KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 2.63 บาทต่อหุ้น ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี DCF โดยใช้ WACC ที่ 5.7% และ Terminal Growth ที่ 1 % เทียบเท่า 20.5xPE’21E อิงกับ สมมติฐานสัญญาขายไฟจากโรงไฟฟ้ารวม 16.5MW รับรู้เต็มปี ในปี 20 และจะเพิ่มอีก 24 MW จากการ COD โรงไฟฟ้าใหม่ ช่วยปลายปี 22 ส่งผลให้มีรายได้จากการขายไฟฟ้ารวม 40.5 MW รับรู้เต็มปีในปี 23
จุดเด่นของบริษัทฯ รายได้มีความมั่นคงสูง จากการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ที่ใช้เชื้อเพลิง RDF จากการแปรรูปขยะชุมชนและขยะ อุตสาหกรรมเป็นวัตถุดิบ ด้วยสัญญาระยะยาว 20 ปีกับการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และมีโอกาสเติบโตจากแผนเข้าประมูล โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมขนาด 44 MW จากคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานภายในปีนี้
คาดกำไรสุทธิปี 20-22 เติบโต 71% ต่อปี จากสมมติฐาน (1) รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าที่เติบโตปีละ 32% ตามการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าของบริษัทย่อย RH และ AVA เต็มปีในปี 20-22 (2) อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 60% -62% ในปี 20-22 ตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนคงที่ต่อ รายได้มีแนวโน้มลดลง
เงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO จะใช้ในการขยายโรงไฟฟ้าและชำระเงินกู้ เงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO คราวนี้ บริษัทฯมีแผนนำไปใช้ใ การขยายธุรกิจ, ชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะอุตสาหกรรมและขยะชุมชนเป็นเชื้อเพลิง คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดย ทาง กฟภ. ตกลงรับซื้อไฟฟ้าจากบริษัทจ านวน 8 MW เป็นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่ 9 มีนาคม 2017 สำหรับบริษัทย่อย RH และ AVA ทางกฟภ. ได้รับซื้อไฟฟ้าจำนวน 5.5 MW เป็นระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2019 และ 3.0 MW ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2019 ตามลำดับ
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th








