เปิดแอป

SK Hynix พลิกจากขาดทุนสู่กำไรสูงสุดได้อย่างไรในยุค AI

เผยแพร่ 06/07/2026 22:35
ในบทความนี้:


(Source: SK hynix Inc. Form F-1/A, filed June 30, 2026; graphic by Leverage Shares)

ภาพนี้สะท้อนการเปลี่ยนสถานะของ SK hynix Inc. ได้ชัดเจนมาก จากบริษัทที่ขาดทุนสุทธิ 9.138 ล้านล้านวอนในปี 2023 สู่กำไรสุทธิ 42.948 ล้านล้านวอนในปี 2025 และกำไรสุทธิอีก 40.346 ล้านล้านวอนในไตรมาส 1/2026 เพียงไตรมาสเดียว ถ้าจะสรุปสั้นที่สุด นี่ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวตามวัฏจักรของหุ้นชิป แต่เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ได้อานิสงส์โดยตรงจากการที่ AI ทำให้หน่วยความจำกลายเป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

ในช่วงปี 2023 ภาพของ SK hynix ยังต่างจากวันนี้มาก รายได้ในปีนั้นอยู่ที่ 32.766 ล้านล้านวอน และบริษัทขาดทุนสุทธิ 9.138 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมหน่วยความจำยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปสงค์อ่อนตัวและวัฏจักรชิปขาลง แต่เพียงหนึ่งปีถัดมา รายได้กระโดดขึ้นเป็น 66.193 ล้านล้านวอน พร้อมกำไรสุทธิ 19.797 ล้านล้านวอน ก่อนที่ปี 2025 จะเร่งต่อสู่รายได้ 97.147 ล้านล้านวอน และกำไรสุทธิ 42.948 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดประจำปีของบริษัท

ตัวเลขไตรมาส 1/2026 ยิ่งทำให้ภาพนี้ชัดขึ้นไปอีก SK hynix รายงานรายได้ 52.576 ล้านล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 37.610 ล้านล้านวอน และกำไรสุทธิ 40.346 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นระดับรายไตรมาสสูงสุดของบริษัท และทำให้กำไรสุทธิไตรมาสเดียวเกือบเท่ากับกำไรสุทธิทั้งปี 2025 แล้ว Reuters ยังระบุด้วยว่าอุปสงค์ชิป AI ของบริษัทยังสูงเกินกว่ากำลังการผลิต ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าการใช้จ่าย AI ของบิ๊กเทคกำลังชะลอตัว

สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นนี้คือการที่หน่วยความจำ โดยเฉพาะ HBM หรือ high-bandwidth memory กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบ AI Reuters รายงานว่า SK hynix เป็นซัพพลายเออร์ HBM ชั้นนำของ Nvidia และถือส่วนแบ่งตลาด HBM ราว 58% ในไตรมาส 1/2026 ตามข้อมูล Counterpoint Research ก่อนหน้านั้น Reuters ยังรายงานด้วยว่าบริษัทมีความได้เปรียบชัดเจนในตลาด HBM และได้ประโยชน์จากทั้งอุปทานที่ตึงตัวและราคาชิป DRAM กับ NAND ที่ปรับขึ้นแรง

นั่นทำให้ตลาดเริ่มมอง SK hynix ต่างจากเดิม จากหุ้น memory เชิงวัฏจักรที่ขึ้นลงตามราคาชิป บริษัทถูกยกระดับให้เป็นผู้ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจาก AI infrastructure buildout มากขึ้น Reuters รายงานเมื่อเดือนมิถุนายนว่า SK hynix แซง Samsung ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของเกาหลีใต้ โดย market capitalization แตะประมาณ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์

อีกเหตุผลที่กำไรพุ่งแรงคือบริษัทไม่ได้ขายได้มากขึ้นอย่างเดียว แต่ขายสินค้า mix ที่ทำกำไรดีกว่าด้วย ข้อมูลจากผลประกอบการไตรมาส 1/2026 ระบุว่า DRAM average selling price เพิ่มขึ้นระดับ mid-60% ขณะที่ NAND average selling price เพิ่มขึ้นระดับ mid-70% และสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง เช่น HBM และโมดูลเซิร์ฟเวอร์ความหนาแน่นสูง มีบทบาทมากขึ้น เมื่อราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้นพร้อมกับสินค้าที่ margin ดีกว่า กำไรก็จึงเร่งขึ้นเร็วมากกว่ารายได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ด้านบวก Reuters รายงานว่า SK hynix วางแผนลงทุน 19 ล้านล้านวอนในโรงงานใหม่ที่เกาหลีใต้สำหรับ advanced packaging เพื่อรองรับความต้องการ AI memory ที่เพิ่มขึ้น อีกข่าวของ Reuters ยังระบุว่าบริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเวเฟอร์เป็นสองเท่าในห้าปีข้างหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าการขยายกำลังผลิตขนาดใหญ่มากในอุตสาหกรรมชิปอาจย้อนกลับมาเป็นความเสี่ยงได้ หากการใช้จ่ายด้าน AI เย็นลงในอนาคต

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมภาพนี้จึงน่าสนใจกว่าการเป็นเพียงกราฟสวย ๆ มันกำลังบอกนักลงทุนว่า AI ไม่ได้ยกระดับแค่บริษัทผู้ผลิต GPU แต่กำลังยกระดับทั้งห่วงโซ่ memory ด้วย และในรอบนี้ SK hynix อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของแรงส่งนั้น เมื่ออุตสาหกรรม AI ต้องการชิปประมวลผลที่แรงขึ้น ก็ต้องการ memory ที่เร็วขึ้น หนาแน่นขึ้น และมี packaging ที่ซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายการเปลี่ยนผ่านของ SK hynix จาก “หุ้นวัฏจักร” ไปสู่ “AI enabler” ได้ดีที่สุด

สำหรับนักลงทุนไทย บทเรียนจากภาพนี้คือการดูหุ้นเทคไม่ควรหยุดแค่ชื่อใหญ่ฝั่งซอฟต์แวร์หรือ GPU บางครั้งส่วนที่ดูเหมือนอยู่เบื้องหลัง เช่น memory, packaging และ data-center supply chain ต่างหากที่กลายเป็นผู้ชนะตัวจริงของรอบการลงทุน SK hynix จึงเป็นกรณีศึกษาที่ชัดว่า เมื่อคอขวดของระบบอยู่ตรงไหน มูลค่าตลาดและกำไรก็มักไหลไปตรงนั้นก่อน

ในเชิงการศึกษา หากนักลงทุนติดตามธีมนี้ผ่านผลิตภัณฑ์แบบ tactical ก็ควรเข้าใจด้วยว่า leveraged หรือ inverse single-stock ETFs เป็นเครื่องมือสำหรับการมองผลตอบแทนรายวัน ไม่ใช่การถือยาวแบบกองทุนหุ้นทั่วไป เว็บไซต์ Themes ETFs ระบุชัดว่า Leverage Shares 2x Long SK Hynix Daily ETF (SKHX) เป็น short-term investment และ leveraged funds carry significant risk




ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย