อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
ผลจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำ ให้ตลาดการเงินผันผวนสูง นักลงทุนทัง้สถาบัน และรายบุคคลทั่วโลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในหุ้นยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่กองทุน หุ้น ESG ในต่างประเทศ สามารถสร้างผลตอบแทน YTD เป็นบวกได้อย่างน่าประทับใจ ในมุมมองของเรา ประเมินจุดเด่นของหุ้น ESG คือ ความเสี่ยงทางธุรกิจในระยะยาวควรจะต่ากว่าหุ้นท่ัวไป เพราะใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่มักเป็นความเสี่ยงอย่างไม่คาดฝัน และกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการลงทุนหุ้น ESG ในไทย เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งหมายความว่านักลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทที่มี ESG มากขึ้นเช่นกัน เราได้คัดกรองหุ้นจาก SETTHSI INDEX ผ่านปัจจัยพื้นฐาน PBV, D/E Ratio, และ ROE พบว่ามี 7 หลักทรัพย์ที่น่าสนใจ คือ AMATA, EA, INTUCH, PTT (BK:PTT), SCC, SPALI, TTW แม้หุ้น ESG ในไทยยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า จะชนะตลาดในระยะยาว แต่เรามั่นใจว่าถ้านักลงทุนนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Asset Allocation จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิเคราะห์หุ้นด้วยองค์ประกอบ ESG
แก่นของการลงทุนในหุ้น ESG ไม่ไดมุ่งเสาะหาบริษัทที่มีอัตราการเตบิโตสูงเพยีงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนในหุ้นที่คาดหมายว่าความเสี่ยงทางธุรกิจจะต่ำกว่าอุตสาหกรรม หรือตลาด โดยรวม เพราะบริษัทเหล่านี้จะใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social), และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะที่ในมุมของนักลงทุนสามารถประยุกต์ใช้ ESG เพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละอุตสาหกรรม และนำไปช่วยจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) เพื่อสร้างผลตอบแทนให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวโน้มการลงทุนหุ้น ESG เร่งตัวขึ้น ในช่วง COVID-19
ผลจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการทรุดตัวอย่างหนักของสินทรัพย์ลงทุน ทำให้ กองทุน ESG ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ข้อมูลของ Morning Star บ่งชี่้ว่ามีเม็ดเงิน ไหลเข้าช่วง 1Q63 ราว $4.6 หมื่นล้าน สวนทางกับกองทุนทั่วไปที่เม้ดเงินไหลออก $38.5 หมื่นล้าน และเมื่อพิจารณาผลตอบแทนของ S&P ESG INDEX พบว่า -6.1% YTD ดีกว่า S&P500 ที่ -7.6% YTD ขณะที่ ผลตอบแทนของกองทุน ETF เช่น Nuveen ESG Large-Cap Growth (NULG) +10% YTD และ iShares ESG MSCI USA ETF (ESGU) +0.6 %YTD
ส่วนดัชนี SETTHSI INDEX ที่เป็นดัชนีหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพยฯ์ -18.2% YTD แย่กว่า SET INDEX ที่ -16.6% YTD เล็กน้อย เนื่องจากหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มท่องเที่ยวของไทยถูกกระทบโดยตรงจาก COVID-19 ซึ่งมีMarket Cap. รวมกันราว 25% ของดัชนี จึงทำให้ SETTHSI เคลื่อนไหวแย่กว่าตลาดชั่วคราว แต่ในระยะยาว เราคาดว่าหุ้น SETTHSI จะกลับมา Outperform ตลาดได้ เพราะ (1) ความเสี่ยงทางธุรกจิของบริษัทเหล่านี้จะลดลงต่อเนื่อง และ (2) นักลงทุนจะให้มูลค่าเพิ่มกับบริษัทที่ยึดหลัก ESG มากขึ้น
กรองหุ้น ESG ด้วยปัจจัยพื้น ฐานจาก SETTHSI INDEX
การเคลื่อนไหวของ SETTHSI INDEX ที่ Underperform SET INDEX สะท้อนความเป็นไปได้ที่ หุ้น ESG อาจให้ผลตอบแทนแย่กว่าตลาดในบางช่วง แต่เนื่องจาก SETTHSI ยังมขี้อมูลในอดีตไม่มาก (เริ่มคำนวณเมื่อ 2 ก.ค. 61) จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าผลตอบแทนระยะยาวจะ สามารถชนะ SET INDEX ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถ้าอิงดัชนีหุ้น ESG ต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ พบว่ายังสร้างผลตอบแทนชนะ Benchmark ได้ต่อเนื่อง การทำ Stock Selection โดยการคัดเลือกผ่าน Universe ที่ประกอบด้วยหุ้น ESG จึงยังเป็นกลยุทธท์ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนดกีว่าตลาดได้อย่างย่ั่งยืน
เราเลือกที่จะวิเคราะห์หุ้นจาก SETTSHI INDEX จำนวน 58 หลักทรัพย์ เพราะใกล้เคียงกับ Universe ของเรามากทีุ่่สุด แล้วนำมาคัดกรองด้วยปัจจัยพนื้ฐาน 3 เงื่อนไขคือ
(1) Current PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง
(2) ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง D/E Ratio น้อยกว่า 2 เท่า และ
(3) ROE มากกว่า 10% ที่เป็นค่าเฉลี่ยของตลาด พบว่ามีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ ทั้งสิ้น 7 หลักทรัพย์คือ AMATA, EA, INTUCH, PTT, SCC, SPALI, TTW ทั้งนี้เนื่องจาก Valuation ของตลาดหุ้นไทยที่ PER 19.5 เท่า ค่อนข้างตึงตัว เราแนะนำให้ เลือกลงทุนหุ้น ESG ช่วงที่ราคาหุ้นพักฐาน หรือใช้ปัจจัยทางเทคนิคเพื่อหาจุดซื้อจุดขายที่่เหมาะสมอีกครั้ง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









