Bitcoin ปรับตัวขึ้นสู่ $64,000 ท่ามกลางความกังวลเรื่องอิหร่านและอัตราดอกเบี้ย
การประชุม ครม. วานนี้ 3 ประเด็นที่รอได้แก่ ค่าแรงขั้นต่่า , อัตราค่าไฟฟ้ารอบ ใหม่ และ EASY E-RECEIPT ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่มีแรงกดดันในกลุ่ม สถาบันการเงินจากความกังวลเรื่องนโยบายแก้ปัญหาหนี้ของรัฐบาล ภาวะ ดังกล่าวท่าให้SET INDEX วานนี้ ปรับตัวลดลงต่อ จนเริ่มถูกมองว่าตลาดหุ้น บ้านเราเข้าสู่ BEAR MARKET ประเมินทิศทางในช่วงสั้น เห็นว่าตลาดหุ้นบ้านเรา อยู่ในสภาวะที่ขึ้นได้ยาก ปัจจัยหลักมาจาก TURNOVER ที่ต่่ากว่าที่ควรจะเป็น มาก (ด้วยขนาด MARKET CAP ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายควรอยู่ที่ประมาณ 4.9 – 5 หมื่นล้าบบาท/วัน) ซึ่งภาวะดังกล่าวท่าให้สัดส่วนของมูลค่าการท่า SHORT SELL และ การซื้อขายผ่าน PROGRAM TRADE สูงขึ้นอย่างมี นัยส่าคัญ และที่ส่าคัญหากมองในภาพของการซื้อ-ขายสุทธิ ยังพบว่ามีเงินไหล ออกจากนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง
SET INDEX อยู่ในภาวะที่ปรับตัวขึ้นได้ยาก และดูเหมือนจะผันผวนได้ง่ายขึ้นหาก มูลค่าการซื้อ-ขาย ไม่กลับมา SET INDEX วันนี้คาดอยู่ในกรอบ 1366 – 1377 จุด หุ้น TOP PICK เลือก CPN, TISCO และ SIRI
ตลาดหุ้นนอกดีดต่อเนื่อง จากแรงคาดหวังดอกเบี้ยขาขึ้นจบ
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตัวในแดนบวกที่ 0.5% - 0.7% โดยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็น วันที่ 5 ขณะที่ดัชนีVIX ลดลงเหลือ 12 จุด ซึ่งเป็นระดับต่่าสุดของปี สะท้อนความกล้า ลงทุนมากที่สุดในการลงทุนหุ้นสหรัฐฯ จากความคาดหวังว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นจบ ลงแล้ว
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐที่ปรับตัวลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมาย โดยในเดือน พ.ย. อยู่ที่ +3.1%YOY ตามคาด ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ +3.2%YOY ขณะที่การประชุม FED คืนนี้ (14 ธ.ค. เวลา 2.00 น. ตามเวลาประเทศ ไทย) ตลาดคาดว่ามีโอกาสสูงถึง 98% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.50% ซึ่งถือเป็นแรง ผลักให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม FED และ ECB ที่มีการท่า QT ในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นการลดทอนผลตอบแทนในตลาดหุ้นต่างประเทศได้ ซึ่ง สวนทางกับบ้านเราที่ไม่ได้มีการท่า QT แต่อย่างใด
ส่าหรับเงินเฟ้อในระยะถัดไปมีโอกาสปรับตัวลดลงตามราคาพลังงาน โดยราคาน้่าดิบ WTI ยังร่วงลงเรื่อยๆ ที่ -9.5%MTD อีกทั้งวานนี้ดิ่งลงราว -3.6% จากความกังวล ภาวะ OVERSUPPLY หลัง OPEC+ ปรับลดก่าลังการผลิต 2.2 ล้านบาร์เรล/วันใน 1Q67 เป็นไปในลักษณะของการสมัครใจของประเทศสมาชิก แทนที่จะเป็นการก่าหนด โควตาอย่างเป็นทางการซึ่งอาจท่าให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก
