หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
FY2Q20 รายการพิเศษกดดันให้ขาดทุน KSL ขาดทุนสุทธิในงวด FY 2 Q20 ( ก.พ.-เม.ย.) ที่ 587 ลบ. (จากที่มีกำไร 416 ลบ. ใน FY2Q19 และ 212 ลบ. ใน FY1Q20) เกิดจากการรับรู้รายการพิเศษเข้ามา 2 รายการคือ เงินนำส่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลย้อนหลังสำหรับปี 17/18 และ 18/19 จำนวน 337 ลบ. และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์จำนวน 506 ลบ. เนื่องจากมีการซื้อสัญญาล่วงหน้าไว้มากในช่วงที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี (เป็นผลจากการซื้อคืนสัญญาขายล่วงหน้าในช่วง FY1Q20) หากไม่นับรายการดังกล่าวที่สุทธิ กับภาษีแล้วจะมีกำไรปกติที่ระดับ 93 ลบ. ( - 7 3%YoY, -60%QoQ) โดยรายได้อยู่ที่ 3,420 ลบ. เพิ่มขึ้น 3%YoY,14%QoQ ได้รับผลดีจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำตาล +28%YoY,+7%QoQ มาอยู่ที่ 2 แสนตัน โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1 2,165 บาท/ตัน ลดลง 1%YoY แต่ดีขึ้น 6%QoQ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11% ลดลงจาก 33% ใน FY 2Q19 และ 21% ใน FY1Q20 เนื่องจากอ้อยเข้าหีบลดลงทำให้ต้องมีการไปหาซื้อวัตถุดิบมาใช้ซึ่งมีราคาสูง และปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้นมาก (ราคาส่งออกถูก กว่าราคาในประเทศ) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 316 ลบ. ( -47%YoY, - 4 0%QoQ) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 104 ลบ. (+211%YoY,+4 3%QoQ) จากผลดีของบริษัทอย่าง BBGI ที่ผลประกอบการดีขึ้น รวมแล้วในช่วง FY1H20 KSL มีรายได้ 6,419 ลบ. (+0.7% YoY) และมีผลขาดทุนกว่า 375 ลบ. แต่ถ้าไม่ รวมรายการพิเศษกำไรปกติจะอยู่ที่ระดับ 326 ลบ. ( -18%YoY)
ราคาตลาดโลกยังผันผวน ราคาน้ำตาลในตลาดโลก มีการปรับตัวลดลงไปถึงระดับต่ำกว่า 10 Cents/Pounds ในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาเกิดจากแรงกดดันของปริมาณน้ำตาลในตลาดที่คาดว่า จะเพิ่มขึ้นจาก 1.บราซิลหันมาผลิตน้ำตาลที่ระดับ 35 ล้านตันจากเดิมที่ผลิตเพียง 26 ลบ. แทนการผลิตเอทานอลเพราะราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก รวมถึงค่าเงินเรียลของบราซิลมีการอ่อนตัวลง 2.อินเดียทีคาดว่าในฤดูกาลผลิตปี 21 จะเพิ่มขึ้น เป็น 32 ล้านตันจากเดิม 25 ล้านตัน แต่หลังจากนั้นราคาเริ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เนื่องจากการขนส่งจากทางบราซิลที่มีปัญหาคอขวด ความกังวลเกี่ยวกับปัญหา ภัยแล้งที่อาจจะทำให้ได้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้า และการนำเข้าจากจีนที่ยังคงสูงอยู่ (มีการลดภาษีนำเข้าจากระดับ 85% เหลือ 50% แม้ว่าอาจจะมีการบริโภค ลดลงจากมาตรการล๊อคดาวน์ประเทศก็ตาม) อีกทั้งกองทุนมีการกลับมาถือสถานะ ซือล่วงหน้าสุทธิแล้ว (Net Long Position) ทั้งนี้คาดว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะ อยู่ในกรอ บ 12 -13.5 Cents/Pound
ปรับประมาณการปี 20 ลงอีกรอบ เราปรับกำไรสุทธิปี 20 (ที่ไม่รวมรายการพิเศษในช่วง FY2Q20) ลงจากเดิม 28% มาอยู่ที่ 524 ลบ. ( -36%YoY) เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่อ่อนแอในช่วง FY2Q20 โดยเฉพาะปัญหาอ้อยเข้าหีบที่ลดลงมากทำให้ KSL ต้องไปหาซื อวัตถุดิบ จากแหล่งอื่นเพิ่มทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น
สำหรับคำแนะนำการลงทุน ระยะสั้นด้วยผลประกอบการที่ยังอ่อนแอโดยเฉพาะปัญหาอ้อยเข้าหีบที่ลดลงมาก ดังนั้นระยะสั้น เราจึงแนะนำ “ขาย ” ไปก่อนโดยให้ติดตามตามราคาน้ำตาลตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หากเหนการฟื้นตัวสามารถเข้ามาเก็งกำไรได้และเราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 20 ได้ใหม่ที่ 1.96 บาท ( 16.5XPER 2 0E)
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th









