อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
คาด 2Q63 จุดต่ำสุดของปี ... แต่คาด BCH เติบโตสวนกระแส
แนวโน้ม 2Q63 เราคาดผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลจะชะลอตัว QoQ และ YoY และเป็นจุดต่ำสุดของปี จากผลกระทบ COVID-19 ส่งผลให้ในเดือน เม.ย. – พ.ค. คนไข้ที่มาใช้บริการลดลงรุนแรง ทั้งจากลูกค้าต่างชาติ ที่หายไปเกือบหมด และลูกค้าชาวไทยที่เดินทางมารักษาลดลง ขณะที่ในเดือน มิ.ย สถานการณ์ดีขึ้น หลังผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มในอัตราที่ลดลง คนไข้ไทยเริ่มกลับมาใช้บริการมากขึ้น
อย่างไรก็ตามเราคาดว่า BCH จะมีผลประกอบการโดดเด่นกว่ากลุ่ม เนื่องจากถือเป็นโรงพยาบาลเดียวที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 จากการ ให้บริการตรวจเชื้อ COVID-19 บริษัทให้ข้อมูลล่าสุด ได้บริการตรวจไปแล้วตั้งแต่ มี.ค. - มิ.ย กว่า 1.2 แสนราย สูงสุดในกลุ่ม รพ.เอกชน ทำให้มีรายได้มาชดเชยกับรายได้จากกลุ่มลูกค้าปกติที่หายไป โดยบริษัทให้ข้อมูล รายได้จากกลุ่มเงินสดใน 2Q63 เติบโต double digits YoY ขณะที่ รายได้จากประกันสังคมเติบโต Single digit YoY จากผลบวกการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมตั้งแต่ต้นปี
คาด 2H63 เริ่มฟื้นตัว...คลาย lockdown และเข้าhigh season
เราคาดว่าสถานการณ์ครึ่งปีหลังสถานการณ์จะดีขึ้น หลังรัฐบาลมีการผ่อนปรนมาตรการ lockdown เฟส4 กอปรกับเข้าช่วงฤดูฝนซึ่งเป็น High season ของอุตสาหกรรมคาดคนไข้ไทยจะกลับมาใช้บริการมากขึ้น ขณะที่ประเด็นที่ ครม.มีมติออกมาเห็นชอบตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 (ศบค.) ผ่อนคลายให้ต่างชาติ สามารถเดินทางเข้าไทยได้ เรามองเป็น sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนต่างชาติสูง อาทิ BH (สัดส่วน 65%) BDMS (29%)
รองลงมาได้แก่ PR9(15%) EKH(12%) และ BCH(11%) อย่างไรก็ตามสำหรับ มาตรการผ่อนปรนระยะแรกจะเริ่มจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทินิวซีแลนด์ออสเตรเลีย ญี่ปุ่ น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และบางเมืองของจีน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต่ำราว 7-10% ของลูกค้า BH และ BDMS ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นตะวันออกกลาง รายได้จากต่างประเทศจึงยังไม่ฟื้นมากนัก ขณะที่ EKH ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาว จีนที่ไม่ได้อยุ่ในเขตมณฑลที่เสี่ยง จึงมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีกว่า
ภาพรวมปี 2563 ยังมองว่า รพ.กลุ่มประกันสังคม Outperform
ภาพรวมปี2563 เราคาดกำไรหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ภายใต้Coverage ของเรา 7 บริษัท ที่ 11,247 ล้านบาท (-12%YoY) อย่างไรก็ตาม เราคาดกลุ่มโรงพยาบาลที่รับลูกค้าประกันสังคมเป็นหลัก ผลประกอบการจะ Outperformกลุ่ม เนื่องจากได้รับผลบวกจากการที่ประกันสังคมปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัว ราว 5.6% ในช่วงต้นปี เป็น 3,959 บาทต่อหัว ชดเชยรายได้จากผู้ป่วยเงินสดที่ลดลง โดยคาดว่าหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่รับ ประกันสังคมที่เรา COVER จะมีกำไรสุทธิเติบโตจากปี ก่อน ได้แก่ BCH (+4%YoY) , VIBHA (+8%YoY) และ LPH (+11%YoY) โดย BCH เรามองว่ายังมี Upside Risk ในการปรับเพิ่มประมาณการ
คงน้ำหนักกการลงทุน “เท่าตลาด”
เรามองว่าผลประกอบการที่แย่ในครึ่งปี แรกตลาดรับรู้ ไปแล้ว และคาดหวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะบรรเทาลงในครึ่งปี หลัง เราแนะนำลงทุนในเชิง selective เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม โรงพยาบาลที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดีกว่ากลุ่มฯ โดยเราแนะนำ “ซื้อ” BCH (TP THB17.50) ซึ่ง เราเลือกเป็น Top pick ของกลุ่ม และ VIBHA (TP THB2.25) ด้าน valuation ถือว่ายังถูก โดยทั้ง 2 บริษัท ซือขาย ที่ P/E -1.5SD บนค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
หุ้นดาวเด่นสำหรับกลุ่มโรงพยาบาลที่น่าจับตา และเหมาะสำหรับลงทุนในระยะยาว ได้ แก่ หุ้น PRINC ซึ่งบริษัทอยู่ในช่วงของการขยายการลงทุน มีแผนขยายโรงพยาบาลจากปัจจุบัน 10แห่งเป็น 20 แห่งใน 3 ปี ข้างหน้า ด้าน Valuation เรามองว่าถูกหากลงทุนในระยะยาว ซึ่งซื้อขายที่ P/BVเพียง 1.2x เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลที่ 3.1x ซึ่งระดับ P/BV ที่เหมาะสมในระยะยาวเรามองว่าอยู่ในช่วง 1.7- 2x ณ ระดับราคาที่4.30-5.00 บาท
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









