เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น จากปรับลดความคาดหวังลดดอกเบี้ย เงินบาทแข็งจากทอง

เผยแพร่ 12/01/2026 09:02

ลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และติดตามคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA อย่างใกล้ชิด

 

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่าเงินบาทยังคงได้แรงหนุนบ้างตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ

 

  • ระวัง ความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมติดตามประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด และการตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ

 

  • โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์มีกำลังมากขึ้น ทว่าต้องจับตาการตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อประเด็นเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ กดดันเงินดอลลาร์ และควรจับตาการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways แม้จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า  หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทว่า เงินบาทยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงในช่วงนี้ อนึ่ง เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงความกังวลผู้เล่นในตลาดต่อฐานะการคลังสหรัฐฯ ในช่วงนี้

 

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    31.00-31.65 บาท/ดอลลาร์

 

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ผู้เล่นในตลาดจะใช้ประกอบการประเมิน อัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดติดตามใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนพฤศจิกายน ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลดังกล่าว รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาจส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปีนี้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ซึ่งอาจมีคำตัดสินได้ในวันที่ 14 มกราคม นี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยหากศาลสูงสุดตัดสิน ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA พร้อมระบุว่า ทางการสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บในช่วงปีที่ผ่านมา ก็อาจทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มฐานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ (Fiscal Concerns) สร้างแรงกดดันต่อทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ระยะยาว ขณะที่ ทองคำอาจเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา ท่าทีของทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังรับรู้คำตัดสินของศาลสูงสุด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังสามารถใช้กฎหมายอื่นๆ ในการขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศต่างๆ ได้

 

  • ฝั่งยุโรปบรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้ง ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่าน ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสราว 86% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ ส่วน ECB อาจคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี (มีโอกาสเพียง 18% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งจะเป็นประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญในปีนี้

 

  • ฝั่งเอเชียผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานยอดการส่งออก-นำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนธันวาคม ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดาผู้เล่นในตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% หลังเศรษฐกิจเกาหลีใต้ได้รับอานิสงส์จากธีมการลงทุนใน AI พอสมควร ทว่าทาง BOK ก็อาจยังมีความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังค่าเงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) ยังคงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า อีกทั้ง ทาง BOK ก็อาจยังคงจับตาภาวะฟองสบู่ของตลาดอสังหาฯ เกาหลีใต้อย่างใกล้ชิดอยู่

 

  • ฝั่งไทยแม้จะไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ กับ สินค้าส่งออกของไทย และค่าเงินบาท ผ่านผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ เป็นต้น

 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย