KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
กำไร New High 2,083 ล้านบาท > 2,000 ล้านบาท มา 4 ไตรมาสติดต่อกัน ถ้าดูทั้งปี กำไรแซงช่วงก่อน COVID ไปไกล
ประเด็นบวก
1. สินเชื่อเติบโตดีต่อเนื่อง +7% QoQ (ถ้าดู YTD +17%) พอร์ตหลักคือ เช่าซื้อ โตดีต่อเนื่อง และไม่ใช่แค่รถเก่าที่มีสัดส่วน 60% แต่รถใหม่ก็โตดี (Toyota, Honda, MG) อีกพอร์ตทีโมเมนตัมดีคือ Corporate โตขึ้น น่าจะได้ประโยชน์จากลูกค้าฝั่งภัทร >> Q4 ไม่ห่วง แต่ห่วงปีหน้ามากกว่าว่าฐานสูงแล้วจะโตได้อีกแค่ไหน
2. รายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยดี จากทั้งขายประกัน กองทุน และก็ดีล TLI เข้าตลาด (Q4 มีดีล BTG ก็น่าจะดีต่อ) กำไร Mark to Market และเงินปันผลรับเพิ่มด้วยทั้งๆ ที่ตลาดทุนไม่ดี ถือว่าเก่ง
ประเด็นที่ต้องติดตาม
1.NPL 3.2% ทรงตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณ stage 2 เพิ่มขึ้น อาจจะมีไหลลงมาเป็น stage 3 ในอนาคตได้
2. ตั้งสำรอง 1,089 ล้านบาท เพิ่มจาก Q2 ที่ตั้งไว้ 812 ล้านบาท ตามการขยายตัวของสินเชื่อ ก็อาจจะมองว่าเริ่มกังวลนิดๆ เพราะคงมองแล้วว่า stage 3 อาจเพิ่มได้ แต่ Coverage Ratio 160% ก็ดูโอเค ไม่น้อย แต่ไม่เยอะมากไป ก็เดาๆ ว่าสำรองคงตั้งแถวนี้แหละพันล้านบาทบวกลบ
3. ขาดทุนรถยึด 497 ล้านบาท เพิ่มจาก Q2 แต่ลดลงจากปีที่แล้ว ราคารถมือสองยังดี รถยึดมารีบขายก็น่าจะดีกว่า และดูทรงแล้วถ้า NPL จะเพิ่ม ก็คิดว่า ไตรมาสถัดๆ ไปก็คงเห็นการเร่งยึดเร่งขาย ขาดทุนรถยึดคงสูงขึ้น แต่ก็มองบวกว่าดีกว่าไปขายตอนราคารถตก
โดยสรุป KKP ดูดี เป็นหุ้น growth ในกลุ่มแบงค์ แถมจ่ายปันผลปีละ 6-7% สินเชื่อเติบโตดี รายได้ดี อาจจะห่วงแค่เรื่องค่าใช้จ่าย การตั้งสำรอง และ NPL ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
ตลาดรู้ว่า KKP เป็นหุ้นดี ROE เพิ่มทุกปี P/BV 1.1 เท่า แต่ถ้าถามว่าน่าซื้อมั้ย คงต้องถามว่า ด้วยฐานที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ การเติบโตแบบสม่ำเสมอในอนาคตเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน จะมีความเสี่ยงอะไรเรื่อง NPL ให้เข้ามากวนใจหรือเปล่า
ใครสนใจลองทำการบ้านเพิ่มเติมกันดูครับ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ วิตามินหุ้นเพียงให้ข้อมูลประกอบการลงทุนเท่านั้น
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น








