หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
หุ้นกลุ่มนี้หลายตัวราคาขึ้นมาร้อนแรงตั้งแต่ประกาศงบเริ่มตั้งแต่ CBG ตามมาด้วย ICHI, TACC หรือวันสองวันนี้ก็ MALEE ที่ขึ้นแรง เรามาดูกันดีกว่าครับว่า แต่ละบริษัทงบเป็นอย่างไรแบบสั้นๆ

CBG
คืองบเทพมากตั้งแต่บรรทัดแรกถึงบรรทัดสุดท้าย รายได้ก็โตดี ต้นทุนก็ลดได้ SG&A ก็ลดลง คืนเงินกู้อีก ทำให้กำไรเติบโตระดับ +90%
รายได้โตมาจาก CLMV เป็นหลัก +36% แต่ที่ไทยไม่โต (ตลาดในประเทศสู้ OSPไม่ไหว แต่ต่างประเทศดีกว่ามาก) บางส่วนก็น่าจะมาจากการตุนสินค้า แต่เชื่อว่าบางส่วนคือขายดีจริงเพราะ รายได้ CLMV ดีตั้งแต่ Q4 แล้ว และพอไปดูเพื่อนๆ อย่าง ICHI, OISHI, OSP ก็ไม่ได้ขายดีที่ CLMV มากเท่า CBG
ด้านต้นทุนแทบไม่ต้องห่วง เพราะเดี๋ยวมีเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานของตัวเองอีก ยิ่งขายเพิ่มต้นทุนต่อหน่วยจะยิ่งลดลง และค่าใช้จ่ายที่อังกฤษพวกสปอนเซอร์ทั้งหลายก็จะลดลงอีก
โจทย์ตอนนี้คงเป็นว่า รายได้จะเพิ่มได้มากแค่ไหนโดยเฉพาะตลาด CLMV โดยเฉพาะกัมพูชากับพม่า แต่ว่าราคาหุ้นก็ขึ้นไปสูงแล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องประเมินควบคู่กันครับว่าคุ้มค่าแค่ไหน
OSP
ไม่เทพเท่า CBG แต่ก็ดูมีความน่าสนใจเพราะว่า ตลาดไทยทำได้แข็งแกร่ง ตลาด CLMV ก็ทำได้ดีแต่ว่า กัมพูชา อาจไม่เก่งเท่า CBG ในส่วนของต้นทุนขาย ต้องบอกว่าด้วยกลยุทธ์ Fit Fast Firm ทำให้ GPM ปรับได้ดีขึ้น คือ ทำทั้งในแง่สูตรสินค้า การปรับ packaging การทำ SKU Optimization ประสิทธิภาพการผลิตโรงงาน
แต่สิ่งที่คงเป็นปัญหาของ OSP มาตลอดดูเหมือนว่าจะเป็น SG&A ที่ค่อนข้างบวมอยู่ตลอด ต้องติดตามดูว่าจะปรับให้ดลงได้อย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งก็อาจจะมองได้ว่า SG&A ที่ลงทุนทำหลายอย่างในวันนี้จะมาช่วยให้รายได้ในอนาคตเติบโตได้มากกว่า
OSP น่าติดตามว่า จะโตต่างประเทศ ไปเป็น next CBG ได้หรือไม่
ICHI
รายได้ไม่โต -3% ถูกฉุดโดยตลาต่างประเทศที่ -18% ถึงแม้ว่าตลาดในประเทศ +5% และอินโดกำไรแล้ว 8 ล้านบาท แต่ด้วยการที่ควบคุมต้นทุนได้ดี และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ทำโปรโมชั่นแบบหว่านแห แถมยังคืนเงินกู้อีก ทำให้กำไรโต 39%
โจทย์ต่อไปของ ICHI คือ
1. ควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้ได้แบบนี้ต่อไป
2. หาทางกลับมาโตที่ตลาด CLMV ให้ได้แต่ก็ไม่ง่าย เพราะว่าโตลดลงติดต่อกันมาหลายไตรมาสแล้ว คู่แข่งหลักคือ OISHI ก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แปลว่าตลาดชาเขียวในกัมพูชาอาจจะไม่ง่าย
