Google วางแผนยุติการผลิต Pixel ในจีนภายในปี 2027
ภาพรวมตลาดการเงินดูสงบขึ้นหลังตัวเลขเงินเฟ้อ ต.ค.66 สหรัฐฯ ออกมาที่ 3.2% YOY ต่ำกว่าที่คาด ทำให้ตลาดเชื่อว่าวัฎจักรขาขึ้นของดอกเบี้ยจบลง และ คาดดอกเบี้ยจะเริ่มลดลงในปี 2567 ผลสืบเนื่องจากความเชื่อดังกล่าวทำให้ BOND YIELD ลดลง และ USD อ่อนค่า ส่วนบ้านเราก็มีความเชื่อมากขึ้นว่า ดอกเบี้ยน่าจะทรงตัวเช่นกัน ส่วนความกังวลเรื่องการกู้เพิ่มของรัฐบาลเพื่อ สนับสนุน DIGITAL WALLET เราประเมินว่าเร็วสุดที่น่าจะเห็นคงเป็น 4Q67 ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมดังกล่าวเห็นได้ว่าภาพของตลาดการเงินมีความนิ่งมากขึ้น ส่วนประเด็นอื่นที่มีน้ำหนักต่อทิศทางตลาดได้แก่ การเกิดขึ้นของ THAILAND ESG FUND เบื้องต้นคาดหมายมีเม็ดเงินเข้ามาประมาณ 1 หมื่นล้านบาท/ปี โดย สัดส่วนหุ้นใน SETESG มีน้ำหนักราว 73% ของ MARKET CAP รวม สำหรับ กำไร3Q66 ภาพรวมออกมาสูงกว่าคาดราว 5.4%
เชื่อว่า SET INDEX น่าจะสามารถสร้างฐานได้ดีขึ้น โดยวันนี้ประเมินกรอบช่วง 1382 –1398 จุด กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม ยังเน้นไปที่การทำ BUY & HOLD หุ้น TOP PICK วันนี้เลือก CRC, PTTGC และ SIRI
เงินเฟ้อสหรัฐลดฮวบ หนุน FED หยุดขึ้นดอกเบี้ย...มักดีต่อ สินทรัพย์เสี่ยง
ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือน ต.ค. อยู่ที่ 3.2%YOY ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาด 3.3%YOY และ ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ 3.7%YOY หลักๆ มาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง รวมถึงการหดตัวในสินค้าและบริการบางกลุ่ม อาทิ USED CARS, AIRLINE FARES เป็นต้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดอยู่ที่ 4.0%YOY ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาดและชะลอ ตัวลงจากเดือนก่อนเช่นกันที่4.1%YOY ทั้งนี้เงินเฟ้อสหรัฐที่เข้าใกล้กรอบเป้าหมาย ที่ 2% มากขึ้นรื่อย ๆ เชื่อว่าจะช่วยหนุนให้FED หยุดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว
สำหรับการสำรวจของ FED WATCH TOOL พบว่า มีโอกาสเกือบ 100% ที่ FED จะ ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้วไปจนถึง 1Q67 ขณะเดียวกันวานนี้ BOND YIELD สหรัฐระยะ สั้น 2 ปี ที่มักเป็น LEADING INDICATOR ยังปรับตัวร่วงลงแรงเหลือ 4.8% (วันก่อน หน้าอยู่ที่ 5%) ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ที่ 5.5% ต่อเนื่อง สะท้อนเม็ด เงินที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นแรงราว 1.4% - 5.4% กดดันดอลลาร์อ่อนค่าราว 1.5%
จากข้อมูลในอดีตของช่วงที่ FED ตรึงดอกเบี้ย มักจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัว สูงขึ้น สวนทางกับดอลลาร์อ่อนค่า หรือ ชะลอการแข็งค่าลง ปัจจัยดังกล่าวเชื่อว่าจะ เป็นแรงผลักให้ค่าเงินบาทแข็งค่า และเป็นทิศทางที่ดีต่อ FUND FLOW ในการไหลเข้า มาในไทยมากขึ้น
