หุ้นตัวนี้คือตัวเลือกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์อันดับหนึ่งของ Needham สําหรับปี 2026
ปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐาน ดูผ่อนคลาย โดยมุมมองทางเศรษฐกิจดูดีขึ้น กล่าวคือ ในสหรัฐไม่ได้มีสถาบันการเงินที่มีปัญหาเพิ่ม ขณะที่เงินเฟ้อมีสัญญาณที่ดีขึ้นทำให้ คาดหมายว่าจะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในครึ่งปีหลัง ทางด้านยุโรปเงิน เฟ้อทั่วไปลดลง แต่ Core Inflation ทรงตัว ทำให้ทาง EU ต้องขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุก ต่อ ซึ่งภาวะดังกล่าวน่าจะทำให้เงิน USD อ่อนค่าเป็นบวกต่อทิศทาง Flow ที่อาจ ไหลเข้ามาบ้านเราในระยะต่อไป อีกประเด็นหนึ่งทึ่น่าสนใจคือ ผลการประชุม OPEC ซึ่งมีมติลดกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน ผลดังกล่าวทำให้ราคา น้ำมัน Brent ปรับขึ้นกว่า 6% ซึ่งก็จะเป็นแรงขับเคลี่อนราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน รวมถึง SET Index ส่วนแรงกดดันที่อาจมีต่อSET Index วันนี้ น่าจะเป็นกรณีของ DELTA ซึ่งมีน้ำหนัก 7.2% ของ Market Cap โดย DELTA ติดเกณฑ์T1
ชั่งน้ำหนักของทั้งปัจจัยบวกและลบ วันนี้แล้วคาดว่า SET Index น่าจะแกว่งตัวใน ทิศทางขึ้น ประเมินกรอบช่วง 1600 – 1620 จุด หุ้น Top Pick เลือก CK, IVL และ PTTEP
บรรยากาศความกังวลผ่อนคลายลง หนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง
วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นต่างประเทศยังคงดูดีขึ้นต่อเนื่อง โดยฝั่งสหรัฐดีดตัวขึ้นแรงราว 1.3% - 1.9% ส่วนฝั่งยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.2% - 0.8% จากระดับความกังวลที่ผ่อน คลายลงในหลายแง่มุม ดังนี้
ปัญหาสถาบันการเงินส่งสัญญาญลดระดับความกังวลลงมา หลังรัฐบาล สหรัฐอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคธนาคาร ขณะเดียวกันยอดเงิน ฝากในธนาคารพาณิชย์สหรัฐทั้งหมดในสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 22 มี.ค. ปรับตัว ลดลงในอัตราที่ชะลอตัว ขณะที่ยอดเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กของ สหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น
อัตราเงินเฟ้อสหรัฐ-ยุโรปปรับตัวลดลง โดยดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐ เดือน ก.พ. อยู่ที่ 5.0% YoY (ต่ำกว่าตลาดคาดที่5.1% YoY) ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 5.3% YoY ขณะที่เงินเฟ้อทั้งไปยุโรป เดือน มี.ค. อยู่ที่ 6.9%YoY (กว่าตลาดคาด ที่ 7.1%YoY) ลดลงจากเดือนก่อนที่ 8.5% YoY หลังเงินเฟ้อจากกลุ่มพลังงาน ปรับลดต่อเนื่อง ทั้ง YoY และ MoM ทั้งนี้สินค้าในหมวดอาหารและ แอลกอฮออล์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานของยุโรปทำจุดสูงสุด เป็นประวัติการณ์ และอาจหนุนให้ ECB ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น โดย OECD เป็นสำนักเศรษฐกิจ ต่างประเทศล่าสุดที่ออกมาปรับประมาณการการเติบโต GDP โลกปี 2566-67 +2.6% (เดิม +2.2%) และ +2.9% (เดิม +2.7%)ตามลำดับ หลังเริ่มมีสัญญาณ เชิงบวกมากขึ้น ทั้งจากความเชื่อมั่นทางธุรกิจและผู้บริโภคที่ดีขึ้น ราคาอาหาร และพลังงานลดลง และการเปิดประเทศจีนอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังสะท้อนจากตัวเลข PMI ของจีนเดือน มี.ค. ที่ยังอยู่ในโซนขยายตัว เฉพาะ อย่างยิ่ง PMI ภาคบริการที่อยู่ระดับ 58.2 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนและสูงสุดใน รอบ 11 ปีต่อเนื่อง สะท้อนเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวเต่อเนื่อง โดยหุ้นสภาพคล่องสูง กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ AOT (BK:AOT), CRC, CBG, HMPRO, SNNP, JMT, AMATA, ADVANC, CK, STEC
