KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas: • ภาพรวมการลงทุน: เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,585-1,615 จุด เราคาดว่า SET จะยังมีโอกาสพักฐานต่อเนื่อง เคลื่อนไหวในกรอบ Sideway แม้รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งกว่าคาด ช่วยคลายความกังวลต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตามผลการประชุม ECB ที่ยังเร่ง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงการส่งสัญญาณการดําเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อสกัด การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ปัจจัยดังกล่าวจะยังทําให้ตลาดมีความผันผวนต่อเนื่อง กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงเน้นเก็งกําไร หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะในกลุ่ม Domestic play หุ้นที่ได้ประโยชน์ จากการเปิดประเทศ รวมไปถึงเก็งกําไรหุ้นในกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม โดยเรา ยังเลือก PTTEP เป็นหุ้นเด่น
• กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 45% เลือก BAFS BEM BDMS AWC CENTEL PTG SUSCO เป็นหุ้นเด่น - เราให้น้ําหนักหุ้นในพอร์ตที่ระดับ 45% Theme หุ้นที่น่าลงทุน เราเลือก หุ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เรา เลือก ASIAN SAPPE หุ้นในกลุ่ม Defensive เราเลือก BDMS BH หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า เราเลือก EA GULF หุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค เราเลือก MAKROCPALL HMPRO GLOBAL หุ้นในกลุ่มขนส่งในประเทศ เราเลือก BEM และหุ้นใน Theme เปิดเมืองเปิดประเทศที่ยังน่าสนใจ เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS ERW AWC CENTEL PTG SUSCO ขณะที่เราแนะนําเก็งกําไรระยะสั้น หุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์หลักน้ําท่วม ได้แก่ หุ้นในกลุ่ม Commerce เราเลือก HMPRO GLOBAL DOHOME และกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งซ่อมแซม เราเลือก TASCO DCC COTTO TOA
• สัปดาห์นี้ ประเด็นที่น่าติดตาม การประชุม BOI และรายงาน PCE Price Index ของสหรัฐฯ - (28 ต.ค.) ญี่ปุ่น - การประชุม BOJ (คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1%) / เยอรมนี - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนี เดือน ต.ค. (คาดลดลง 0.29%mom แต่เพิ่มขึ้น 10.1%yoy เทียบเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 1.9%mom และเพิ่มขึ้น 10.0%yoy) และรายงาน GDP ในช่วง 3Q65 (คาดหดตัว 0.296mom แต่ขยายตัว 0.7%yoy) / สหรัฐฯ - ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) เดือน ก.ย. (คาดเพิ่มขึ้น 0.5%mom และ เพิ่มขึ้น 5.2%yoy/ เทียบกับเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 0.6%mom และเพิ่มขึ้น 4.9%yoy) ดัชนีอัตราค่าจ้าง แรงงาน ในช่วง 3Q65 (คาดเพิ่มขึ้น 1.26qog) ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล เดือน ก.ย. (คาดเพิ่มขึ้น 0.3%mom) ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล เดือน ก.ย. (คาดเพิ่มขึ้น 6.2%yoy) ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล เดือน ก.ย. (คาดเพิ่มขึ้น 0.4%mom) และความคาดหวังของผู้บริโภครัฐมิชิแกน เดือน ต.ค.
• ECB มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ตามที่คาด - ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เงินฝากสู่ระดับ 1.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 จากเดิมที่ระดับ 0.7596 นอกจากนี้ ECB ยังส่ง สัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือน ก.ค. และ 0.75% ในเดือน ก.ย. โดยการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบียในเดือน ก.ค. ถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี และเป็นการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543 โดยก่อนหน้านี้สํานักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) รายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.9% ในเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากระดับ 9.1% ในเดือน ส.ค. และสูงกว่าระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของ ECB
• ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงาน GDP ในช่วง 3065 (ประมาณการครั้ง แรก) ขยายตัว 2.6% (คาด 2.3%) โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยใน สหรัฐฯ และทําให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐสามารถรับมือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร กลางสหรัฐ (เฟด) นักวิเคราะห์ระบุว่า GDP Price index ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 4.1% ต่ํา (คาด 5.3%) เป็นการบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว / กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานยอดสั่งซื้อสินค้า คงทนของสหรัฐฯ (เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป) เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.4% (คาดเพิ่มขึ้น 0.6%) / กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้ง แรกเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 217,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา
• ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ G) PTTEP (แนวต้าน 184.50-188.0 / แนวรับ 175.5 174.0 / Stop loss 166.50) G ESSO (แนวต้าน 15.3-15.6 / แนวรับ 14.6-14.4 / Stop loss 13.8) G CRC (แนวต้าน 43.0-44.0 / แนวรับ 41.0-40.25 / Stop loss 38.50)
• SET ยังได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า - SET วานนี้ (27 ต.ค.) ปิดที่ระดับ 1,602.33 จุด เพิ่มขึ้น 5.87 จุด (+0.37%) มูลค่าการซื้อขาย 64,424.17 ล้านบาท (สูงสุด 1,605.76 จุด และ ต่ําสุด 1,592.49 จุด) SET กลับมาฟื้นตัวอยู่เหนือระดับ 1600 จุดอีกครั้ง แต่มีปัจจัยกดดันจากการปรับลดลง ของราคาหุ้น DELTA ที่มีผลต่อ SET มากถึง 4.6 จุด SET ยังได้แรงหนุนหุ้นในกลุ่มพลลังงาน ตามทิศทาง ราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม โดยราคา Commodity ที่ปรับเพิ่ม และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เป็นปัจจัยหนุนทั้ง Commodity และสินทรัพย์เสียง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