สรุป ตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากแรงคาดหวังวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น จบลงแล้ว หลังเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลงเรื่อยๆ อีกทั้งราคาน้่ามันยังคงปรับตัวลง ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามราคาน้่ามันที่ร่วงลงแรงอาจกดดันต่อ SET INDEX ได้ เนื่องจาก ตลาดหุ้นบ้านเรามีสัดส่วนหุ้นอิงราคา COMMODITY คิดเป็น 1 ใน 3 ของตลาดฯ
SET INDEX เริ่มเข้าสู่ “ตลาดหมี” หลัง TURNOVER แห้งเหือด
วานนี้ส่านักข่าว BLOOMBERG รายงานว่าตลาดหุ้นไทยจ่อเข้า 'ตลาดหมี' หรือ BEAR MARKET โดยตั้งแต่ ก.พ.65-ปัจจุบัน ดัชนีร่วงหนัก 20% ขณะที่หาก พิจารณาตั้งแต่ต้นปี(YTD) ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลงมา 17.7% สวนทางกับตลาด หุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้น 16.1%(YTD) ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นที่หายไปของนัก ลงทุน ท่าให้มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เบาบางลงเรื่อยๆ
เดือน ธ.ค.66 ตลาดหุ้นไทย มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เบาบางมากเหลือเพียง 3.76 หมื่นล้านบาทต่อวัน (คิดเป็น TURNOVER 54% ต่อปี) ต่่าสุดเมื่อเทียบกับทุกเดือนใน ปีนี้ และยังต่่ากว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีที่ระดับ 5.17 หมื่นล้านบาทต่อวัน
ขณะที่วานนี้ SET INDEX มีมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 3.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 24.7% จาก ค่าเฉลี่ยของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 100 วันย้อนหลัง (ถือว่าน้อยสุดในเอเชีย)
ในมุมของ SHORT SALE ก็มีปริมาณที่มากผิดปกติ โดนวานนี้มีปริมาณ SHORT SALE 4.2 พันล้านบาท (คิดเป็น 12% ของมูลค่าซื้อขาย) โดยรายชื่อหุ้นใน SET100 ที่ ลงลึกถูก SHORT หนัก คือหุ้นกลุ่มเสียประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าแรง หุ้นมีหนี้สูง อาทิ CK STEC AWC SCGP MINT เป็นต้น
สรุป BLOOMBERG รายงานว่าตลาดหุ้นไทยจ่อเข้า 'ตลาดหมี' รวมถึงปัจจุบัน มูลค่าซื้อขาย และ TURNOVER ที่หายไป ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ หุ้นไทยต่อเนื่อง กดดันให้ตลาดหุ้นไทยขึ้นยากในช่วงนี้ คาดกรอบการเคลื่อนไหวของ SET INDEX วันนี้ที่ 1366-1377 จุด
เรื่องเล่าการแก้หนี้ครัวเรือน
วานนี้ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทางนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยลูกหนี้ทุกกลุ่มและได้มีแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งมาตรการ ระยะสั้นและ ระยะยาว แบ่งได้ 4 กลุ่ม หลักๆ ดังนี
1. ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จนเป็น NPL : มาตรการนี้เน้นไปที่ SME และรายย่อย ในธนาคารของรัฐ อย่าง ออมสิน และ ธกส. ผ่านการปรับปรุงโครงสร้าง หนี้ และพักช่าระหนี้ให้ลูกหนี้ SMES ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเป็นเวลา 1 ปี
2. ลูกหนี้ที่มีรายได้ประจ่า แต่มีภาระหนี้จ่านวนมากจนเกินศักยภาพ ในกลุ่ม ข้าราชการ : การช่วยเหลือท่าผ่านการลดอัตราดอกเบี้ย, รวมหนี้ไว้ที่เดียว และการ ช่าระผ่านการตัดเงินเดือน