OPEC+ ลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 1.16ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเท่ากับประมาณ 1% ของโลก โดยจะทำการลดกำลังการผลิตตั้งแต่เดือน พ.ค. ไปจนถึงสิ้นปี 2566 เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ดีดกว่า 6.8% ปรับขึ้นมาอยู่เหนือ 80 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง หลังลดลง ไปทำต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ขณะที่ตลาดหุ้นบ้านเราที่ประกอบด้วยหุ้นกลุ่ม พลังงานเป็นหลักคาดว่าจะได้รับอานิสงค์จากเชิงบวกนี้เช่นกัน อาทิ PTTEP, IVL, PTTGC
สรุป ระดับความกังวลผ่อนคลายลงในหลายแง่มุม ทั้งปัญหาสถาบันการเงินส่งสัญญาณ ลดระดับความกังวลลงมา, อัตราเงินเฟ้อสหรัฐ-ยุโรปปรับตัวลดลง, ภาพรวมเศรษฐกิจ โลกมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึง OPEC+ ลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งปัจจัยแวดล้อม ดังกล่าวคาดว่าจะหนุนให้ภาพรวมตลาดหุ้นในช่วงนี้ดูดีขึ้น คาดวันนี้ SET Index เคลื่อนไหวในกรอย 1600-1620 จุด
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ก.พ. ดีขึ้น พร้อมกับดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกบวก 1.3 พันล้านเหรียญ
ธปท. เผย ภาพรวมเศรษฐกิจไทย เดือน ก.พ. 66 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดย มูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 22 พันล้านเหรียญสหรัฐ (-4.1%YoY สูงกว่าตลาด คาด -7%YoY) ได้แรงผลักมาจากภาคผลิตอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้นที่ 1.5% เมื่อเทียบ กับเดือนก่อนที่ 0.6% โดยหมวดที่เพิ่มขึ้นชัดเจนคือหมวดเคมีภัณฑ์มาจากการฟื้นตัวของ ภาคการผลิตพลาสติกและใยสังเคราะห์ ซึ่งเป็นอุปสงค์มาจากประเทศจีนและ ภายในประเทศไทย ถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้น IVL, SCC, SCGP เป็นต้น
ขณะที่การนำเข้าปรับลดลงอยู่ที่ 1.8%YoY คิดเป็นมูลค่า 21 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผล ให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอยู่ที่ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากที่มีการขาดดุลใน เดือน ม.ค. 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
สรุปคือ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจีนเปิดประเทศเต็มรูปแบบ (แม้จะมีประเด็น ฝุ่นในประเทศรบกวนบ้าง) รวมถึงสถานะทางการเงินของไทยที่แข็งแกร่งขึ้น ตามลำดับ หลังดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมาเป็นบวก น่าจะเป็นแรงหนุนให้ค่าเงิน บาทมีโอกาสชะลอการอ่อนค่า บวกกับ Fund Flow มีโอกาสไหลเข้ามาหนุนตลาดหุ้น ในระยะถัดไปมากขึ้น แนะนำหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่หวังแรงหนุนจาก Fund Flow อย่าง PTTEP, ADVANC, IVL, JMT, CRC, CBG, CK
หุ้นพลังงานรับไม้ต่อ ช่วยพยุง SET แทน DELTA
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 6% ในเช้านี้ หลังจากกลุ่ม OPEC+ มีการปรับลดกำลัง ผลิตเพิ่มเติม 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ถือเป็นแรงส่ง SET Index ให้ Outperform ได้ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีโครงสร้างมูลค่าตลาดหุ้นพลังงาน + หุ้นปิโตร สูงถึง 23% และมีหุ้นที่อิงกับราคา Commodity รวมกันกว่า 1 ใน 3 ตลาด แม้ตลาดฯ อาจได้รับแรงกดดันจากหุ้น DELTA มูลค่าตลาดสูงสุดที่ 1.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.2% ของหุ้นทั้งหมด ถูกตลาดติด Cash Balance ตั้งแต่วันที่ 3 – 21 เม.ย. 66
แต่เมื่อเทียบสัดส่วนมูลค่าตลาดหุ้นพลังงาน + หุ้นปิโตร 23% ที่ได้รับแรงหนุนจาก ราคาน้ำมันขึ้นแรง ยังสูงกว่ามูลค่าตลาดของหุ้น DELTA 7.2% มาก เมื่อหักล้างกัน น่าจะยังเห็นตลาดหุ้นไทยมีโอกาสขยับขึ้นต่อได
นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจและการเงินไทยที่ฟื้นต่อเนื่อง และหาก สภาพคล่องส่วนเกินมาช่วยหนุนให้ Fund Flow มีโอกาสไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นไทย อาจ ดัน SET ให้ขยับขึ้นไปที่ 1670 จุด ในปีนี้ได้ ส่วน Top pick วันนี้เลือก PTTEP, IVL, CK
“ส่วนรายละเอียดกลยุทธ์และหุ้นเด่นประจำเดือน เม.ย. 66 สามารถติดตามอ่านได้ที่ บทวิเคราะห์ Invest + ในวันนี้”
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








