เปิดแอป

ทองดิ่งหลุดแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ (ต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์) ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง

เผยแพร่ 14/07/2026 10:11

วันนี้ ( 14 ก.ค. 2026 ) ทองโลกเปิดตลาดที่ระดับ 4,001 ดอลลาร์ ฉุดราคาทองแท่งในประเทศขายออกต่ำกว่าบาทละ 64,000 บาท ก่อนจะเผชิญแรงเทขายเพิ่มเติมในช่วงเช้าวันนี้ หลังราคาน้ำมันดิบยังทะยานพุ่งต่อเนื่อง รวมถึงสกุลดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าในฐานะสกุลเงินปลอดภัย จากสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้สหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และประกาศเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเรียกเก็บเงินชดเชยในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจากภาคพลังงาน และอาจผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้
กระแสคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยมีมากขึ้น หลังคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดให้ความเห็นว่า เฟดไม่ควรซ้ำรอยความผิดพลาดเหมือนในช่วงปี 2564-2565 ซึ่งขณะนั้นเฟดรอนานเกินไปก่อนจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ และถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค. เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย 


ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
จากโครงสร้างกราฟรายวัน ภาพรวมยังเป็น Bearish (ขาลง) ราคาหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ และยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญหลายเส้น ขณะที่ RSI ยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าแรงขายยังได้เปรียบ แม้อาจมีการรีบาวด์ระหว่างวันก็ตาม และการที่ราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 4,050 ดอลลาร์อีกครั้ง ทำให้สัญญาณเชิงบวกระยะสั้นเสียโมเมนตัม และขาลงกลับมาควบคุมตลาดต่อ และกลับเข้าสู่ช่วงปรับฐานอีกครั้ง ในตรงกันข้ามหากสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 4,120 ดอลลาร์(เส้นค่าเฉลี่ย 14วัน ในกรอบเวลาราย 1 วัน)ได้อีกครั้ง จะเป็นการสร้างฐานสะสมแรงเพื่อปรับตัวขึ้นไปเป้าหมายถัดไปที่ 4,120-4,200 ดอลลาร์ 

ทองโลก (Gold Spot): 
แนวรับ  3,980 /3,940/3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,000 /4,050 /4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:
แนวรับ 63,200 /62,800/62,500 บาท
แนวต้าน 63,400/64,900/65,200 บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน

อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 3.50 - 3.75%

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย