ราคา Bitcoin วันนี้: ดิ่งต่ํากว่า $71k เมื่อการเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกกระทบสินทรัพย์เสี่ยง
เงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ชะลอลงต่อเนื่องสู่ระดับ 3.79%
ตามระดับฐานราคาที่สูงในปีก่อน และการชะลอตัวของราคาอาหาร
-
Headline Inflation February 2023
Actual: 3.79% Previous: 5.02%
KTBGM: 3.89% Consensus: 4.18%
-
กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ชะลอลงต่อเนื่องสู่ระดับ 3.79% จากฐานราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้นในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ราคาสินค้าพลังงานและอาหารก็มีการชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า
-
สำหรับเดือนมีนาคม กระทรวงพาณิชย์มองว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง ตามฐานราคาที่สูงในปีก่อน ส่วนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและอาหารสดก็มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ตามการท่องเที่ยว รวมถึงค่าไฟฟ้าที่ยังอยู่ในระดับสูงและการปรับขึ้นค่าแก๊สหุงต้ม จะทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอลงอย่างจำกัด ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบ 2%-3% ตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
-
เรามองว่า แม้เงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มชะลอลง แต่ก็อาจสูงกว่าขอบบนของกรอบ 1%-3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี ทำให้เรายังคงมองเดิมว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ครั้งละ 0.25% จนถึงระดับ 2.00%
-
ผู้เล่นในตลาดเริ่มทยอยรับรู้แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ ซึ่งเราคงมองว่า ควรรอทยอยซื้อในจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ บอนด์ยีลด์ 5 ปี ที่ระดับสูงกว่า 2.25%
กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 3.79% ลดลงจากระดับ 5.02% ในเดือนมกราคม
-
กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนล่าสุด ลดลง -0.12% จากเดือนก่อนหน้า (เราคาด -0.03%) ตามการปรับตัวลงของราคาในหมวดอาหารและครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ถึง -0.41% นำโดยการปรับตัวลง -3% ของราคาผักและผลไม้ และราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลงราว -1.3% ตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนราคาสินค้าหมวดอื่นๆ นอกเหนือจากอาหารยังคงปรับตัวสูงขึ้น ในอัตราที่ชะลอลง
-
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงต่อเนื่องสู่ระดับ 3.79% จาก 5.02% ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยหนุนยังคงเป็นราคาสินค้าพลังงานและราคาหมวดอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า (ในอัตราชะลอลง) สอดคล้องกับภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ระดับฐานราคาที่สูงในปี 2022 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอมากขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ และเมื่อหักราคาอาหารสดรวมถึงพลังงานออก อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ชะลอลงต่อเนื่องสู่ระดับ 1.93%
-
กระทรวงพาณิชย์ มองว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมีนาคม มีแนวโน้มขยายตัวในอัตรา“ชะลอลง” จากฐานราคาที่สูงในปีก่อน กอปรกับราคาสินค้าหลายรายการ อาทิ อาหารสดและน้ำมันเชื้อเพลิงก็มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง ทว่า การชะลอตัวอาจถูกจำกัดโดยค่าไฟฟ้าที่ยังอยู่ในระดับสูงและอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามภาพเศรษฐกิจ ส่วนในภาพทั้งปีนั้น กระทรวงพาณิชย์คงประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปที่ระดับ 2.0%-3.0% ในปีนี้ (ค่ากลาง 2.5%) ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และอาจมีการปรับทบทวนคาดการณ์ได้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
เราคงมุมมองเดิมว่า กนง. จะสามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% จนแตะระดับ 2.00% ได้ในกลางปีนี้ แต่ต้องจับตาผลการประชุม กนง. เดือนมีนาคมอย่างใกล้ชิด!
-
การชะลอตัวลงต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อนั้นเป็นไปตามที่เราคาด (แม้ว่าจะชะลอลงมากกว่าที่เราคาดบ้าง) โดยถ้าโมเมนตัม ของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ยังคงอยู่ในช่วง +0.2%m/m ถึง +0.3%m/m โดยเฉลี่ย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปก็จะทรงตัวเหนือระดับขอบบนกรอบ 1%-3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ทำให้เราประเมินว่า ภายใต้แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นชัดเจนตามภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ จะทำให้ กนง. สามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% จนแตะระดับสูงสุด (Terminal Rate) 2.00% ในช่วงกลางปี อย่างไรก็ดี เราขอเน้นย้ำว่า ควรจับตาผลการประชุมของ กนง. ในเดือนมีนาคมอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีคณะกรรมการบางท่านสนับสนุนการคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.75% หรือไม่ และมุมมองของ กนง. ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งต้องจับตาคาดการณ์เศรษฐกิจใหม่ หลังบรรดานักวิเคราะห์ต่างกังวลว่า การส่งออกของไทยในปีนี้ อาจโตในระดับต่ำหรือหดตัวได้ ส่วนภาพอัตราเงินเฟ้อก็มีโอกาสที่จะกลับสู่กรอบของ ธปท. ได้เร็วกว่าคาด โดยหาก กนง. มีการปรับลดทั้งคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ชัดเจน พร้อมกับปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ เราคาดว่าผู้เล่นในตลาดจะเริ่มมองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. อาจจบแถว 1.75% ทำให้มีโอกาสเห็นบอนด์ยีลด์ของไทยย่อตัวลงได้บ้าง
-
อย่างไรก็ดี เรามองว่า หากผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเชื่อว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะไม่เกินระดับ 1.75% (ซึ่งไม่ใช่ Base Case ของเราในขณะนี้) และบอนด์ยีลด์มีการปรับตัวลดลงมาได้บ้าง ก็อาจเป็นจังหวะในการขายทำกำไรมากกว่า เนื่องจากเรามองว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อัตราเงินเฟ้อยังคงมีแรงส่งอยู่ และบรรดาธนาคารกลางหลักก็ยังมีแนวโน้มเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ซึ่งจะอาจกดดันให้บอนด์ยีลด์ โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ ทำให้ เราคงมุมมองเดิมว่า นักลงทุนควรรอจังหวะให้ บอนด์ยีลด์ ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อทยอยเข้าซื้อ หรือ Buy on Dip อาทิ หากบอนด์ยีลด์ 5 ปี ไทย ทยอยปรับตัวขึ้นเกินกว่าระดับ 2.25% ก็ถือว่าเป็นระดับที่มีความน่าสนใจมากขึ้น และหากประเมินจากสถิติในอดีตย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2009 พบว่า ส่วนต่างระหว่างบอนด์ยีลด์ 5 ปี กับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ประมาณ 60bps โดยเฉลี่ย ดังนั้น หากบอนด์ยีลด์ 5 ปี ไทย สูงกว่าระดับ 2.25% ก็จะมีความน่าสนใจและมี downside risk ที่จำกัด หากมองในแง่ของ Break-even yield (คิดจาก Current Yield / Duration) นอกจากนี้ ในส่วนของกลยุทธ์นั้น นักลงทุนอาจรอช่วงจังหวะที่จะมีการทำ Bond Switching เพื่อรอทยอยเข้าซื้อในช่วงบอนด์ยีลด์ ปรับตัวสูงขึ้นได้เช่นกัน