3. กลุ่มมีรายได้ไม่แน่นอน : ช่วยเหลือผ่านการพักช่าระหนี้ชั่วคราว ลดดอกเบี้ยหรือ ลดเงินผ่อนช่าระแต่ละงวด ให้ต่่าลง เพื่อให้สอดคล้องรายได้ลูกหนี้ หลักๆ เน้นไปที่ เกษตรกร และ กยศ. ส่วนประเด็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปัจจุบันทาง สคบ. ได้มีการ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา (12 ต.ค. 65) ครอบคลุมรถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่ รวมถึงผู้ที่น่าไปใช้ในการขนส่ง) ให้สัญญาเช่าซื้อคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ รถยนต์ใหม่ที่ 10% ต่อปี, รถยนต์มือสอง 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ 23% ต่อปี
4.) กลุ่มหนี้เสียคงค้างกับสถาบันการเงินของรัฐ: แก้ไขผ่านการโอนไปบริษัทบริหาร สินทรัพย์ (AMC) โดยปัจจุบันขั้นตอนนี้อยู่ระหว่างทาง ธปท. เปิดรับฟังความเห็นการ เปิดทางให้ตั้งเป็น JV AMC ร่วมกัน
นอกจากนี้ทางนักข่าวมีการถามถึงการลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตมาที่ 15% (เดิม 16%) ทางรัฐบาลกล่าวว่าการแก้ไขมูลหนี้กลุ่มบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ที่ผ่านมา ทาง ธปท. มีการเปิดคลีนิคแก้หนี้ ในการปรับโครงสร้างหนี้และคิดอัตราดอกเบี้ย 3% - 5% ต่อปี ให้ผู้สนใจเข้าร่วมอยู่แล้ว
ความเห็นฝ่ายวิจัย : มองกลาง เพราะมาตรการช่วยเหลือส่วนใหญ่ ท่าผ่านธนาคาร ของรัฐเป็นหลัก ขณะที่ฝั่งธนาคารเอกชน เป็นไปตามแนวทางของ ธปท. ซึ่งปัจจุบันมี มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว ทั้งกลุ่มสีฟ้า (ผ่อนผันการจัดชั้นลูกหนี้ : ช่วยเหลือมากกว่าการขยายระยะเวลาช่าระหนี้) และ สีส้ม (จัดชั้นตาม TFRS 9 : ช่วยเหลือเพียงขยายระยะเวลาช่าระหนี้) ที่จะสิ้นสุดปี 2566 ครอบคลุมอยู่แล้ว โดย ธ.พ. ที่มีการเปิดเผยข้อมูลการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเป็นทางการ ได้แก่ SCB ณ สิ้นงวด 3Q66 มีมูลหนี้ภายใต้สีฟ้า ราว 11% - 12% ของพอร์ตสินเชื่อ ตามด้วย TTB ราว 11% ของพอร์ตสินเชื่อ (สีฟ้า : สีส้ม ที่ 4% : 7% ของพอร์ตสินเชื่อ), KBANK (BK:KBANK) เป็น CDR ราว 6.8% ของพอร์ตสินเชื่อ และ BAY (รวม SOFT LOAN, CDR และ สีส้ม) ประมาณ 6% ของพอร์ตสินเชื่อ
ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ อยู่ภายใต้อัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้นแล้ว จึงไม่ มีผลกระทบต่อ ธ.พ. อย่าง TISCO, KKP, BAY, TTB และ SCB รวมถึงกลุ่ม NON – BANK (MTC, TIDLOR และ SAWAD) ที่มีพอร์ตเช่าซื้อ อยู่ภายใต้ประกาศข้างต้นอยู่ แล้ว ขณะที่หุ้นสินเชื่อบัตรเครดิต อย่าง AEONTS, KTC (ไม่ได้จัดท่าบทวิเคราะห์) ราคา หุ้นที่ปรับฐานจากกระแสลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตช่วงก่อนหน้า มีโอกาสฟื้นตัว หลังปัจจัยดังกล่าวผ่อนคลายลง
ส่าหรับการลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคาร TOP PICK เลือก KBANK(FV@B150) และ TISCO(FV@B109) ทั้งคู่ได้ SET ESG RATING ที่ AAA ด้าน BBL(FV@B199) ราคา หุ้นซื้อขายบน PBV ราว 0.5 เท่า มองว่าไม่แพง ขณะที่กลุมจ่าน่าทะเบียน เรียงดังนี้ TIDLOR > MTC > SAWAD
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities









