Google วางแผนยุติการผลิต Pixel ในจีนภายในปี 2027
รุกตลาด CLMV..เห็นช่องทางการเติบโต
- BJC มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในช่วง1-3 ปีข้างหน้าในธุรกิจบรรจุภัณฑ์สินค้าประเภทกระป๋องที่มีกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มสินค้าใหม่ในตลาดในรูปแบบที่หลากหลาย พร้อมกับการเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มโดยมีกลุ่มลูกค้าจาก ธุรกิจกาแฟ น้ำผลไม้และ carbonated energy ซึ่งเป็นการผลิตให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
- ขยายธุรกิจไปยัง CLMV ต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังการผลิตกระป๋องในประเทศเวียดนามจากเดิม 1.4 พันล้านกระป๋องต่อปี เพิ่มขึ้นอีกราว 30%ในปี 2563 โดยมองตลาดในประเทศเวียดนามยังมีความต้องการบริโภคสูง รวมถึงโอกาสที่ดีในประเทศลาว และกัมพูชา ทั้งนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจค้าปลีก ในการเปิดสาขาใหม่จากแผนจะเริ่มเปิดสาขาแห่งแรกในประเทศกัมพูชา โดยมองว่าการใช้แบรนด์ BIGC จะสามารถขยายตลาดได้
- บริษัทเพิ่มสินค้า Private Brand เพิ่ม 2 แบรนด์ คือ Maxa และ Ka-La
- คงแผนการเปิดตัวสาขาใหม่ในต่างประเทศ คือประเทศกัมพูชา 1 แห่ง ในเดือน ตุลาคม ขณะเดียวกันบริษัทปรับเป้าเปิดสาขา MINI Bigc เป็น 300 สาขาเป็น 200 สาขาภายในปี โดยใน 1H62 เปิดสาขาใหม่ แล้ว 90 สาขา โดยได้มีการปรับปรุงสาขาใหม่สุขาภิบาล 5 เป็นรูปแบบใหม่ Food place ซึ่งได้รับการตอบรับดีมีโอกาสที่บริษัทจะปรับปรุงสาขาอื่นๆเพิ่ม ให้สอดคล้องกับความต้องการกลุ่มลูกค้าในพื้นที่
- คาด SSSG ใน 3Q62 จะมีแรงกดดันจากช่วงฤดูกาล โดยรอปัจจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐช่วยกระตุ้นแรงซื้อในเดือน ก.ย. หลังจากในเดือน ก.ค.ยอดขายอ่อนตัวลงแต่ในเดือน ส.ค.เริ่มฟื้นตัว (2Q62 อยู่ที่ -0.3%YoY,3Q61 อยู่ที 2.5%YoY)
- เบื้องต้นคาดกำไรปกติ 3Q62 มีโอกาสเติบโต QoQ และ YoY สาเหตุจากไม่มีผลกระทบจากค่าใช้จ่าย Employee Benefit ขณะที่รายได้ยังคงเติบโตจากทุกธุรกิจ และมาร์จิ้นยังคงระดับดีราว 19.5% อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับรายไตรมาสสาเหตุจากยอดขายของกลุ่มลูกค้า B2B เริ่มกลับมา แต่ยังคงดีกว่าเทียบกับรายปี
- ปัจจัยเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงในตลาดอาจส่งผลต่อการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการทำตลาดเพิ่ม
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
- เรามีมุมมองเป็นบวกต่อบริษัท จากแผนขยายธุรกิจไปยัง CLMV ซึ่งคาดจะเห็นการเพิ่มกำลังการผลิตในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพิ่ม รวมถึงในอนาคตจะเห็นความต้องการเพิ่มต่อเนื่องโดยเห็นการเพิ่มกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการขยายธุรกิจอื่นๆเพิ่ม ช่วยหนุนยอดขายนอกจากยอดขายภายในประเทศ
- การรักษาระดับมาร์จิ้นยังทำได้ดี สัดส่วนของสินค้าPrivate Brand เพิ่มขึ้นจากเป็นระดับ 10% จากเดิมที่เคยทำได้ระดับ 8-9% ประกอบกับการควบคุมต้นทุนได้ดีมีประสิทธิภาพรวมถึงราคาต้นทุนวัตถุดิบลดลง จากเงินบาทที่แข็งค่า และการพัฒนา Solar loop เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต
- คงคำแนะนำ “ซื้อ”ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ที่ 73บาท (DCF) คาด4Q62 มีโอกาสดีแรงซื้อมีโอกาสเติบโต ได้แรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐทั้งจากการเพิ่มวงเงินให้บัตรสวัสดิการรวมถึงการช่วยสนับสนุนรายได้เกษตรกร อีกทั้งการเข้าสู่ช่วงฤดูกาล High season รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่เริ่มเห็นกำลังการผลิตเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึง ธุรกิจอุปโภคบริโภคยังคงสร้างยอดขายและมาร์จิ้นได้ดีต่อเนื่อง
|
Earnings summary table
|
||||
|
FYE Dec (THBmn) |
2017A |
2018A |
2019F |
2020F |
|
Revenue |
149,158 |
156,142 |
168,030 |
181,198 |
|
EBITDA |
20,201 |
21,163 |
22,817 |
24,067 |
|
Core Profit |
5,277 |
6,635 |
7,198 |
7,981 |
|
Net Profit |
5,211 |
6,650 |
7,198 |
7,981 |
|
Core EPS |
1.32 |
1.65 |
1.78 |
1.96 |
|
Core EPS Growth (%) |
134.92 |
24.92 |
7.79 |
10.44 |
|
DPS |
0.57 |
0.71 |
0.77 |
0.85 |
|
Core P/E (x) |
50.6 |
30.7 |
29.9. |
27.1 |
|
P/BV(x) |
2.5 |
1.8 |
1.9 |
1.8 |
|
Div Yield (%) |
0.86 |
1.41 |
1.50 |
1.65 |
|
Net gearing (%) |
1.37 |
1.33 |
1.25 |
1.17 |
|
ROE (%) |
4.7 |
5.9 |
6.1 |
6.5 |
|
_________________________________________________________
Source: Company, Yuanta Research
|
||||
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