ในส่วนการดำเนินนโยบายการเงินในบ้านเรา ฝ่ายวิจัยมีมมุมองว่า กนง. จะคง ดอกเบี้ยในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้เช่นกัน (วันที่ 29 พ.ย.) เนื่องจากการขึ้น ดอกบี้ยต่อเนื่องอาจเป็นการขัดขวางการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการใช้ เม็ดเงินมหาศาลในการขับเคลื่อนประเทศที่อาจทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้น มีโอกาสล่าช้า
สรุป เงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดและชะลอตัวลงต่อเนื่อง เชื่อว่าจะช่วยหนุนให้ FED ยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นได้ ขณะที่ข้อมูลในอดีตของช่วงที่ FED ตรึงดอกเบี้ย มักจะ ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับดอลลาร์ และเชื่อว่าจะเป็นแรงผลักให้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้
ปัจจัยกดดัน SET INDEX ยังมี แม้ภาพรวมจะดูสดใสก็ตาม
เช้านี้ทาง MSCI มีการปรับหุ้นรอบใหม่ ประจำเดือน พ.ย.66 ไม่มีหุ้นเข้า แต่มีหุ้นถูกลด ชั้น 3 บริษัท ออก 9 บริษัท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
• ดัชนี GLOBAL STANDARD : หุ้นออก BGRIM, EGCO, RATCH (ลดชั้น มาอยู่ MSCI GLOBAL SMALL CAP)
• ดัชนี GLOBAL SMALL CAP : หุ้นออก ACE, ASK, KEX, ONEE, RAM, SABUY, TTA, TFG, VIBHA
ซึ่งจะสังเกตได้ว่า MSCI รอบนี้ไม่มีหุ้นไทยที่ถูกคัดเข้าดัชนีเลย ส่วนหนึ่งเกิดจากดัชนี หุ้นไทยปรับตัวลงมาเยอะ (MARKET CAP เล็กลง) ส่วนหุ้นที่ถูกคัดออกคาดว่าจะถูก กดดันจำดัน เนื่องจากปรับลงมาลึกแล้ว สังเกตได้จากผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี(YTD) ของแต่ละบริษัทที่ถูกคัดออก อาทิ BGRIM, EGCO, RATCH ติดลบ 26%-41% และ ACE, ASK, KEX, ONEE, RAM, SABUY, TTA, TFG, VIBHA ติดลบ 26%-78%
ขณะที่ประเด็นกดดันอื่นๆ คือ รัฐบาลทหารพม่าประกาศเคอร์ฟิว หลัง 21.00น. ใน เมืองซิตตเว (SITTWE) ทางตะวันตกของประเทศ ตามที่ระบุในเอกสารของรัฐบาลและ รายงานของสื่อ REUTERS ท่ามกลางการสู้รบที่รุนแรงขึ้นในหลายแนวรบระหว่าง ทหารของรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย ทำให้ระชาชนราว 5,000 คน ต้อง อพยพหนีภัยเข้าไปในอินเดีย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อว่าจะมีความรุนแรง เพิ่มเติมหรือไม่ และจะกระทบการภาคการค้าของประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ ทำการรวบรวมข้อมูลว่ามีหุ้นอะไรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจใน พม่าบ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
▪ กลุ่มรับเหมา-วัสดุก่อสร้าง : SCC ITD NWR SEAFCO
▪ กลุ่มเครื่องดื่ม : OSP CBG
▪ กลุ่มธนาคารและการเงิน : AEONTS
