หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานเศรษฐกิจประจำเดือนพ.ค. ยังคงหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ถึงแม้จะมีการคลายมาตรการควบคุมการแพร่ ระบาดโรค COVID-19 ไปบางส่วน
โดยภาพรวมกิจกรรมทาง เศรษฐกิจหดตัวเกือบทุกกิจกรรม เช่น
1)ภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบมากที่สุดหดตัวถึง100% YoY เป็นเดือนที่2
2) การลงทุนนั้นชะลอตัวสอดคล้องกับการลงทุนของภาคธุรกิจที่ชะลอตัวทั้งอุปสงค์ในและ ต่างประเทศ
3) การส่งออกที่เป็น Swing Factor หากไม่รวมทองคำ ติดลบสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 29% YoY จากการส่งออกที่ลดลงในเกือบทุกรายการมีเพียงสินค้าเกษตรที่สามารถขยายตัวได้
4) ด้านการบริโภคภาคเอกชนหดตัวชะลอลง จากการจ้างงาน รายได้และความเชื่อมั่นที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังอยู่ใน ระดับต่ำ ขณะที่มีเพียงการใช้จ่ายภาครัฐเท่านั้นที่ยังคงขยายตัวได้ดีแต่หากไม่รวมเงินโอนการใช้จ่ายจะทรงตัว เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้เราคาดว่า 3Q63 กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้น โดยเฉพาะภาคการบริโภค เอกชน เนื่องจากไตรมาสนี้มีการคลาย Lockdown ระยะสุดท้าย ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ดำเนินการ ได้อย่างเต็มรูปแบบ อาทิห้างสรรพสินค้าและศูนย์แสดงสินค้าขยายเวลาเปิดได้ถึง 22.00น. ส่วนทางด้าน เศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญได้มีการผ่อนคลายมาตรการLockdown เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยไทยในปี 2563 ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจาก 1)ภาคการท่องเที่ยวที่ อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว 2) การแข็งค่าของค่าเงินบาทอาจเป็นปัจจัยกดดัน
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. ยังคงหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ถึงแม้ในเดือนนี้จะ มีการคลายมาตรการ Lockdown ไปบ้างแล้วบางส่วน แต่การท่องเที่ยวยังคงถูกกระทบอย่างหนักจาก มาตรการการห้ามเดินทางข้ามประเทศที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีเพียงการใช้ จ่ายภาครัฐเท่านั้นที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจเป็นเดือนที่ 3
1) จำนวนนักท่องเที่ยวหดตัว 100% YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากผลของมาตรการการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID–19 ซึ่งผลของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงนั้นทำให้กระทบต่อธุรกิจ และ แรงงานที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและธุรกิจขนส่ง
2) การลงทุนภาคเอกชน -12.5 % YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 จากการชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจที่อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศสะท้อนจาก การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ลดลง ที่หดตัว 11.8% YoY เป็นผลจากการนำเข้าสินค้าทุนที่หดตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินโลก ปี 2552 และการลงทุนในหมวดก่อสร้างพลิกกลับมาหดตัว 2.4% YoY ตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเสาเข็มคอนกรีดที่ลดลง
3) มูลค่าการส่งออก หดตัวเร่งขึ้น 23.6% YoY ซึ่งหากไม่รวมการส่งออกทองคำส่งผลให้มูลค่าการส่งออก ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 29% YoY จาก 1) เครื่องจักรและอุปกรณ์ -19.6 % YoY สอดคล้องกับ ภาวะการลงทุนของประเทศคู่ค้าที่อ่อนแอ 2) หมวดยานยนต์และชิ้นส่วน -57.2% YoY ตามการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ที่หดตัวเพิ่มขึ้น 3) สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันที่หดตัวทั้งด้านราคาและปริมาณ ในทางกลับกันมีเพียงสินค้าเกษตรเพียงอย่างเดียวที่เร่งตัวขึ้นได้ +24.4% YoY ตามการส่งออกผลไม้ไปจีนเป็นสำคัญ
4) การบริโภคภาคเอกชน หดตัวชะลอลง 12.5% YoY จากการจ้างงาน รายได้ และความเชื่อมั่นที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อภาคครัวเรือนยังคงอ่อนแอซึ่งสะท้อนผ่านการใช้จ่ายทุกหมวดที่ลดลง นำโดย 1) การใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน -32% YoY แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตามยอดจำหน่ารถยนต์ที่นั่ง ส่วนบุคคลและรถเชิงพาณิชย์ปรับตัวดีขึ้น 2) สินค้ากึ่งคงทนลดลงตามการนำเข้าเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม 3) สินค้าไม่คงทน -7.5% YoY หดตัวลดลงโดยเฉพาะ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และ ยาสูบ และน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ไปบางส่วน รวมทั้งได้รับ แรงหนุนจากมาตรการการเยียวยาจากภาครัฐ
ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐเป็นกิจกรรมหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ +15.4% YoY ขยายตัวต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 3แต่หากไม่รวมเงินโอนจะทรงตัวใกล้เคียงกับระยะเดียวกันกับปี ก่อนหน้า จากรายจ่ายประจำและ รายจ่ายการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่กลับมาชะลอตัว
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









