KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ข่าวที่แพร่สะพัดในตลาดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงยังคงไม่สอดคล้องกันเท่าใดนัก ในขณะที่สื่อหลายกระแสยังคงเตือนให้ระมัดระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความขัดแย้งกันในการเจรจาทางการค้า แต่หุ้นขนาดเล็กกลับทำผลงานได้ดีสวนกระแส ส่วนหุ้นขนาดใหญ่เกิดการชะลอตัว แม้ว่าหลายฝ่ายจะคาดการณ์ว่าทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้สำเร็จในเร็ววันนี้ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หากการกำหนดกำแพงภาษีที่สูงขึ้นจะเป็นตัวการที่ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล โครงสร้างตลาดก็น่าจะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม การเติบโตของบริษัทข้ามชาติต่างๆ กำลังได้รับความเสี่ยงเนื่องจากยังต้องพึ่งพาการส่งออก แต่บริษัทในประเทศยังคงเติบโตต่อไปได้เพราะตลาดสหรัฐฯ ยังไม่อิ่มตัว
ในความเป็นจริงน่าจะเกี่ยวข้องกับ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะไม่ว่าสงครามการค้าจะเป็นไปในทิศทางใด หุ้นขนาดเล็กก็ยังคงทำผลงานได้ดี

อัตราผลตอบแทนของดัชนี Russell 2000 เฉพาะในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 14.5% ในขณะที่ดัชนี ดาว ยังอยู่ที่ 11% ซึ่งนับว่าเป็นดัชนีที่มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่ำที่สุดของสหรัฐฯ ในปีนี้เลยทีเดียว ดัชนี Russell 2000 ยังคงมีการซื้อขายโดยทำรูปแบบ H&S ต่อเนื่อง แต่การทะลุแนวต้านไปก็ยังไม่น่าที่จะผลักให้ราคาสูงกว่าเดิมได้
Golden cross ของเดือนนี้เกิดขึ้นเมื่อเส้น 50 DMA ตัดกับเส้น 200 DMA ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิด death cross ขึ้นในเดือนธันวาคมเป็นต้นมา เป็นการหนุนว่าราคายังจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นต่อไป
ข้อควรระวัง: รูปแบบแนวโน้มขาขึ้นจะสมบูรณ์เฉพาะเมื่อราคาทะลุแนวต้านเกินกว่า 1,630 จากมุมของ neckline ที่เกิดขึ้น ราคาจะสูงกว่าราคาปัจจุบัน 5% ในขณะที่ราคามีแนวรับอยู่ที่เส้น 50 DMA ก็ยังคงอยู่ในบริเวณชายธงที่ยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง แต่ขอบเขตบนของรูปแบบนี้ก็มีแนวเส้น 200 DMA ขวางอยู่ ดังนั้นราคาจึงอาจร่วงลงจากช่วงต้นเดือนได้อีกเมื่อมีการทะลุแนวรับลงมา
หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง ก็จะเป็นการทำ bottom ครั้งใหม่และทำให้ช่วงการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์สร้างรูปแบบเป็น double top ได้ หากราคาตกลงไปต่ำกว่าราคาต่ำสุดในวันที่ 25 มีนาคมก็จะมีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับลำจากขาขึ้นเป็นขาลงได้
กลยุทธ์การซื้อขาย
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ควรรอให้ราคาทะลุแนวต้านเพื่อให้เกิดรูปแบบ H&S ต่อเนื่องก่อน การที่ neckline เป็นเนินชันจะทำให้ราคาไต่ตามขึ้นไปจนเกิดการทะลุกรอบ นักลงทุนอาจเพิ่มความปลอดภัยโดยการใช้ตัวกรองแบบ 3 วัน อย่างน้อย 3% และควรนำราคาปิดสุดสัปดาห์มาคำนวณด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสัญญาณหลอกว่าเป็นขาขึ้น จากนั้นอาจจะรอให้เกิดการกลับตัวมาทดสอบความสมบูรณ์ของ neckline อีกครั้งด้วยแท่งเทียนยาวสีเขียวที่ยาวกว่าสีแดงหรือแท่งที่เล็กกว่าสีอะไรก็ได้
นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจเข้าเปิด long ที่ราคาเหนือเส้น 200 DMA โดยใช้ตัวกรองที่เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการเกิดสัญญาณหลอก
นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง อาจเปิด long ได้ทันที หรือรอให้เกิดราคาตกเล็กน้อยแล้วเข้าซื้อในกรอบที่ใกล้แนวรับ โดยพิจารณาจาก bottom ของกรอบราคาที่กำลังไต่ขึ้นเป็นแนวรับกลับไปยัง neckline
ตัวอย่างการซื้อขาย
- ราคาเข้า: 1,520
- Stop-Loss: 1,490 ที่ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของวันที่ 25 มีนาคม หรือหัวของ H&S นั่นเอง
- ความเสี่ยง: 30 จุด
- เป้าหมาย: 1,610 ต่ำกว่าจุด top ของกรอบราคาที่กำลังไต่ขึ้น หรือ neckline ของ H&S
- อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3