▪ กลุ่มพลังงาน : PTTEP PTT (BK:PTT)
▪ กลุ่มชิ้นส่วน : DELTA
สรุป ปัจจัยกดดัน SET INDEX ยังมี อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ FLOW ต่างชาติยังไม่ ไหลเข้ามากนัก และทำให้ SET INDEX ไม่ OUTPERFORM ตลาดหุ้นอื่นๆมากเท่าที่ พื้นฐานควรจะเป็น
SET ภาพรวมยังน่าซื้อสะสม
แม้ SET INDEX จะเจอปัจจัยลบเล็กๆ แต่ภาพรวมเริ่มกลับมาน่าสะสม และมีประเด็น บวกหนุนเด่นเช่นกัน ดังนี้
1. กำไรงวด 3Q66 ของ SET ดี และความผันผวนช่วงประกาศจบลง โดยล่าสุด รวบรวมกำไรงวด 3Q66 อยู่ที่ 2.68 แสนล้านบาท +18%YOY และ 25%QOQ (ข้อมูล 89% ของ MARKET CAP รวม) อีกทั้งยังดีกว่าที่ตลาด คาดถึง 5.4% นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า ในวันที่มีการประกาศงบ หุ้นใหญ่หลาย ตัวถูกขายทำกำไร และราคาถูกกดลงแรง อาทิ BH, WHA, COM7, BDMS, HANA อย่างก็ตามหลังจากนี้หมดฤดูกาลรายงานงบ 3Q66 และทำให้ความ ผันผวนจากประเด็นดังกล่าวหมดลง
2. มีการจัดตั้งกองทุน TESG FUND ในเดือน ธ.ค. นี้ คาดจะมีเม็ดเงินใหม่เข้ามา หนุนตั้งแต่วันนั้เป็นต้นไป เพราะฝ่ายวิจัยฯ ทำการรวบรวมข้อมูลการถือ ครองเงินสดของกองทุนไทยทั้งประเทศ พบว่า ล่าสุดอยู่ในระดับสูงถึง 4% หรือ คิดเป็นมูลค่าราว 4 หมื่นล้านบาท น่าจะเห็นเม็ดเงินบางส่วนเข้ามาเก็ง กำไรก่อนที่จะออกกองทุน TESG (หุ้นใน SETESG มีสัดส่วน 73% ของ ตลาด) และหลังจากออกกองทุน TESG ในเดือน ธ.ค. คาดจะมีเม็ดเงินใหม่เข้า มาหนุนตลาดราว 1 หมื่นล้านบาท ในช่วงที่เหลือของปี และค่อยเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องในปีหน้า
3. ในปีนี้ ตลาดหุ้นไทย LAGGARD หรือย่อตัวลงมาลึกมากเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่นๆ อีกทั้งในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ปกติหุ้นไทยไม่เคยติดลบ ติดต่อกัน 2 ปี น่าจะเป็นแรงจุงใจให้นักลงทุนกลับมาซื้อสะสมหุ้นไทยมากขึ้น อีกมุมคือนักลงทุนก็อาจจะลดระดับการ SHORT SELL ลงได้ โดยปีนี้ ตลาด หุ้นไทยปรับตัวลงมาเกือบ -17%YTD (ทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี) และยังถูกหุ้น NASDAQ สหรัฐทิ้งห่างกว่า 50% ซึ่ง NASDAQ +35%YTD
สรุป สถานะการณ์กดดันตลาดเริ่มนิ่ง ขณะที่ SET INDEX ลงมาลึกจนมี VALUATION ที่น่าสนใจ P/E 67F 14.2 เท่า, PBV 1.3 เท่า (ต่ำ 2SD) และยังมีแรงหนุน ช่วงสั้นจากงบ 3Q66 ออกมาดี และคาดหวังเม็ดเงินจากกองทุนเข้ามาหนุน ต่อเนื่อง ด้วยเม็ดเงินใหม่จากกองทุน TESG ช่วงโค้งสุดท้ายของปี แนะนำ หุ้นที่อยู่ใน SETESG INDEX ที่ถูก SHORT เยอะๆ มีโอกาสได้เม็ดเงินใหม่หนุน บวกกับถูก COVERED SHORT อย่าง EA, GPSC, SCGP, PTTGC, HMPRO, GULF, CPALL (BK:CPALL), CRC, SCC, MINT, SIRI เป็นต้น
ส่วน TOP PICK วันนี้เลือก SIRI PTTGC CRC
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








