KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุน: เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,595-1,635 จุด (แนวรับ 1,610-1,595 จุด แนวต้าน 1,625-1,635 จุด) เราคาดว่า SET จะยังผันผวนในกรอบแคบๆ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสัปดาห์นี้ยังคงต้องติดามการประชุม กนง. วันที่ 30 พ.ย. โดย Market Consensus ยังคงมีทั้ง 2 ทาง ทั้ง การคาดหมายว่า ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ย และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเราคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ซึ่งหากเป็นไปตามที่เราคาดมี โอกาสที่ SET จะกลับมาฟื้นตัวในช่วงท้ายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม Market Consensus ประเมินว่า ธปท. จะ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 bps เป็น 1.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 30 พ.ย. ขณะที่ประเด็นที่น่าติดตามในต่างประเทศ อยู่ที่รายงาน GDP อัตราการว่างงาน และรายงาน PCE ของสหรัฐฯ รวมไปถึงการประชุม OPEC+
กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 50% แนะนําพอร์ต 888 หุ้นน่าลงทุน – เราให้นําหนักหุ้นในพอร์ต 50% กลยุทธ์ การลงทุน แนะนําพอร์ต 888 หุ้นน่าลงทุน ได้แก่ 8 หุ้นเก็งกําไรปลายปี 2565 (เล่นระยะสั้น) เราเลือก TOP SPRC PTTGC SCC CRC PTG SUSCO SCC / 8 หุ้นเด่นถือข้ามปี (เล่นระยะกลาง-ยาว) เราเลือก GPSC BGRIM BEM ADVANC AOT (BK:AOT) BAFS CPALL (BK:CPALL) MAKRO / 8 หุ้นพื้นฐาน Valuation ต่ํา ราคายังไม่กลับไปก่อน Covid-19 (เล่น ระยะกลาง-ยาว) - เราเลือก CKP KBANK (BK:KBANK) M PTG PTT (BK:PTT) WHA WHAUP VRANDA
สัปดาห์นี้ติดตาม รายงานเงินเฟ้อ ไทย เยอรมนี และยูโรโซน รายงาน PMI จีน การประชุม OPEC+ รายงาน GDP รายงาน PCE และอัตราการว่างงาน ของสหรัฐฯ รวมไปถึงการประชุม กนง. วันที่ 30 พ.ย. – 29 พ.ย. : ญี่ปุ่น - ดัชนียอดขายปลีก เดือน ต.ค. / เยอรมนี - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ย. (คาดลดลง 0.2%mom แต่ เพิ่มขึ้น 10.3%yoy) / สหรัฐฯ - ดัชนีราคาบ้านใน 20 รัฐฯ จากรายงานของ S&P/CS เดือน ก.ย. รายงานปริมาณ สํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ ประจําไตรมาสจากทาง API และรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (CB Consumer Confidence) เดือน พ.ย. / 30 พ.ย. : : ญี่ปุ่น - ดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม / จิ้น - ดัชนี Composite PMI ดัชนี PMI ภาคการผลิต และนอกภาคการผลิต เดือน พ.ย. / ไทย - การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) / เยอรมนี - การเปลี่ยนแปลงอัตราการว่างงานในเยอรมนี เดือน ต.ค. และ อัตราการว่างงาน เดือน พ.ย. / ยูโรโซน – ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (คาดเพิ่มขึ้น 10.4%yoy) / สหรัฐฯ - รายงาน GDP ในช่วง 3Q65 (คาดเพิ่มขึ้น 2.7%qoq และเพิ่มขึ้น 4.1%yoy) ดุลการค้า การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอก ภาคการเกษตรจาก ADP ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในเขตชิคาโก เดือน พ.ย. ยอดขายบ้านรอปิดการขาย เดือน ต.ค. ตําแหน่งว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือน ต.ค. รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) และรายงาน ปริมาณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ จาก IEA / 1 ธ.ค. : จีน - ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบัน Caixin เดือน พ.ย. / อังกฤษ - ดัชนีราคาบ้านจากสถาบัน Nationwide และดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน พ.ย. / เยอรมนี - ดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน พ.ย. และดัชนียอดขายปลีก เดือน ต.ค. / ยูโรโซน - ดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน พ.ย. และ อัตราการว่างงาน เดือน ต.ค. / สหรัฐฯ - การประชุม OPEC+ ดัชนีราคาผู้บริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) เดือน ต.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 0.3%mom และเพิ่มขึ้น 5.0%yoy) ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล เดือน ต.ค. ดัชนีผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน พ.ย. และดัชนีการจ้างงานภาคการผลิตจากสถาบัน ISM เดือน พ.ย. / 2 ธ.ค. - ไทย - ดัชนีราคาผู้บริโภค (คาดเพิ่มขึ้น 6.0%yoy) / เยอรมนี - ดุลการค้า เดือน ต.ค. / สหรัฐฯ - รายได้เฉลี่ยต่อ ชั่วโมง เดือน พ.ย. (คาดเพิ่มขึ้น 0.3%mom และเพิ่มขึ้น 4.6%yoy) การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน พ.ย. (คาด เพิ่มขึ้น 2 แสนตําแหน่ง) และอัตราการว่างงาน (คาด 3.7%)
ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - ธนาคารกลางจีนปรับลด RRR ในอัตรา 0.25% สําหรับสถาบันการเงินทุกแห่ง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. ยกเว้นสถาบันการเงินที่มีการกันสํารองอยู่ที่ระดับ 5% อยู่แล้ว คาดว่าการ ปรับลด RRR ดังกล่าวจะช่วยให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจํานวน 5 แสนล้านหยวน ในระยะยาว หลังการ ปรับลด RRR ในครั้งนี้ ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักของ RRR สําหรับสถาบันการเงินของจีนจะอยู่ที่ระดับ 7.8% ถือเป็น การปรับลด RRR เป็นครั้งที่ 2 ในปี 2565 หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลด RRR ในอัตรา 0.25% ใน เดือน เม.ย. การประกาศปรับลด RRR ในครั้งนี้ เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโค วิด-19 รอบล่าสุดในจีน ทําให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในช่วง 4Q65 ท่ามกลางภาวะ ชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอสําหรับสินค้าจีนในตลาดโลก
ปัจจัยทางเทคนิค - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,605-1,630 จุด / หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ E TIDLOR (แนวต้าน 29.0-29.50 / แนวรับ 27.50-27.00 / Stop loss 26.00) & ICHI (แนวต้าน 12.2-12.4 / แนวรับ 11.6-11.4 / Stop loss 11.0) * AWC (แนวต้าน 6.6-6.8 / แนวรับ 6.30-6.20 / Stop loss 6.00) SET ขาดแรงหนุน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงทรงตัว Wow - SET ล่าสุด (25 พ.ย.) ปิดที่ระดับ 1,620.84 จุด ลดลง 4.12 จุด (-0.25%) มูลค่าการซื้อขาย 36,767.57 ล้านบาท (สูงสุด 1,622.89 จุด และต่ําสุด 1,615.95 จุด)
SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยตลาดยังคงขาดปัจจัยบวกใหม้สนับสนุนการลงทุน รวมไปถึงการหยุดการซื้อ ขายของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทําให้ปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยเบาบางไปด้วย โดยเฉพาะในช่วง 2 วัน ทําการสุดท้ายของสัปดาห์ โดย SET สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้น 3.46 จุด (+0.21%) ด้วยปริมาณการซื้อขาย เฉลี่ยต่อวัน 51,425 ล้านบาท ลดลง 15%wow
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








