สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นหลังวอลล์สตรีทฟื้นตัวจากความกังวลเรื่องอิหร่าน Broadcom พุ่ง
สรุป วันศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองคําได้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากแรงซื้อ Buy the Dip หลังจากราคาทองคําร่วงลงจนเข้าสู่ ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) รวมไปถึงแรงซื้อทางเทคนิคเนื่องจากเกิดสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแรงขายชะลอตัวลง นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนจากดัชนี ดอลลาร์ที่ลดช่วงบวกลงมาปิดทรงตัว สถานการณ์ที่กล่าวมาช่วยหนุนให้ราคาทองคําดีดตัวขึ้นกว่า 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับต่ําสุดในระหว่างวันสู่ระดับสูงสุดบริเวณ 1,679.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนในวันนี้ราคาทองคําช่วงเช้าได้ย่อตัวลงและเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ขาลงอยู่ในกรอบระหว่าง 1,666.70-1,679.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยกดดันราคาทองคําจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ลดอัตราดอกเบี้ยธุรกรรมการซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ระยะ 14 วันในวันนี้ พร้อม ยกระดับการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบธนาคาร เพื่อรับมือกับอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงใกล้สิ้นสุดไตรมาส 3/2022 รวมถึง รัฐบาลฮ่องกงอาจประกาศจะยุติมาตรการกักตัวที่ โรงแรมสําหรับนักเดินทางขาเข้า เพื่อพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของฮ่องกง อย่างไรก็ตาม โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐในปี 2566 เพราะคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จนส่งผลกระทบต่อการเติบโตและการ จ้างงาน โดยปรับลงเหลือ 1.1% จากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะขยายตัว 1.59% ประเด็นที่กล่าวมานี้อาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคําได้เช่นกัน สําหรับคืนนี้แนะนําให้ติดตาม ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ จะเปิดเผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย. โดย NAHB
คําแนะนํา เปิดสถานะขาย $1,680-1,684
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,653-1,638
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,703
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
