หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
ผลประกอบการใน 2Q63 พลิกกลับมาทำกำไร
ตลาดในประเทศได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 โดยเฉพาะในเดือน พ.ค – มิ.ย. ที่รายได้ ต่อเดือนมีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่ และตลาดต่างประเทศได้แรงหนุนจากเข้าสู่ช่วง Working season (ยกเว้นประเทศอินโดนีเซียที่จะ High season ใน 2H63) รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาด COVID – 19 ที่เริ่มคลี่คลาย จะส่งผลให้คำสั่งซื้อที่ชะลอใน 1Q63 เริ่มทยอยกลับมาใน 2Q63 ด้านราคาขายยางมะตอย ปัจจุบัน กลับมาอยู่ในระดับสูงราว US$315/ตัน จาก US$200/ตัน ในช่วงเดือน พ.ค. และจาก US$170 ในช่วงต้นปีได้อานิสงค์จาก Demand ที่กลับเข้ามาขณะที่ Supply ยางมะตอยยังต่ำ จากการลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นทำให้ผลผลิตที่เป็นยางมะตอยลดลงไปด้วย ส่วนราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวใน 2Q63 อาจ ทำให้บริษัทมีการบันทึก Hedging loss บางส่วนแต่ก็ได้ชดเชยจากกำไรจาก Stock ซึ่งจะช่วยหนุน GPM ให้พลิกกลับมาเป็นบวกได้ใน 2Q63 นอกจากนี้จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจาก Insurance claim อีกราว 20 – 40 ลบ. เราคาดกำไรปกติใน 2Q63 เบื้องต้นที่ 600 –800 ลบ. จากที่ขาดทุน 751 ลบ. ใน 1Q63
ครึ่งปีหลังยังสดใส
แนวโน้มผลประกอบการปกติใน 3Q63 คาดจะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY เพราะเป็นไตรมาสแรกที่ภาคธุรกิจ กลับมาดำเนิงานเป็นปกติเต็มไตรมาส โดยเฉพาะประเทศไทย จีนและมาเลเซีย และเป็นไตรมาสสุดท้าย สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ของไทยซึ่งจะเป็นแรงผลักดันผลประกอบการและดีต่อเนื่องไปถึง 4Q63 ที่ได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2564 หากการอนุมัติเป็นไปตามแผน รวมทั้งเป็นช่วง Working Season ของประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังได้รับผลประโยชน์จากการเบิกจ่ายงบฉุกเฉิน COVID-19 ในประเทศ ส่วนแนวโน้มราคาในระยะยาวคาดจะปรับตัวขึ้นซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจาก มาตรการ IMO2020
ปรับราคาเป้าหมายแต่ Upside จำกัด ลดคำแนะนำเป็น “TRADING”
เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 2,024 ลบ. (-17.5%YoY) โดยจุดต่ำสุดของ TASCO ใน 1Q63 ได้ผ่านไปแล้วและจะกลับมาเติบโตตั้งแต่ 2Q63 ตั้งแต่เป็นต้นไป ซึ่งคำสั่งซื้อที่เลื่อนออกไปใน 1Q63 จะทยอยกลับมาโตเด่นตั้งแต่ 2Q63 รวมทั้งราคาขายยางมะตอยที่ปรับตัวขึ้นซึ่งได้ประโยชน์จากมาตรการ IMO 2020 และได้ต้นทุนการผลิตที่ต่ำหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงใน 1Q63 ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนใน 2Q63 – 3Q63 อีกทั้ง TASCO เริ่มศึกษาและหาแหล่งน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงใน การพึ่งพิงจากแหล่งน้ำมันที่ใดที่หนึ่งอีกด้วย เราคงราคาเหมาะสมปี 2563 ที่ 21.10 บาทต่อหุ้น อิง PER ที่ 14.7x (+1.0 SD)ขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่24.90 บาทต่อหุ้น จึงลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING”
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









