Google วางแผนยุติการผลิต Pixel ในจีนภายในปี 2027
ประชุม ครม. วานนี้มีความกังวลด้านการจัดสรรงบประมาณสู้ COVID-19
ประชุม ครม. วานนี้ มีการอนุมัติ พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทของกระทรวงการคลัง ซึ่งขั้นต้นหลังจากนี้คือ (1) ส่งให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เพื่อจัดทำร่างระเบียบของสำนักนายกฯในทางปฏิบัติ (2) ทูลเกล้าเสนอเพื่อลงพระปรมาภิไธย คาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาได้ปลาย เม.ย. 63 (3) กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ช่วงต้นพ.ค. 63 โดยจะเป็นลักษณะทยอยกู้ในประเทศ (4) คณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณทยอยนำเสนอ ครม. (5)ได้ใช้เงินกู้ประมาณปลาย พ.ค. 63
ส่วน พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงต่างๆ วงเงินราว 1 แสนล้านบาท จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและสภาฯ หลายขั้นตอน เริ่มจากสำนักงบฯจัดทำร่าง(กำลังดำเนินการ), รับฟังความคิดเห็น(21 เม.ย.-5 พ.ค.63), นำเสนอ ครม. พิจารณา(19 พ.ค. 63), สภาฯพิจารณาวาระ 1-3(28 พ.ค. 63), วุฒิสภาพิจารณา(2 มิ.ย. 63), นำขึ้นทูลเกล้า(10 มิ.ย. 63) คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ภายใน มิ.ย. 63
ขณะที่ พ.ร.ก. 2 ฉบับของ ธปท. เพื่อออกซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาท และจัดตั้งกองทุน BSF เพื่อลงทุนในหุ้นกู้ระดับInvestment Grade 4 แสนล้านบาท ขึ้นอยู่กับกระบวนการของ ธปท. ซึ่งเป็ นมาตรการเสริมสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดการเงิน แต่ไม่ได้จัดสรรเงินให้กับประชาชนโดยตรง
เพราะฉะนั้น เม็ดเงนิใหม่ของรัฐบาลท่เีข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 2 ช่องทาง จะมาอย่างเร็วคือกลาง-ปลาย พ.ค.63 ซึ่งงบประมาณที่มีอยู่ช่วยเหลือประชาชนได้เพียง 1 เดือน จึงเป็นไปได้สูงที่จะเกิด Overhang ด้านงบประมาณในช่วงครึ่งเดือนแรกของ พ.ค. 63
นโยบายการคลังติดขัด เราวิเคราะห์สถานการณ์เป็น 3 รูปแบบ
เนื่องจากนโยบายการคลังติดขัดช่วงรอยต่อจัดสรรบประมาณ การฟืื้นตัวของภาคเอกชนจึงมีส่วนสำคัญในการลดหรือเพิ่มแรงกดดันให้กับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งจะไปเชื่อมโยงกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ถ้าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี มีการปลด Lockdown ได้เร็ว อาจช่วยลดแรงกดดันด้านงบประมาณได้เราประเมินสถานการณ์ไว้ 3 กรณีคือ
(1) กรณีฐาน จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันต่ำกว่า 50 ราย คาดผ่อนปรนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลัง 30 เม.ย. 63 ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,180-1,250จุด
(2) กรณีดีที่สุด จำนวนผู้ติดเชื ้อใหม่รายวันต ่ากว่า 20 ราย คาดผ่อนปรนกิจกรรมทางเศรษฐกิจก่อน 30 เม.ย. 63ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,320จุด
(3) กรณีแย่ที่สุด จำนวนผู้ติดเชื ้อใหม่รายวันสูงกว่า 50 ราย คาดต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉินหลัง 26 เม.ย. 63 และ Lockdown เพิ่มเติมหลัง 30 เม.ย. 63 ประเมิน SET INDEX ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,100-1,150จุด
แนะนำพักเงินใน Value + Earning Play เพื่อรอดูความชัดเจน
จากภาวะ Overhang ด้านงบประมาณ และการเข้าสู่ Earning Season ซึ่งผลประกอบการ 1Q63 ของทั้งตลาดจะชะลอ YoY เมื่อผนวกกับการเคลื่อนไหวของ SET INDEX ที่ฟื้นจากจุดต่ำสุด (969 จุด) มาแล้ว 28% จึงเป็ นไปได้ที่จะใช้จังหวะนี ้พักฐานเพื่อลดความร้อนแรงชั่วคราว โดยเราประเมินรูปแบบการพักตัว เป็นเพียงย่อเพื่อสร้างฐานรอปรับขึ้นรอบใหม่ เพราะปัจจัยเสี่ยงด้านงบประมาณเป็นแค่เรื่องความล่าช้า ไม่ได้ถูกยกเลิก และไม่กระทบงบรายจ่ายประจำ หรืองบลงทุนที่มีภาระผูกพัน เมื่อเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเต็มที่ในช่วงปลาย มิ.ย. 63จะทำให้กำลังซื้อกลับมา ซึ่งเราคาดว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่สามารถเปิดได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพราะฉะนั้น กลุ่มหุ้นที่ปรับขึ้นไปมากเช่น ท่องเที่ยว ขนส่ง ห้างสรรพสินค้าอาจต้องชะลอไปก่อน แล้วหมุนเงินไปพักในกลุ่ม Value + Earning Play เช่น CPF/ BAM/ INTUCH/ DIF/TTW/ BPP/ GUNKUL/ BCH/ KKP/ MTC
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th








