นักลงทุนอาจสงสัยเกี่ยวกับหุ้นของ Facebook (NASDAQ:FB) เมื่อวานนี้ที่แม้จะเปิดตลาดที่ราคาต่ำกว่าเดิมมาก แต่หลังจากที่ถูกเรียกค่าปรับในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวเป็นจำนวนเงินถึง 5 พันล้านเหรียญ หุ้นยังกลับฟื้นตัวขึ้นได้
ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์จากที่เคยอยู่ในต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์กลายเป็นจุดสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ได้ก่อนที่จะมีการรายงาน ผลประกอบการ ออกมาในช่วงปิดตลาดด้วยซ้ำไป การดีดตัวขึ้นของราคานี้เป็นปฏิกิริยาจากข่าวดังข่าวหนึ่ง ซึ่งได้กลายไปเป็นข่าวดีในที่สุด หลังจากที่นักลงทุนได้ใช้เวลาในการวิเคราะห์ตัวเลขอย่างละเอียดรอบคอบแล้วนั่นเอง
การที่ ข้อสรุป ระหว่าง Facebook กับคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางคือการชำระค่าปรับจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้มากกว่ารายได้ที่ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook จะสามารถทำได้ในหนึ่งเดือนอยู่แล้วนั้นจึงถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของบริษัท เนื่องจากนักบัญชีและนักกฎหมายของบริษัทเองคงจะคาดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า การไต่สวนของคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลาง อาจพิจารณาค่าปรับเป็นจำนวนที่สูงกว่านี้ด้วยซ้ำไป ที่จริงแล้ว การพิจารณาข้อตกลงในครั้งนี้อาจหมายถึงเจตนาดีที่ผู้ใช้และลูกค้าของ Facebook มีร่วมกันในการที่จะแสดงความรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปดังกล่าวจึงถือว่าเป็นข่าวดีของบริษัทสื่อสังคมยักษ์ใหญ่รายนี้อยู่ดี
เมื่อนักลงทุนเริ่มทราบและเข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเคยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Facebook ต้องสั่นคลอนอยู่พักใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว การประกาศผลประกอบการของบริษัทออกมาในช่วงปิดตลาดเมื่อวานนี้จึงน่าจะทำให้หุ้นของบริษัทฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่องอย่างแน่นอน Facebook รายงานกำไรต่อหุ้นไว้ที่ $1.99 โดยมีรายได้รวมประจำไตรมาสที่ 16,950 ล้านเหรียญ ซึ่งเกินกว่าตัวเลขกำไรต่อหุ้นที่คาดไว้ที่ $1.87 และรายได้ที่คาดไว้ที่ 16,500 ล้านเหรียญ
เมื่อพิจารณาจากกราฟจะแสดงให้เห็นถึงสมดุลของอุปสงค์และอุปทานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผู้ซื้อและผู้ขาย
ราคาหุ้นของบริษัทหลังเปิดตลาดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยมี gap ขาขึ้นเป็นแนวรับ และยังมีผู้เห็นต่างว่าราคาจะเป็นขาลงร่วมอยู่ด้วย แต่ยังถือว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่ เนื่องจากผู้ซื้อเข้าช้อนซื้อหุ้นจากผู้ขายไว้ทั้งหมดเพราะก่อนหน้านี้ยังคงมีสัญญาณขาขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน และในระหว่างทางผู้ซื้อก็มีการขายเพื่อทำกำไรออกมาบ้าง จึงทำให้มีรูปชายธงเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 18-28 มิถุนายน
ราคาปิดเมื่อวานนี้ทำให้รูปแบบดังกล่าวสมบูรณ์หลังจากที่ราคาทะลุกรอบบนของชายธงขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการเทขายออกมาในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ซื้อยังคงไม่พอใจและต้องการเพิ่มอีกจึงทำให้เกิดการเพิ่มราคาเสนอซื้อเพื่อหาผู้ขายที่สนใจ ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่ประกาศออกมาก็ยิ่งผลักให้ราคาสูงขึ้นไปอีก โดยราคาปัจจุบันก่อนเปิดตลาดของหุ้นอยู่ที่ $206.68 สูงกว่าราคาปิดอยู่ 1% ดังที่แสดงในกราฟด้วยเส้นสีเขียว
คดีความซึ่งเคยสร้างความกังวลให้กับ Facebook และขณะนี้ได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วนั้นช่วยให้นักลงทุนสบายใจมากขึ้นและอาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาลในวันที่ 25 กรกฎาคมที่ระดับ $218.62 ได้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายแฝงเป็นธงขาขึ้น
กลยุทธ์การซื้อขาย – สำหรับสถานะ Long
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ควรรอให้มีราคาทะลุขึ้นไปประมาณ 3% จนอยู่เหนือระดับ $210 แล้วรอให้เกิดการย่อตัวเพื่อแสดงให้เห็นแนวรับก่อน
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจสนใจที่จะรอให้ราคาทะลุขึ้นไปเพียง 2% ไปอยู่ที่ประมาณ $208 เพื่อป้องกันสัญญาณหลอกขาลง จากนั้นรอให้มีการย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดความเสี่ยง แต่ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดแนวรับ
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจเปิดสถานะ long ได้ทันทีเมื่อราคาปิดอยู่ที่ระดับเหนือ $206 โดยอาจใช้ตัวกรอง 1% จากนั้นอาจรอให้ราคาปรับลดลงมาทดสอบรูปแบบอีกครั้งหรือเมื่อมีแท่งเทียนยาวสีเขียวที่ยาวกว่าแท่งสีแดงหรือแท่งเล็กๆ สีใดก็ได้ หรือจะรอให้ใกล้กับจุด stop-loss ก่อนก็ได้
ตัวอย่างการซื้อขาย
-
ราคาเข้า: $205
-
Stop-Loss: $203
-
ความเสี่ยง: $2
-
เป้าหมาย: $211
-
ผลตอบแทน: $6
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3