เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นโดดเด่น หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีภาวะธุรกิจการผลิตออกมาดีกว่าคาด
มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งในภาคการผลิต การบริการ และตลาดแรงงานล้วนดูดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ เป็นปัจจัยหนุนให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดันเงินดอลลาร์ คือ ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Non-farm Payrolls) เพราะหากออกมาต่ำกว่า 1 แสนราย จะส่งผลให้ตลาดกังวลปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯมากขึ้น เพิ่มโอกาสและขนาดการลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง
กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 30.25-30.75 บาท/ดอลลาร์
มุมมองนโยบายการเงิน
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ในวันอังคาร คาดว่าจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Cash Rate) ที่ระดับ 1.00% หลังลดดอกเบี้ยลง 0.50% นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสวีเดน (RIKS) ในวันพฤหัสฯ คาดว่าจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Repo Rate) ที่ระดับ -0.25% หลังเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงมากขึ้น
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
ฝั่งสหรัฐฯ – ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มสดใส เนื่องจากทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Mfg. PMI) และภาคการบริการ (ISM Services PMI) ที่จะรายงานในวันอังคารและวันพฤหัสฯ จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.5จุด และ 53.8จุด ตามลำดับ ในวันศุกร์ มองว่ายอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Non-fam Payrolls) จะเพิ่มขึ้น 1.5 แสนราย และอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7% ตอกย้ำว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
ฝั่งยุโรป – ตลอดทั้งสัปดาห์ ตลาดจะติดตามถ้อยแถลงของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป อาทิ Luis de Guinos และ Phillip Lane เพื่อจับตาทิศทางเศรษฐกิจยูโรโซนและนโยบายการเงิน ส่วนในวันศุกร์ มองว่าภาคการผลิตเยอรมันยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนกรกฎาคมจะลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า
ฝั่งเอเชีย – วันจันทร์ มองว่า สงครามการค้าที่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น จะส่งผลให้ภาคการผลิตของจีนซบเซาต่อเนื่อง สะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน (Caixin Mfg. PMI) ประจำเดือนสิงหาคม ที่ระดับ 49.8จุด (ดัชนีต่ำกว่า 50จุด หมายถึงภาวะหดตัว) นอกจากนี้ผลกระทบจากสงครามการค้าและเศรษฐกิจจีนชะลอตัว จะส่งผลให้เศรษฐกิจออสเตรเลียในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 1.4% จากปีก่อน ชะลอลงจากที่โตได้ 1.8% ในไตรมาสที่ 1
ฝั่งไทย – วันจันทร์ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือนสิงหาคมจะอยู่ที่ระดับ 0.7% ชะลอลงจากระดับ 0.98% ในเดือนก่อนหน้า หลังราคาน้ำมันลดลง 20% จากปีที่แล้ว ซึ่งเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมายของธปท. ที่ระดับ 2.5%+/-1.5% จะหนุนให้ ธปท. คงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อ