3. ตลาดเมืองไทยโตได้ และเห็นออกสินค้าใหม่มารัวๆ เดี๋ยวเดือนหน้าจะมี น้ำดื่ม Ph 8.5 ต้องดูว่าจะเวิร์คมั้ย
4. ส่วนตลาดอินโดน่าจะจับทางได้ด้วย ชาไทยนม ชาเขียวนม แต่คู่แข่งที่เป็นเจ้าตลาดก็พร้อมทุ่มเงินมากันตลาดเช่นกัน
OISHI
รายได้ลด ทำได้ไม่ค่อยดีในตลาดกัมพูชาและลาว แต่ก็ยังพอลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ แต่ที่เข้ามาช่วยหลักๆ คือ ค่าสินไหมทดแทนจากที่เกิดไฟไหม้ขึ้นในไลน์ผลิตเมื่อปี 2560 เป็นจำนวน 293 ล้านบาท
MALEE
เหมือนจะดีตรงตลาดต่างประเทศเห็นบอกขายนมกับน้ำผลไม้เพิ่มขึ้น แต่ตลาดในประเทศยังไม่ดีเท่าไหร คือ ภาพรวมตลาดหดตัวมาหลายปีแล้ว ขนาด TIPCO ยังเหนื่อยเลย แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ MALEE ทำได้ดีทีเดียว
น่าติดตามว่ารอบนี้จะกลับมา turn around ได้มั้ย คำถามคือ สินค้าที่ขายดีคืออะไร แล้วจะดีต่อเนื่องแค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับรอบที่แล้ว น้ำมะพร้าว คือตัวดันให้ราคาไปถึงหลักร้อย แต่รอบนี้ต้องตอบให้ได้ชัดเช่นกันว่าคืออะไร
TACC
จริงๆ กำไรบวกไม่เยอะมาก มีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาด้วย ส่วนที่โตน่าจะมาจาก ALL Café และขายสินค้ามาร์จิ้นสูงได้ แต่คิดว่าโถกดเครื่องดื่มร้อนเย็นอาจจะไม่ดีมากนัก ทำให้รายได้รวมหดตัว แต่ไปลดตรงต้นทุนกับ SG&A ได้ดี
HTC
ดูเหมือนว่ายอดขายจะได้รับผลกระทบพอสมควรจาก COVID-19 ยอดขายลดลงไป 6% น่าจะมาจากทั้งร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ที่ยอดขายลดลง แต่ก็ยังบริหารต้นทุนได้ดี แต่รอบนี้มี SG&A ที่บวมขึ้นมาหลายรายการ ทั้งค่าคน ค่าธรรมเนียมที่ Coca-Cola เก็บเพิ่มขึ้น ค่าย้ายเครื่องจักรบางส่วนของกระป๋องและขวด PET (แต่ก็ต้องบอกว่า SG&A ของ HTC ค่อนข้างเพิ่มเยอะกว่ายอดขายมาตลอด)
โดยสรุป หุ้นเครื่องดื่มมีหลายตัวที่น่าสนใจ แต่ราคาไปดาวอังคารแล้ว หลายตัวที่ดูควบคุมต้นทุนได้ดี ต้องมาตามต่อว่าจะทำรายได้ให้โตได้ดีแค่ไหน บางตัวลุ้น turn around บางตัวต้องลด SG&A ให้อยู่ ชอบตัวไหนไปแกะงบกันต่อได้เลยครับ แต่ที่สำคัญ อย่าลืมประเมินราคาด้วย เพราะหุ้นดี สตอรี่เด่น แต่ราคาแพงไป เราก็ดอยได้
#หุ้นเครื่องดื่ม #วิตามินหุ้น
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins-วิตามินหุ้น
ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์ดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ









