Overview Investment Strategy ความเห็นจาก Asia Plus สัปดาห์นี้
กระจายวัคซีนในอัตราเร่งของหลายประเทศแล้วในปัจจุบัน ส่งผลให้เศรษฐกิจ โลกมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจาก GDP งวด 1Q63 ของหลาย ประเทศทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวกลับไปใกล้เคียงกับงวด 4Q62 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ COVID-19 จะระบาดไปทั่วโลก ฝ่ายวิจัยแนะคงน้้าหนักหุ้นต่างประเทศไว้ที่ 35%( มากกว่าตลาดฯ) ส่วนตลาดหุ้นไทยยังมีความกังวลจากการแพร่ระบาด COVID-19 ที่เร่งตัวขึ้น และการมีมาตรการคุมเข้ม 10 จังหวัดถึงปลายเดือนหน้า ขณะที่การกระจายวัคซีนยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่าจะท้าได้ตามเป้าหรือไม่ ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯจึงลดน้้าหนักหุ้นไทยลง 5% เหลือ 30%(เท่าตลาดฯ) ส่วนตรา สารหนี้ บนความคาดหมายว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่ ขณะที่ Bond Yield ระยะยาวขยับสูงขึ้น จึงจัดสรรน้้าหนักการลงทุนแบบ Under Weight ให้ น้้าหนักตราสารหนี้เพียง 15% ส่วนตราสารการลงทุนทางเลือกอื่นๆ ให้น้้าหนัก การลงทุน 10% ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล 3% และตลาดเงิน 10%
หุ้นไทย (Thailand Equity)
ความกังวลเรื่อง Covid-19 ต่อตลาดการเงินโลกกลับมา อีกครั้ง ผลักดันให้ Fund Flow เคลื่อนเข้าสินทรัพย์ ปลอดภัย กดดันราคาหุ้น และ Bond Yield ให้ลดต่้าลง ส่วนในประเทศวันนี้ให้ความส้าคัญกับการประชุม ศบค. ว่า จะก้าหนดมาตรการ Lockdown ในระดับที่เข้มงวด เพียงใด ทั้งนี้จากการศึกษาของฝ่ายวิจัยพบว่าในช่วง ก่อน-เริ่มต้น Lockdown ในรอบที่ผ่านมาจะเห็น SET Index ปรับลดลงราว 4-6% แต่หลังจากนั้นจะสามารถ ดีดตัวกลับขึ้นมาได้ แต่ในรอบนี้ภายใต้ระดับความเชื่อมั่นที่ ลดต่้าลง การฟื้นตัวกลับของตลาดจึงอาจต้องให้เห็น ผลบวกจากมาตรการก่อน เช่น เห็นจ้านวนผู้ติดเชื้อใหม่ ต่้ากว่า จ้านวนผู้ป่วยที่รักษาหาย ต่อเนื่องระยะหนึ่ง คาด SET Index ยังปรับลงได้ต่อ และอู่ในสภาวะผันผวน กลยุทธ์ลงทุนช่วงเดือน ก.ค. ต้องใช้ความระมัดระวังมาก ขึ้น แนะน้าถือครองเงินสด 25% และเลือก LALIN COM7 BDMS เป็น Toppicks
หุ้นและETFs ต่างประเทศ (Foreign Equity and ETFs)
ในสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นถูกปัจจัยกดดันจากความกังวลของ การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งอาจฉุดให้ เศรษฐกิจเติบโตช้าลง อีกทั้งทางการจีนใช้มาตรการที่เข้มข้น ขึ้นในการควบคุมบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่จด ทะเบียนนอกประเทศ เราจึงลด Position ด้วยการปรับเอา China Tech ETF (3067 HK) ออกและแนะน้าให้ถือเงินสด 10% แทน ทั้งนี้ เรายังคงชื่นชอบและคงสัดส่วนการลงุทน 10% ใน Facebook (FB US) จากแนวโน้มในการเลือกใช้สื่อออนไลน์ ในการโฆษณามากขึ้น Nio (NIO US) รายงานยอดส่งมอบรถยนต์สูงสุดในเดือน มิ.ย. สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโต และคาดว่ายอด ส่งมอบรถยนต์จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะในไตรมาส 3 เราจึงยัง ชื่นชอบ และคงสัดส่วนการลงทุน 10% เช่นกัน แม้ว่าในระยะสั้นและกลางอาจเผชิญแรงกดดันจากการแพร่ ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้า แต่คาดว่าในระยะยาว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะกลับมา เราจึงคงชื่นชอบ AWAY ว่ามีความน่าสนใจและถือต่อได้
ตราสารหนี้ (Fixed Income)
