หุ้นตัวนี้คือตัวเลือกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์อันดับหนึ่งของ Needham สําหรับปี 2026
Be Muted for Songkran Holiday
• SET: คาดวันนี้ SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และปริมาณซื้อ ขายเบาบางเนื่องด้วยจะเข้าวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ และนักลงทุน รอประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ประจําเดือน มี.ค. ที่จะประกาศ ในคืนนี้ (12 เม.ย.) :โดยตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงมา อยู่ที่ 5.2% (YoY) จากเดือนก่อนที่ 6% (YoY) ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อ พื้นฐานจะปรับขึ้นเล็กน้อยมาเป็น 5.6% (YoY) จากเดือนก่อนที่ 5.5% (YoY) ซึ่งตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่จะประกาศออกมานั้นจะเป็นตัวแปร สําคัญที่ Fed จะใช้ประกอบการตัดสินใจในการกําาหนดนโยบายในช่วง ถัดไป ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์โดยผ่าน Fed Fund Future ว่า Fed จะขึ้น ดอกเบี้ย 25 bps ในเดือน พ.ค. นี้ อีกเพียง 1 ครั้งเท่านั้น (รูปที่ 1)
• BANK: หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเริ่มทยอยประกาศผลดําาเนินงานประจํา ไตรมาส 1/66 ในช่วงปลายเดือน เม.ย. นี้ มองด้วหุ้น BBL มีความน่าสนใจ ที่สุดในระยะสั้น จากการที่ผลการดาเนินงานน่าจะออกมาขยายตัวได้ทั้ง YoY และ QoQ โดยเราคาดก่าไรที่ระดับ 8,843 ล้านบาท ได้แรงหนุนจาก ค่าใช้จ่าย าเนินงานและค่าใช้จ่ายสารองหนี้ที่ลดลง ส่วนทางด้านรายได้ ดอกเบี้ยและมิใช่ดอกเบี้ยสามารถทรงตัวได้ มองประเด็นคุณภาพหนี้และ ระดับสํารองยังคงมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับกลุ่ม จึงคงคําแนะนํา “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 177 บาท
• SCGP: คงคำแนะนํา Trading Buy และคงราคาเป้าหมายปี 2023 ที 58 บาท อิง PER 30 เท่า ราคาหุ้นปรับลดลง -10% ใน 1 เดือนที่ผ่าน มาสวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการที่เริ่มดีขึ้นใน 1Q66 คาด SCGP จะรายงานกําไร 1Q66 ที่ 1.1 พันล้านบาท -34% YoY, +143% QoQ ลดลง YoY จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กําาไรเพิ่มขึ้น QoQ จากต้นทุนพลังงานที่เริ่มปรับลดลง และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น QoQ หลังจากที่จีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มี Demand ของ Paper packaging เพิ่มขึ้น
• ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบให้จ่ายค่าบริการทางการ แพทย์กรณีเหมาจ่ายรายหัวเพิ่ม จาก 1,640 บาท เป็น 1,808 บาท ต่อผู้ประกันตนหนึ่งคนต่อปี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ส่งผลบวกต่อกลุ่มการแพทย์โดยรวม โดยการปรับเพิ่มการ เบิกจ่ายดังกล่าวจะส่งผลให้โรงพยาบาลมีรายได้และอัตราการท่าก่าไรที่ สูงขึ้น เรามองว่า BCH และ CHG มีจํานวนผู้ประกันตนในระบบที่ 9.0 แสน ร้าย และ 5.2 แสนราย ตามล่าดับ ส่งผลให้คาดว่าจะมี Upside ต่อคาด กาณ์กําไรปี 2566 ที่ 7.4% และ 5.6% ตามล่าดับ เรายังคงแนะน่า “ซื้อ” BCH ที่ราคาเป้าหมาย 23.60 บาท และ CHG ที่ 4.7 บาท
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








