หุ้นที่น่าสนใจ 3 ตัวในสัปดาห์นี้: Salesforce.com, Target, Tesla

โดยInvesting.com
ผู้เขียนHaris Anwar
เผยแพร่ 03/03/2019 14:36

แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะจบปี 2018 ด้วยความคลุมเครือ ทว่าตั้งแต่เริ่มปี 2019 เป็นต้นมาก็ถือว่าเป็นปีที่ดีสำหรับนักลงทุน ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ดัชนี S&P 500 มีผลงานที่ดีที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 1991

ทั้งดัชนี Dow Jones Industrial Average และ S&P 500 ต่างก็ปรับขึ้นมากกว่า11% ขณะที่ NASDAQ เองก็ปรับขึ้นมากกว่า 14% ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากรายจ่ายจากผู้บริโภคและองค์กรที่คึกคักมากขึ้น

นักลงทุนอาจเห็นสัญญาณที่มากขึ้น ในสัปดาห์นี้จากการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของผู้ค้าปลีกรายใหญ่บางส่วน โดยหุ้นสามตัวที่อาจมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้


1. Salesforce.com

บริษัทผู้ขายซอฟต์แวร์และให้บริการคลาวด์แก่กลุ่มลูกค้านักธุรกิจ จะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ในวันจันทร์นี้ภายหลังจากเวลาปิดตลาดหุ้น นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ยว่าบริษัทจะได้กำไร $0.55 ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก $0.35 ต่อหุ้นเมื่อปีที่แล้ว และยอดขายน่าจะทะยานขึ้น 25% เท่ากับ 3.56 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อันได้รับแรงหนุนมาจากรายจ่ายด้านเทคโนโลยีที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

CRM Weekly TTM

หากพิจารณาจากกราฟของ Salesforce แล้ว เห็นได้ชัดว่านักลงทุนได้แห่ลงทุนใน ไตรมาสที่อ่อนแรงลงครั้งที่สอง ของบริษัทไปบ้างแล้ว ซึ่งมียอดขายและผลประกอบการที่ออกมาเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์มาโดยตลอด ด้วยราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ $164.53 ต่อหุ้น จึงทำให้ราคาหุ้นเข้าใกล้ราคาสูงสุดที่ $165.89 ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่หุ้นราคาเพิ่มขึ้นกว่า 22% สำหรับปีนี้ โดยตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาราคาหุ้นได้พุ่งขึ้นกว่า 38% แล้ว

เนื่องจากความคาดหวังที่สูงเกินไปต่อรายงานผลประกอบการและตัวหุ้นเอง เราจึงขอแนะนำให้นักลงทุนมีความระมัดระวัง เพราะหากผลประกอบการออกมาผิดคาดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้หุ้นตกฮวบได้


2. Target Corp.

บริษัทผู้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Target (NYSE:TGT) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามอง โดยจะมีการประกาศผลประกอบการของบริษัทในวันอังคารที่ 5 มีนาคมนี้ในเวลาก่อนตลาดหุ้นเปิด

จากการโหนกระแสรายจ่ายผู้บริโภคที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่แล้ว นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า Target จะมีกำไรสุทธิ $1.52 ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก $1.37 ของไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว และคาดว่ายอดขายประจำไตรมาสจะเพิ่มขึ้น 1.2% เท่ากับ 2.305 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

TGT Weekly TTM

เนื่องด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากผู้ค้าปลีกรายอื่นในการประกาศผลประกอบการครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง Walmart (NYSE:WMT) ด้วย จึงเป็นไปได้ยากที่ Target จะทำให้นักลงทุนผิดหวัง โดยเฉพาะภายหลังจาก สามไตรมาสก่อนหน้านี้ ที่มียอดขายทางดิจิตอลพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ราคาซื้อขายหุ้นของบริษัทอยู่ที่ $72.94 เมื่อวันศุกร์ ซึ่งถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทคู่แข่งอื่น ๆ ในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 10.4% ภายในเพียงสองเดือนแรกของปี 2019 ฉะนั้นจึงมีการคาดการณ์ไว้ว่าบริษัทจะสามารถปิดปี 2018 ได้อย่างแข็งแกร่ง นายไบรอัน คอร์เนลล์ หัวหน้าผู้บริหารได้กล่าวว่า Target จะมีผลประกอบการที่ “แข็งแกร่งที่สุด” ทั้งปี ซึ่งเป็นลักษณะการเติบโตของบริษัทเช่นเดียวกับเมื่อปี 2005

3. Tesla

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก Tesla Inc. (NASDAQ:TSLA) ยังคงทำให้นักลงทุนว้าวุ่นใจอย่างต่อเนื่อง แม้ภายหลังจากการประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นราคาประหยัด Model 3 ในราคาคันละ 35,000 เหรียญสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด ซึ่งซีอีโอของบริษัท นายอิลอน มัสก์ ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะผลิตรถยนต์ที่มีราคาถูกลง เพื่อดำเนินตามแผนการวางขายยานพาหนะของเขาสู่ตลาดมหาชน

TSLA Weekly TTM

ทว่าบริษัทยังประกาศอีกว่าจะปิดร้านค้าปลีกทั้งหมด และเปลี่ยนช่องทางการขายไปยังระบบออนไลน์ทั้งหมดขณะที่ลดภาระการจ้างงานในบริษัทไปด้วย จึงทำให้ความหวังที่ไตรมาสแรกจะมีกำไรนั้นริบหรี่ลงจนหมดสิ้น

เหตุการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เกิดขึ้นภายหลังจากที่มัสก์เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสงครามระหว่างมัสก์และหน่วยงานรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นจากทวีตล่าสุดที่เจ้าหน้าที่รัฐฯ ละเมิดข้อตกลงกับมัสก์ก่อนหน้านี้ที่ห้ามละเมิดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทมหาชน ซึ่งอาจเป็นปัญหาแก่มัสก์และหุ้น Tesla ได้

ราคาปิดเมื่อวันศุกร์อยู่ที่ $294.79 ปรับลง 8% สำหรับรายวันและปรับลงกว่า 24% จากระดับราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ เท่ากับในสัปดาห์นี้หุ้นจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน โดยเฉพาะความกังวลว่ามัสก์และบริษัทจะสามารถหาเงินสดได้เพียงพอต่อความทะเยอทะยานของเจ้าของบริษัทหรือไม่

เมื่อศุกร์ที่แล้ว บริษัทออกมาประกาศว่าบริษัทได้จ่ายเงินแก่สัญญาหุ้นกู้แปรสภาพมูลค่า $920 ล้าน ทำให้จำนวนเงินสดสำรองในบริษัทจากเดิมที่เคยรายงานไว้ในปี 2018 ว่ามี 3.69 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีจำนวนลดลง

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย