KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ระดับความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น หลังเกิดเหตุที่มีจรวด 2 ลูก ถูกยิงเข้า ไปในพื้นที่ของ โปรแลนด์(ห่างจากชายแดนยูเครน 6 ก.ม.) ทั้งนี้ โปรแลนด์ เป็น ประเทศสมาชิก NATO จึงต้องติดตามท่าทีของ NATO ว่าจะออกมาอย่างไร ส่วน ประเด็นในทางเศรษฐกิจ เราเห็นพัฒนาการในมุมของความกังวลเรื่อง เงินเฟ้อ และ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เบาลง แต่น้ำหนักของความกังวลเรื่อง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กลับเพิ่มสูงขึ้นมา หลังจากที่ ญี่ปุ่นประกาศตัวเลข GDP งวด 3Q65 ออกมาติดลบ 1.2% YoY เทียบกับ Consensus ที่คาดว่าจะเติบโต 1.1% ขณะที่จีน รายงานตัวเลขยอดค้าปลีกหดตัว 0.5% YoY และ การผลิต ภาคอุตสาหกรรม ที่ต่ำกว่าคาด ส่วนผลประกอบการ 3Q65 ของบริษัทจดทะเบียน ไทย มีกำไร 2.29 แสนล้านบาท เพิ่ม 8.9% YoY แต่ลดลง 34.3%QoQ
SETIndex วันนี้คาดหมายว่ากรอบการเคลื่อนไหวจะอยู่ในช่วง 1613 – 1636 จุด ทั้งนี้ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นยังอยู่ในขาขึ้น ภายใต้แรงหนุนของ Fund Flow หุ้นที่ Top Pick วันนี้เลือก CENTEL, COM7 และ NER
PPI สหรัฐ ต่ำกว่าคาด หนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เดือน ต.ค.65 อยู่ที่ +8.0%YoY ซึ่งต่ำกว่าคาดที่ระดับ +8.3%YoY และชะลอตัวจากเดือนก่อน หน้าที่ +8.4%YoY พร้อมกับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่การขยายตัว MoM ของ PPI อยู่ที่ +0.2%MoM ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ +0.4%MoM ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นอีกหนึ่ง สัญญานที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว
ดังนั้น ประเด็นดังกล่าว หนุนให้ FED ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยล่าสุด Fed Watch Tool แสดงโอกาสถึง 85% ที่การประชุมครั้งหน้าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ขณะที่ในปีหน้า คาดดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯทรงตัวอยู่ระดับ 4.75-5.0% เท่านั้น โดยคาด ดอกเบี้ยปลายปีหน้าอยู่ที่ระดับ 4.50-4.75% ผลที่ตามมาช่วงสั้น คือ Dollar Index ปรับตัวลงต่อสู่ระดับ 106.53 จุด และเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง ซึ่งวานนี้ ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯบวกยกแผงราว 0.2%-1.5% ซึ่งช่วงแรกหลังจากตัวเลข PPI ประกาศ ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นถึง 300 จุด หรือ 2.6% คาดเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาด หุ้นไทยในวันน
สรุป PPI สหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด หนุน Dollar Index อ่อนค่า และลุ้นค่าเงินบาท แข็งค่าต่อเนื่อง มีโอกาสจะเห็น Flow ไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป โดยวันนี้มองกรอบ การเคลื่อนไหวของ SET Index ไว้ที่ระดับ 1613-1636 จุด
ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์อาจ กดดันตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 9 เดือน โดยไม่มีการขยายวง ทำให้ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นทำสงคราม (วันที่ 24 ก.พ.) สะท้อนจาก GPR Index (ดังภาพด้านล่าง) แต่ล่าสุดความเสี่ยงดังกล่าวกลับมาทวีความ ตรึงเครียดอีกครั้ง หลังทางการโปรแลนด์รายงานว่าพบขีปนาวุธที่ผลิตในรัสเซีย ตกใน หมู่บ้าน Przewodow ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของโปแลนด์ ห่างจากชายแดนยูเครนประมาณ 6 กิโลเมตร จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้การทำ สงครามมีการขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นๆ เนื่องจากประเทศโปรแลนด์เป็นหนึ่งใน สมาชิกของ NATO จึงต้องจับตาท่าทีของ NATO ต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
ขณะที่วานนี้ตลาดการเงินค่อนข้างผันผวนหลังมีการเผยแพร่ข่าวสารดังกล่าว Dollar Index ปรับตัวอ่อนค่าลงไปจุดต่ำสุดทันทีอยู่ที่ 105.3 จุด ก่อนที่จะกลับตัวขึ้นมาปิดที่ 106.4 จุด และเกิดเป็นมีสัญญาณ Technical Rebound เช่นเดียวกับค่าเงินบาท ที่มี สัญญานการกลับมาอ่อนค่า หลังจากแข็งค่าต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.65 – ปัจจุบัน ราว 6.8%
สรุป ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีการ ตอบโต้กลับของ NATO หลังมีแนวโน้มขยายวงกว้างไปยังประเทศที่สาม ซึ่งนักลงทุน ต้องคอยติดตามข่าวลารอย่างใกล้ชิด ถ้ามีความตึงเครียดและทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง
ตลาดหุ้นกลับมาผันผวนระยสั้น แต่ยังน่าสะสม
ภาพรวมตลาดหุ้นอาจกลับมาผันผวนในช่วงสั้น หลังมีการพบมิสไซล์ในชายแดนโปรแลนด์ ทำให้ความกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กลับมา และน่าจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะ เศรษฐกิจในฝั่งยุโรป ซึ่ง GDP3Q65 เติบโตเพียง 0.2%QoQ ชะลอตัวลงจาก 0.8% ในไตร มาสก่อน
อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวน่าจะกดดันตลาดหุ้นไทยน้อยกว่า เนื่องจากไทยมีสัดส่วน การค้ากับรัสเซียเพียง 1.9% ของประเทศทั้งหมด และเวลาเผชิญกับปัจจัยดังกล่าวตลาด หุ้นไทยปรับตัวลงน้อยกว่า พร้อมกับเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ดังนั้น หากตลาดหุ้นย่อตัวลงมาถือเป็นโอกาสในการสะสม
ฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการค้นหาช่วงเวลาที่นักลงทุนกังวลประเด็นความขัดแย้งยูเครนกับรัสเซีย (23 ก.พ. – 8 มี.ค. 65) มีกลุ่มหุ้นที่ Outperform คือ HELTH, ICT, COMM, ENERG, STEEL, TRANS เป็นต้น เพื่อเป็นการหลบภัยความผันผวนของตลาดในช่วงสั้น แนะนำหุ้น ลงทุนหุ้นในกลุ่มดังกล่าว อย่าง BDMS, ADVANC, CPALL (BK:CPALL), COM7, PTT (BK:PTT), BEM ฯลฯ
ส่วนกรอบการเคลื่อนไหว SET Index วันนี้ 1613 – 1631 จุด Top pick เลือก NER, CENTEL, COM7
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