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยช่วงอายุไม่เกิน 2 ปี ค่อนข้างทรงตัว ในขณะที่ช่วงอายุอื่นปรับลง โดยเฉพาะรุ่น 8 ปี ที่ปรับตัวลงมากสุด 7.14 bps โดยปรับลง ตาม10Y US Treasury Yield ที่ปรับตัวลงมาประมาณ 20 bps มาอยู่ที่ระดับ 1.30% ซึ่งส่วนนึงมาจาก FOMC เมื่อช่วงคืนวันพุธ Fed เริ่มมีความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่อง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ประกอบกับยังมีความกังวลเกี่ยวกับการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยตอนนี้ แต่ปัจจัยหลักก็ยังคงเป็นสถาน การณ์โควิดทั้งในและนอกประเทศ โดยสายพันธ์ล่าสุดอย่างแลมบ์ดาได้ลุกลามกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ส่วนยอดผู้ติดเชื้อของไทยล่าสุดเกือบแตะระดับหมื่นคนต่อวัน ขณะที่ยอดการฉีดวัคซีนแค่สองแสนคน ต่อวันนั้นถือว่ายังไม่ได้ตามเป้า ท้าให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นไปสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตราสารหนี้ ดังนั้นคาดว่า Yield Curve ในไทยยังคงถูกกดดัน ต่อไป ส่วนความต้องการซื้อหุ้นกู้ไม่ว่าในตลาดแรกหรือตลาดรองก็ยังมีมาตลอดเช่นเดิม ส่วนนักลงทุนต่างชาติอาทิตย์นี้ค่อนข้างนิ่ง โดย ณ สิ้นวันที่ 8 ก.ค. 2564 ต่างชาติขาย 145.74 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างอยู่ที่ 924,401.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวยาวเกิน 1 ปี ประมาณ 90.51% โดยยอดคงค้างรวมเพิ่มขึ้นจากวันที่ 1 ก.ค. 2564 แค่9 ล้านบาท เนื่องจากต่างชาติซื้อขายส่วนใหญ่แค่หลักร้อยล้านบาทต่อวัน
ตราสารทางเลือก (Alternative Investment)
ราคาอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ระหว่างการพักฐาน แม้การปรับตัวขึ้นของยีลด์พันธบัตรยังคงเป็นปัจจัย กดดันเป็นระยะๆ แก่ราคาอสังหาฯ แต่เรามองเห็นถึงโอกาสการฟื้นตัวของสินทรัพย์เหล่านี้ หลังหลายประเทศต่างทยอยฉีดวัคซีน และเริ่มเปิดเมือง มากขึ้น ขณะที่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน ทว่ามาตรการล็อกดาวน์จากภาครัฐฯ เริ่มไม่เข้มข้นมาก และมีประสบการณ์ในการรับมือ ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา
สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency)
ภาวะตลาด Cryptocurrency สัปดาห์ที่ผ่านมา ( 5–9 ก.ค. 64) เหรียญ Crypto หลายสกุลยังแกว่ง Sideway ในกรอบแคบๆ อิง Bitcoin แกว่งตัวในกรอบ 32,000 – 34,000 $ เพราะยังไม่มีปัจจัยส้าคัญใหม่ๆ ส่วนในตลาดอนุพันธ์ พบว่า Leverage Funds (กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด) ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดฐานะ Short ในตัว Bitcoin เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (ใน Appendix) สัปดาห์นี้ คาดว่าจะความผันผวน และมีโอกาสถูก Take Profit โดยภาพใหญ่ยังมีอยู่ โดยปัจจัยน่าติดตาม (+) Synum Bank (ธนาคาร Cryptocurrency ของ สวิตเซอร์แลนด์) เสนอบริการรับฝาก (Stake) Ethereum โดยให้ผลตอบแทน 7% ส่วนปัจจัยลบ (-) ติดตามการออกมาตรการควบคุม Cryptocurrency ของจีน หลังช่วงที่ ผ่านมาออกมาตรการควบคุมบริษัทเทคโนโลยี และ กลต. และ 14-15 ก.ค. ประธาน Fed นายพาวเวลจะกล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรส ตลาดให้น้้าหนักจะมีการส่ง สัญญาณขึ้นดบ.,ลด QE ส่วนในประเทศ ธปท. ประกาศเตือนประชาชน และบลจ. ให้ใช้ความระมัดระวังในการท้าธุรกรรม Cryptocurrency
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities