หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
1.สัดส่วนรายได้และกำไร
รายได้ 64% เป็น 7-11 และ 34% Makro (เขียนแบบง่ายๆ นะครับ จริงๆ ต้องเป็น CVS & Others และ Cash & Carry)
กำไรก่อนภาษี 73% เป็น 7-11 และ 27% เป็น Makro
แปลว่า 7-11 มีผลต่อกำไรมาก เราถึงเห็นว่าการที่ Makro กำไร +10.7% นั้นไม่พอ เพราะว่าตัว 7-11 เอง กำไร -4.5% ทำให้ภาพรวม CPALL กำไร -2.2%
2.กำไรลดเพราะคนหาย ไม่ใช่ว่าซื้อของน้อยลง
ยอดซื้อของต่อครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ 70 บาท เท่ากับปีที่แล้ว แต่บอกไม่ได้ว่า อาจจะลดตอนแรกเพราะงดแจกถุง (ก็มีแจกบ้างแต่ไม่ใส่โลโก้) แล้วมาเพิ่มเยอะๆ ตอนเดือนมีนาคมหรือเปล่า แต่เฉลี่ยทั้งไตรมาสคือไม่ลดลง
จำนวนคนเข้าร้านเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันอยู่ที่ 1,122 คน ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว 1,187 คน คือลดลงไป 5.5% ก็ดูใกล้ๆ กับ SSSG ที่ลดลง 4%
3.สาขาใหม่ยังเปิดเยอะ แม้มี COVID
ทีแรกคาดกันว่า จะเปิดสาขาใหม่ไม่เยอะ เพราะอยู่ในช่วงวิกฤต COVID แต่คงเป็นเพราะ 7-11 ไม่ได้โดนปิดร้านเหมือนห้าง หรือร้านอาหารทำให้ยังเปิดได้เรื่อยๆ เรามาดูตัวเลขการเปิดสาขากันใน Q1 กัน
ปี 2017 เปิด 246 สาขา
ปี 2018 เปิด 265 สาขา
ปี 2019 เปิด 311 สาขา
ปี 2020 เปิด 271 สาขา
ต้องบอกแบบนี้ว่า ปกติ 7-11 เปิดสาขาปีละประมาณ 720 สาขา และ Q1 เป็นไตรมาสที่เปิดสาขาเยอะที่สุด ถ้ามองแบบนี้ ก็อาจจะดูว่าเปิดช้าลงหน่อย แต่ถ้าเทียบกับปีก่อนหน้าก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แต่ให้ข้อสังเกตนิดนึงว่า รอบนี้เป็นการเปิดร้านเองมากกว่าแฟรนไชส์ และเปิดเป็นร้าน stand alone มากกว่าในปั๊มน้ำมัน เปิดสัดส่วนพอๆ กันทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด
4. SG&A บวมนิดหน่อยจาก COVID และ Makro
รายได้รวมเพิ่ม 5.2% ต้นทุนขายเพิ่ม 5.4% ก็พอๆ กัน แต่ว่า SG&A เพิ่ม 6.3% ด้วยเหตุผลที่ว่า
-การรขยายสาขา อาจเป็นเพราะร้านใหม่มักมีขนาดใหญ่ขึ้น
-ค่าบริหารจัดการช่วง COVID เช่น ให้พนักงานวัดไข้ กดเจลล้างมือ ก่อนเข้าร้าน และคงต้องทำความสะอาดร้านถี่ขึ้น
-ค่าใช้จ่ายขยายไปจีนกับพม่าของ Makro
5. TFRS16 ทำให้ดอกเบี้ยเพิ่ม
มาตรฐานบัญชีใหม่ฉบับที่ 16 เกี่ยวกับสัญญาเช่า ทำให้รับรู้ดอกเบี้ยจ่ายของหนี้สินตามสัญญาเช่า 308 ล้านบาท ถ้าดูต้นทุนการเงินรวม เพิ่มขึ้น 7.5%
6.ค่าใช้จ่ายภาษีลดลง
ลดลง 8.1% ต้องบอกว่า ภาษีเป็นเรื่องการประมาณการของบริษัท และมีการคิดแบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามความเหมาะสมของการประมาณรายได้ทั้งปี ทำให้ถ้าดูอัตราภาษีต่อ EBT รอบนี้เท่ากับ 16.5% ลดลงจากเดิมที่คิด 17.4%
7.อัตราการทำกำไรลดลงนิดหน่อย
GPM ลดลงจาก 22.3% เป็น 22.1%
OPM ลดลงจาก 6.4% เป็น 6.0%
NPM ลดลงจาก 4.2% เป็น 3.9%
ด้วยเหตุผลของต้นทุนขาย SG&A ที่เพิ่ม ดอกเบี้ยที่เพิ่ม ภาษีที่ลด ทำให้อัตราการทำกำไรเลยดูลดลงนิดหน่อย แต่ก็คงไม่ได้เป็นที่กังวลอะไรมากนัก ถ้าสามารถบริหารจัดการให้รักษาระดับตรงนี้ได้
ถ้าดูแนวโน้มในอนาคต กำไรของ CPALL ก็อาจจะไม่ค่อยโตมากนัก คือ
Q2’20 กระทบเต็มๆ จาก COVID และไม่มีสงกรานต์
Q3,Q4’20 หรือไปถึงต้นปีหน้า การรวมงบ Tesco Lotus และภาระดอกเบี้ยจ่าย
2-3 ปีข้างหน้า การลงทุนของ 7-11 ในกัมพูชา (หรืออาจจะมีลาวเพิ่มเติม) ซึ่งคงมีค่าใช้จ่ายนำมาก่อน
แต่ถ้าสามารถขยาย Makro ทั้งในและต่างประเทศได้เร็ว หรือทำให้เกิดการ synergy กันระหว่าง Tesco, Makro และ 7-11 ได้เร็ว ก็อาจจะมาช่วยให้กลับมาเติบโตได้
ใครสนใจหุ้น CPALL ลองพิจารณาการเติบโต ความคาดหวัง ความแข็งแกร่ง และมูลค่าที่เหมาะสมกันดูครับ
#CPALL #วิตามินหุ้น
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins-วิตามินหุ้น
ดูกราฟและราคาหุ้น ซีพี ออลล์ (BK:CPALL)









