KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
กำไรปกติ2Q63 พลิกกลับมากำไรสูง คาดรายได้ใน 2Q63 ที่ 6,776 ลบ. เติบโต 32.6%QoQ แต่ลดลง 37.2%YoY ถึงแม้ยอดสั่งซื้อยางมะตอยจะ ชะลอในเดือน เม.ย. เนื่องจากมาตรการ Lockdown แต่ภายหลังการเปิดเมืองคำสั่งซื้อเริ่มกลับเข้ามา โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่เหลือเวลาเพียง 2 ไตรมาสเท่านั้น (2Q63 – 3Q63) ในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563
ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในจีนเริ่มเข้าสู่ช่วง Working season นอกจากนี้ ราคาขายยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับจาก US$200/ตัน ในเดือน พ.ค. เป็น US$315/ตัน ในเดือน มิ.ย. ซึ่งปัจจุบัน ราคาขายยางมะตอยยังยืนเหนือระดับ US$300/ตัน คาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 24.7% ใน 2Q63 จาก -12.8% ใน 1Q63 และ 8.5% ใน 2Q62 โดยการปรับตัวขึ้นของน้ำมันดิบในช่วง 2Q63 จะทำให้บริษัทมีบันทึก Heading loss ราว 800 ลบ. แต่ได้ชดเชยจากการบันทึก stock gain ของน้ำมันดิบเช่นกันอีกราว 2 พันลบ. รวมทั้งได้ประโยชน์จากการที่น้ำมันดิบปรับตัวลงแรงใน 1Q63 ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและจะเห็นผลชัดเจนใน 2Q63
นอกจากนี้ อาจมีการบันทึกกำไรพิเศษจาก Insurance claim อีกราว 40 ลบ. เราจึงคาดกำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 1,342 ลบ. ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 1,302 ลบ.จากที่ขาดทุนราว 751 ลบ. ใน 1Q63
ครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกจากฐานต่ำคาดผลประกอบการใน 2H63 จะเติบโต HoH โดยเฉพาะใน 3Q63 เนื่องจากเป็นไตรมาสแรกที่ภาคธุรกิจ กลับมาดำเนินงานตามปกติเต็มไตรมาส และเป็นไตรมาสสุดท้ายสำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ขณะที่ 4Q63 จะได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2564 และเป็นช่วง Working season ของ ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังมี Upside จากการเบิกจ่ายงบฉุกเฉินสำหรับ COVID – 19 ที่อาจนำมาใช้ในการพัฒนาถนนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจุบันบริษัทมี Capacity น้ำมันดิบมากพอจน สามารถผลิตได้จนถึงปลายปี
ปรับราคาเป้าหมาย แต่ไม่เหลือ Upside…คงคำแนะนำ “TRADING” เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 – 2564 ที่ 2,024 ลบ. (-17.5%YoY) และ 3,008 ลบ. (+48.6%YoY) ตามลำดับ ปัจจุบัน TASCO เริ่มศึกษาแหล่งที่มาของน้ำมันดิบจากที่อื่นซึ่งช่วยลดการพึ่งพา และกำจัด Downside risk ของแหล่งที่มาของยางมะตอยในระยะยาว แต่จะได้ผลผลิตน้อยกว่าแหล่ง น้ำมันดิบใน Venezuela ซึ่งอาจทำให้ GPM ลดลง
เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้น 2Q64 ได้ราคา เป้าหมายที่ 26.00 บาทต่อหุ้น อิง PE Multiple ที่ 16.4x (+1.5SD) ไม่เหลือ Upside จึงยังคง คำแนะนำ “TRADING” ในช่วงสั้น มีโอกาส Sell on Fact ภายหลังงบ 2Q63 ออกในวันที่ 10 ส.ค. 63 เรา มองว่าการปรับตัวขึ้นเป็นโอกาสลดน้ำหนักเพื่อ Lock-in-Profit บางส่วน
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








