KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน: ขาดปัจจัยหนุน คาด SET วันนี้พักตัว - เราคาดว่า SET วันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,6151,645 จุด คาด SET มีโอกาสพักตัว โดย SET ยังขาดปัจจัยหนุนการฟื้นตัวที่ชัดเจน ประกอบกับ SET ที่ปิด ล่าสุด ของ upside ที่จํากัดเมื่อเทียบกับ Target SET ปี 2565/66 ของเราที่ระดับ 1,640 จุด ขณะที่ยังมี ปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การเร่งปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ทั้ง ECB (8 ก.ย.) และ FOMC (20-21 ก.ย.) รวมถึงการประชุม กนง. ของไทย (28 ก.ย.) ที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะ ECB และ FOMC ที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps ขณะที่ ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ให้น้ําหนัก 74.0% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมเดือน ก.ย, รวมไปถึงการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.347% ขณะที่ราคาน้ํามันดิบที่กลับมาอ่อนแอ หลังจีนยังคงนโยบายล็อกดาวน์ จะทําให้เกิด แรงจยหุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นที่น่าติดตาม การกล่าวสุนทร พจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในการประชุมประจําปีของสถาบันคาโต (Cato Institute) ใน วันที่ 8 ก.ย. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด รวมไปถึงการประชุม ECB และข้อมูล เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่สําคัญ ได้แก่ ดุลการค้าเดือน ก.ค., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book) และจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 50% เรายังชอบพลังงาน ส่งออกอาหาร ร้านอาหาร และขนส่งในประเทศ เลือก PTTEP BAFS BEM BDMS BH CRC AWC MAKRO เป็นหุ้นเด่น
– กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ำหนักการลงทุนหุ้น ในพอร์ต 50% เราแนะนําลงทุนหุ้นในกลุ่ม Defensive เลือก BDMS BCH BH ADVANC หุ้นส่งออก TFG ASIAN หุ้นในกลุ่มร้านอาหาร AU M MUD ZEN หุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค และค้าปลีก MBK MAKROCPALL CPN CRC หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า BPP GULF GPSC BGRIM หุ้นในกลุ่มขนส่งในประเทศ BEM หุ้นเปิดเมือง BAFS AWC CENTEL PTG ราคาน้ํามันดิบผันผวน หลังจีนขยายเวลาล็อกดาวน์ เรามองเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ํามันดิบระยะสั้น – 3 ปัจจัยลบ กดดันราคาน้ํามันดิบในระยะสั้นมาจาก (1) ความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางขนาด ใหญ่ทั่วโลก จะนําไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (2) ทางจีนยังคงล็อกดาวน์เมืองสําคัญ โดยเฉพาะเฉิงตู เมืองหลวง ของมณฑลเสฉวน ประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงกู้ยหยาง เมืองหลวงของมณฑลกุ้ยโจว ประกาศล็อกดาวน์ ชุมชนใน 6 เขตจากทั้งหมด 10 เขต กระทบอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจยานยนต์ และ (3) การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ โดย Dollar index ยังคงเคลื่อนไหว สูงกว่า 110 จุด อย่างไรก็ตามเรามองปัจจัยลบดังกล่าวจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ํามันดิบในระยะสั้น ยังเชื่อว่า ราคาน้ํามันดิบมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวในช่วง 4Q65 จาก Seasonal Demand กลยุทธ์การลงทุนหุ้นในกลุ่ม พลังงาน ราคาที่ปรับลดลง เป็นจังหวะที่ดีต่อทยอยเข้าลงทุน
สัปดาห์นี้ติดตาม รายงาน GDP ช่วง 2Q65 ของยูโรโซน ดุลการค้าของจีนและสหรัฐฯ การประชุม ECB - 7 ก.ย. : จีน - รายงานการส่งสินค้าออกของจีน เดือน ส.ค. (13.0%YoY) ปริมาณการนําเข้าสินค้าของจีน เดือน ส.ค. (1.8%YoY) ดุลการค้าของจีน- สกุลเงินดอลลาร์ เดือน ส.ค. (คาดเกินดุล 9.3 หมื่นล้านเหรียญ) / ยูโรโซน - รายงาน GDP ในช่วง 2Q65 (คาดเพิ่มขึ้น 0.66QoQ และเพิ่มขึ้น 3.99%YoY) / สหรัฐฯ - ดุลการค้าสหรัฐฯ (คาด ขาดดุลการค้า 7.05 หมื่นล้านเหรียญ) และรายงานด้านพลังงานจาก EIA // 8 ก.ย. : ยูโรโซน - การประชุม ECB (คาดปรับขึ้นดอกเบี้ย 75bps)/ ญี่ปุ่น - รายงาน GDP ในช่วง 2Q65 (คาดขยายตัว 0.76MoM และขยายตัว 2.9%YoY) / สหรัฐฯ - รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จํานวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (คาด 2.4 แสนราย) และรายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ จากทาง IEA/n9 ก.ย. : จีน - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ส.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 0.26MoM และเพิ่มขึ้น 2.8%YoY และรายงานดัชนีผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค. (คาด เพิ่มขึ้น 3.1%) ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ G SISB (แนวต้าน 15.6-15.9/ แนวรับ 14.9-14.7/Stop loss 14.2) ONEE (แนวต้าน 10.8-11.0 / แนวรับ 10.3-10.1/Stop loss 9.95) FORTH (แนวต้าน 63.00-64.25/ แนวรับ 60.0-59.50 / Stop loss 57.00)
ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. อยู่ที่ระดับ 56.9 (สวนทางกับที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 55.5 จุด) และฟื้นตัวจากเดือน ก.ค. ที่ระดับ 56.7 จุด โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคําสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน • SET วานนี้ปรับเพิ่มดีกว่าคาด จากซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่ม GULF จากปัจจัยบวกเฉพาะตัว
- SET วานนี้ (6 ก.ย.) ปิดที่ระดับ 1,633.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.87 จุด (+0.73%) มูลค่าการซื้อขาย 70,060.33 ล้านบาท (สูงสุด 1,636.70 จุด และต่ําสุด 1,624.92 จุด) SET ปรับเพิ่มจากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ตอบรับเชิงผลการประชุม ของกลุ่ม OPEC+ ที่มีมติปรับลดกําลังผลิต สําหรับแผนการผลิต เดือน ต.ค. ประมาณ 1 แสนบาร์เรลต่อวัน หนุน ให้ราคาน้ํามันปรับตัวขึ้น รวมไปถึงแรงซื้อหุ้น GULF ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะ GULF และกลุ่มของ GULF (INTUCH ADVANC THCOM) รวมมีผลต่อ SET ประมาณ 6.25 จุด
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








