S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
Tencent Holdings (OTC:TCEHY) ประสบกับอุปสรรคนานับประการเมื่อปีที่แล้ว ธุรกิจเกมมิ่งของบริษัทที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาลกลับถูกรัฐบาลจีนเข้าควบคุม ซึ่งถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมระดับมหภาคที่ทำให้กิจการของบริษัทแย่ลง บริษัทจึงเริ่มชะลอรายจ่ายอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดผลเสียต่อธุรกิจการโฆษณาของบริษัท
บริษัทซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม Facebook (NASDAQ:FB) ของจีน ได้รับแรงกดดันทางลบอย่างมากจาก การเผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่สี่ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม โดยกำไรสุทธิในระยะสามเดือนนับตั้งแต่เดือนธันวาคมดิ่งลง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นับว่าเป็นผลประกอบการที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่การเสนอขายหุ้นบริษัทครั้งแรกในปี 2004 แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากการหยุดชะงักเนื่องจากรัฐบาลจีนไม่ยอมอนุมัติเกมใหม่ ๆ ในปี 2018 ด้วยเหตุผลที่ว่าจำนวนเด็กและเยาวชนที่มีสายตาสั้นกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศจีนที่เป็นตลาดเกมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทว่าขณะนี้กลับมีสัญญาณใหม่ที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับ Tencent และผู้ลงทุนในบริษัทกำลังจะสิ้นสุดลง ประการแรก ประเทศจีนเริ่มกลับมาอนุมัติเกมใหม่ ๆ อีกครั้ง เป็นความคืบหน้าที่จะเกื้อหนุนบริษัท เพราะรัฐบาลจีนจะอนุญาตให้สร้างรายได้จากเกมที่โด่งดังของบริษัท อันได้แก่ “PlayerUnknown’s Battlegrounds” และ “Fortnite.” นับว่าเป็นความคืบหน้าที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะรายได้มากกว่า 40% ของบริษัทมาจากยอดขายและกำไรในอุตสาหกรรมเกมมิ่ง
สิ่งแวดล้อมระดับมหภาคที่กำลังพัฒนา
ด้วยแรงหนุนจากความคืบหน้าในทางบวกเหล่านี้ ในปีนี้ผู้ลงทุนต่างก็กำลังเพิ่มการถือครองหุ้นบริษัท ด้วยราคาซื้อขายเมื่อวาน ณ เวลาปิดตลาดนิวยอร์คที่หุ้นละ $48 ราคาหุ้น Tencent ได้ปรับขึ้นมาแล้วถึง 22% ในปีนี้ หลังจากที่สูญเสียมูลค่าหุ้นไปเกือบหนึ่งในสี่เมื่อปี 2018

แม้ว่าผลประกอบการรายไตรมาสอาจออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไรนัก แต่ความแข็งแกร่งทางธุรกิจของบริษัทนั้นมีความมั่นคง และการจัดการก็เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม ด้วยการเริ่มกระจายแหล่งผลิตรายได้นอกเหนือจากตลาดเกมมิ่ง บริษัทเป็นผู้ให้บริการแอป WeChat ที่โด่งดังและปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านราย ซึ่งแอปมีระบบนิเวศออนไลน์ที่มีความยืดหยุ่นและยากที่จะมีคู่แข่ง ด้วยการรวมบริการวิดีโอบล็อก, การส่งข้อความแบบทันที อีกทั้งยังเป็นแอปชำระเงินภายในแอปเดียวอีกด้วย Tencent จึงมอบโอกาสที่น่าดึงดูดใจให้แก่ผู้ลงทุนที่ต้องการสัมผัสกับเศรษฐกิจภาคออนไลน์ของจีน
อ้างอิงจากความเห็นล่าสุดจาก Nomura Securities ระบุว่าธุรกิจ WeChat ของ Tencent มีประสิทธิภาพในการสร้างรายได้จากค่าโฆษณามากกว่านี้ "เราเชื่อว่า WeChat ยังสร้างรายได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพในธุรกิจการโฆษณา" บรรดานักวิเคราะห์จาก Nomura ได้แก่ นายเจียหลง ฉือ, นายคาร์สัน โล และไมเคิล แทม ได้ให้ความคิดเห็นไว้ และอ้างอิงโดยสำนักข่าวรอยเตอร์
พวกเขายังเสริมอีกว่า “ความนิยมในการใช้โปรแกรมขนาดย่อมที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จะช่วยให้ WeChat สามารถสร้างรายได้จากการโฆษณามากขึ้นอีกได้ ผ่านกลุ่มผู้ให้บริการต่าง ๆ เช่น ผู้โฆษณาการให้บริการท่องเที่ยวแบบออนไลน์ (OTA) อีคอมเมิร์ซ และการศึกษา ถ้าหากผู้ให้บริการเหล่านี้เลือกผนวกธุรกิจของตนเพียงส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดเข้ากับ WeChat ผ่านเหล่าโปรแกรมขนาดย่อม" โดยโปรแกรมขนาดย่อมคือแอปที่ฝังตัวใน WeChat ที่เปิดช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมทางธนาคารหรือการเรียกใช้บริการยานพาหนะ
สรุป
แม้บริษัทจะกลับมาพลิกฟื้นได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2019 หุ้นของ Tencent ก็ยังคงเป็นหุ้นที่น่าซื้อสำหรับผู้ที่ต้องการถือหุ้นในระยะยาว วิสัยทัศน์ในระยะยาวของบริษัทมีความก้าวไกลหลังจากเกิดเหตุที่ทำให้ต้องหยุดชะงักชั่วคราวเมื่อปีที่แล้ว บริษัทครองตลาดเกมมิ่งไว้อย่างเหนียวแน่น และมีแผนการที่เหมาะสมเพื่อที่จะขยายรากฐานการสร้างรายได้ Tencent มีโครงสร้างทางธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความคงทนมากกว่าบางบริษัทจากโลกตะวันตกเสียอีก







