สัญญาซื้อขายล่วงหน้าวอลล์สตรีททรงตัว ขณะความกังวลขึ้นดอกเบี้ยลดลง
สำหรับผู้ที่เลือกลงทุนในหุ้นเพื่อเพิ่มเงินออม สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือการเลือกหุ้นที่ไม่เพียงแต่คงต้นทุนไว้ได้เท่านั้น แต่จะต้องมีผลตอบแทนที่ดีอีกด้วย ขณะที่ผู้ลงทุนบางท่านอาจเลือกหุ้นที่ผลตอบแทนสูงโดยลืมคำนึงถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับหุ้นดังกล่าว วิธีง่าย ๆ ที่จะเพิ่มเงินออมได้อย่างต่อเนื่อง คือการหาบริษัทที่มีการเพิ่มเงินปันผลและมีแผนที่จะเพิ่มเงินปันผลอยู่เสมอ
การที่จะเลือกซื้อหุ้นที่มีการเพิ่มเงินปันผลอย่างแข็งแกร่งนั้น คุณจะต้องเลือกบริษัทที่มีสุขภาพทางการเงินที่ดี ซึ่งจะเอื้ออำนวยให้บริษัทมีผลงานที่โดดเด่นกว่าบริษัทอื่น ๆ ในตลาด อ้างอิงจากข้อมูลวิจัยจากแผนกบริหารทรัพย์สินของ Goldman Sachs แล้ว บริษัทที่หมั่นเพิ่มอัตราเงินปันผล มักจะมีผลตอบแทนที่มากกว่าบริษัทที่ไม่จ่ายเงินปันผลถึง 14 เท่า นับตั้งแต่ช่วงปี 1972 ถึง 2014
เมื่อคำนึงถึงประเด็นดังกล่าวแล้ว หุ้นสองตัวต่อไปนี้คือตัวอย่างหุ้นที่มีการเจริญเติบโตของเงินปันผลอย่างยอดเยี่ยม
1. Apple
บริษัท Apple Inc. (NASDAQ:AAPL) ถือว่าเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูงและนักลงทุนมักเลือกซื้อเพื่อรับผลตอบแทนระยะสั้น การกระทำเช่นนั้นไม่ถือว่าผิดเสียทีเดียว เนื่องจาก Apple เป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้านวัตกรรมที่ขายออกได้อย่างรวดเร็วมาเป็นระยะเวลานาน อาทิ iPhone และ Apple Watch อีกทั้งหุ้นบริษัทได้เจริญเติบโตขึ้นกว่า 700% นับตั้งแต่หุ้นเปิดขายครั้งแรกที่ราคา $22 ต่อหุ้นในเดือนธันวาคมปี 1980 และเติบโตขึ้นกว่า 66% ในรอบสามปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวันศุกร์ราคาปิดของหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.1% อยู่ที่ $174.97

แต่ในมุมมองของเราแล้ว Apple ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับพอร์ตการลงทุนระยะยาวของคุณ เพราะขณะนี้บริษัทกำลังเข้าสู่วงจรชีวิตตราสินค้าช่วงเจริญเต็มที่ และพร้อมที่จะแบ่งปันผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน
หลังจากที่บริษัทเพิ่มเงินปันผลเป็น 16% ในปี 2018 ปัจจุบัน Apple จ่ายเงินปันผลรายไตรมาสอยู่ที่ $0.73 ต่อหุ้น ซึ่งในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมาได้ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วมากกว่า 10% บริษัทมีการเพิ่มการจ่ายผลตอบแทนมาตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมาและยังไม่มีสัญญาณว่าจะหยุดเพิ่มอีกด้วย อีกทั้งอัตราผลตอบแทนกว่า 24% และเงินสำรองจำนวนมากในบริษัท จึงทำให้ Apple ยังคงเป็นบริษัทที่สร้างกำไรได้ดี
ทว่าหากจะยกเหตุการณ์สภาวะตลาดหมีของ Apple มาพิจารณาประกอบกัน จากในอดีตที่ยอดขาย iPhone เคยดีกว่าปัจจุบัน แต่ความสามารถในการปันผลเงินสดแก่ผู้ถือหุ้นยังคงเดิมเสมอมา บรรดานักวิเคราะห์ต่างก็คาดการณ์ไว้ว่าบริษัทจะมียอดขายราว 2.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้ และมีอัตราการเจริญเติบโต 13% ในอีกห้าปีข้างหน้า
2. Chevron
หากคุณให้ความสนใจต่อความผันผวนของตลาดหุ้นพลังงานเพียงอย่างเดียว อาจทำให้คุณมองข้ามคุณค่าของบรรดาบริษัทบูรณาการน้ำมันของสหรัฐฯ หลาย ๆ บริษัทไปได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีหลังจากการลดต้นทุน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และแผนการลงทุนที่สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น บริษัทน้ำมันและก๊าซระดับโลกหลายรายก็เริ่มเผยโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้จากการลงทุน และ Chevron (NYSE:CVX) บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นอย่างแน่นอน
นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2001 หุ้นของบริษัทได้ทะยานขึ้นกว่า174% และเพียงแค่ในระยะสามปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเกือบ 29% โดยราคาปิดเมื่อวันศุกร์พุ่งขึ้นถึง 2.1% สู่ระดับ $122.03

Chevron เป็นบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ที่ดำเนินงานแบบบูรณาการทั้งด้านวัตถุดิบและการกระจายผลิตภัณฑ์ รวมถึงการมีแผนกปิโตรเคมีแยกออกมาต่างหาก ซึ่งบริษัทที่มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลายเช่นนี้เป็นเกราะป้องกันชั้นดีต่อ ราคาน้ำมัน ที่ดิ่งลงเรื่อย ๆ
หากบริษัทสูญเสียรายได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซ ธุรกิจการผลิตสินค้าด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัทก็ยังคงสามารถสร้างรายได้ให้แก่บริษัทได้ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ซึ่งความแข็งแกร่งดังกล่าวของบริษัทสามารถเห็นได้จากไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว เมื่อ Chevron มีผลประกอบการที่ เกินการคาดการณ์ และยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งแม้ว่าราคา สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ ดิ่งลงถึง 38%
ในแง่ของเงินปันผล Chevron เป็นบริษัทที่พึ่งพาได้และมีรายได้ที่สูงขึ้นทุกปี ซึ่งระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาผลตอบแทนรายไตรมาสของบริษัทเติบโตขึ้นมาแล้วในอัตรา 8% ต่อปี โดยในไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ $1.19 ต่อหุ้น และเราเชื่อว่าอัตราการเจริญเติบโตจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไป ด้วยแรงหนุนจากกระแสเงินสดในบริษัทที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สรุป
การลงทุนในบริษัทที่มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและอัตราผลตอบแทนที่ต่ำ เป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถเพิ่มเงินออมของคุณได้อย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่าการลงทุนในหุ้นย่อมมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงดังกล่าวจะลดลงเมื่อคุณเลือกลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผล
ทั้ง Apple และ Chevron ต่างก็เป็นตัวอย่างที่ดีของหุ้นกลุ่มดังกล่าว แต่ทั้งนี้หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม และทรัสต์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ล้วนเป็นตัวเลือกอื่นที่อาจสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอให้คุณ ซึ่งคุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่พอร์ตของคุณได้









