท ส่วนธุรกิจ RS Mall คาด 4Q63 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปีจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น Mass มากขึ้น ภาพรวมปี 2563 เรามองว่าผลประกอบการของ RS จะดีกว่ากลุ่มทีวีดิจิทัลรายอื่นๆ เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนรายได้กว่า 55% มาจากธุรกิจขายสินค้า ซึ่งได้รับผลกระทบต่ำกว่ากลุ่ม ผู้ประกอบการทีวีและยังได้แรงหนุนจากการขายลิขสิทธ์คอนเทนต์ที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 200 ล้านบาท
ในด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรคาดว่าจะดีขึ้น เนื่องจากรายได้จากการขายลิขสิทธ์คอนเทนต์ของบริษัทเองมีต้นทุนที่ต่ำมาก และได้ผลบวกจากมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัล ซึ่ง กสทช. มีการลดค่า USO แบบขั้นบันได จากเดิมที่0.5-2% เหลือ 0.125-1.50%ของรายได้และบริษัทยังมีการ ควบคุมค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจ RS Mall ในการลดต้นทุนค่าขนส่งกับพาร์ทเนอร์รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่คาด ปรับลดลง17%YoY เหลือ 29 ล้านบาท
ปรับคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร” เราปรับลดคำแนะนำ จาก “ซื้อ” เป็น “เก็งกำไร” เราคงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ RS ที่ เติบโตดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มทีวีดิจิทัลรายอื่นๆ จากการปรับกลยุทธเน้นการเติบโตจากธุรกิจขายสินค้า แทนธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เป็นขาลง และในปีนี้ยังได้แรงหนุนจากการขายลิขสทิธิ์คอนเทนต์ มาช่วยชดเชย ผลกระทบจาก COVID-19
โดยคาดกำไรปีนี้เติบโต 44%YoY และปี 64 เติบโตต่อเนื่อง 31%YoY โดย เรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 64 เพิ่มขึ้น 13% อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับเพิ่มกว่า 68% ในรอบ 2 เดือน สะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควร เราปรับมูลค่าพื้นฐาน จากเดิมที่ 16.70 บาท เป็น 20.10 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และปรับไปใช้เป้าหมายเป็นปี 64 อิงวิธี DCF ที่ WACC 9.2%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
