หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
กำไรไตรมาส 1/2563เติบโตสูง+47%YoYจากอัตรากำไรขั้นต้นเติบโต +4.6%YoY
คาดกำไรสุทธิปี 2563 จำนวน 147 ล้านบาท (+87.3%YoY) เติบโตสูงคาดCAGRปี 2562-2564 ราว 56.0% จากการขยายฐานลูกค้าและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
มุ่งขยายฐานลูกค้าเพิ่มรายได้ คาดCAGR ปี 2562-2564 ราว 12.4% จากผลิตภัณฑ์ใหม่ของลูกค้าเดิมในกลุ่มสินค้าอุปโภคและเจาะฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มสินค้าบริโภค
คาดอัตรากำไรขั้นต้นระดับสูง ตั้งเป้ากรอบ 23-25% ดีกว่าคู่แข่งอันดับหนึ่งของโลก จากกลยุทธ์เน้นผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์เกรดสูง เน้นอัตรากำไรดีเป็นหลั
แนะนำ“ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี2563 ที่ 10.00บาทอ้างอิงวิธี DCFWACC 10%, Terminal growth 1%เป็นหุ้นHigh Organic GrowthระดับPEG ratio เพียง 0.3 เท่า
กำไรไตรมาส 1/2563 เติบโตสูง 47%YoYอัตรากำไรขั้นต้นเติบโตสูง
ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/2563 เท่ากับ 35 ล้านบาท (+8.2%QoQ, +47.0%YoY)
ปัจจัยหนุนในไตรมาสนี้สาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสูงมาอยู่ที่ 23.5% เพิ่มขึ้น 4.6%YoY จากการบริหารต้นทุนการผลิตสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับอานิสงส์เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นปีทำให้วัตถุดิบนำเข้าถูกลงโดยกำไรไตรมาส 1/2563 คิดเป็นสัดส่วน 23.8% ของประมาณการทั้งปี 2563
เติบโตแข็งแกร่ง หลากหลายประเด็นที่น่าสนใจในการลงทุน
High Compound Annual Growth Rateคาดกำไรสุทธิมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปี 2562-2564 อยู่ที่ 56.0% ประเมินกำไรสุทธิปี 2563 และ 2564 จำนวน 147 ล้านบาท (+87.3%YoY) และ 191 ล้านบาท (+29.9%YoY) ตามลำดับ
Expand into Food Packagingมุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มสินค้าบริโภค เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 20% เป็น 40% ในระยะ 3 ปีซึ่งเป็นตลาดใหญ่กว่าสินค้าอุปโภค
Higher Gross Profit Marginเน้นเลือกผลิตสินค้าเกรด A ถึง B+ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง โดยผู้บริหารตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในกรอบ 23-25% จากเดิม 21-23%
ระดับ PEG Ratio ต่ำเพียง 0.3 เท่ายัง Undervalued เป็น High GrowthStock
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี256310.00บาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ปี2563ที่10.00บาทต่อหุ้น(จากเดิม 6.10 บาท) อ้างอิงวิธีDCF สมมติฐานWACC 9%Terminal growth 1%และBeta 1.0ยังเป็นหุ้น Undervalued ระดับ PEG ratio ต่ำเพียง 0.3 เท่าจากForward P/E ratioราว27เท่าและการเติบโตของกำไรสุทธิ 87.3%โดยระดับ P/E ratio ยังต่ำกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันเปรียบเทียบกับกลุ่มบริษัทแอมคอร์ในสหรัฐอเมริกาที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งที่มีระดับP/E ratioที่ราว 33 เท่า ขณะที่ SFLEX มีความโดดเด่นด้านอัตรากำไรที่สูงกว่า
ความเสี่ยง: กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว, การแข่งขัน, การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities









