KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
แม้จะรู้ว่าทิศทางดอกเบี้ยยังขยับขึ้นต่อ แต่เมื่อเห็นตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวที่ ออกมาสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น ก็เกิดความกังวล โดยล่าสุดพบว่า ตัวเลข PMI ภาคบริการ(นอกภาคการผลิต) ออกมาดีกว่าคาดก็ไปกระตุ้นความกลัว ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยแรง โดย Fed Watch Tool ที่คาดว่าจะขึ้น 0.75% ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 72% ในรอบนี้นอกจาก Fed แล้วยังต้องติดตามดูท่าทีของ ECB ด้วยโดยมีโอกาสว่าจะเห็นการปรับขึ้นแรงหลังจากที่ปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงมาก จาก นี้ไปเชื่อว่าเรายังจะเห็นความกลัวเรื่องปรับขึ้นดอกเบี้ย มาๆ ไปๆ สลับเข้ามามี อิทธิพลต่อตลาดหุ้น แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าน้ำหนักของเรื่องดังกล่าวจะค่อยๆ เบา ลง ส่วนประเด็นอื่นที่น่าสนใจในวันนี้เป็นเรื่องของการปรับเกณฑ์ คำนวณ SET50 / SET100 ซึ่งให้น้ำหนักกับขนาด Market Cap เพิ่มมากขึ้น
คาด SET Index น่าจะผันผวนในกรอบ 1615 – 1640 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ไม่มี การปรับเปลี่ยนหุ้น โดยเห็นว่าโครงสร้างของหุ้นในพอร์ต ยังมีความเหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับหุ้น Top Pick เลือก CK, CKP และ SCB
ตลาดหุ้นกังวล การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB และ FED ในเดือนนี้ ...ชอบ SCB
อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วดีดตัว ขึ้นมาอยู่ในช่วง 8-10% ขณะที่กลุ่มกำลังพัฒนา ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากประเด็น ดังกล่าวเช่นกัน จึงอัตราเงินเฟ้ออยู่ในโซนที่ต่ำกว่าเล็กน้อยช่วง 4 – 8% จากต้นเหตุ สงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์ทางเกษตร และอาหาร
ขณะที่สภาวะปัจจุบันมีโอกาสเห็นเงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูงจาก ราคาน้ำมันดิบที่ยืนใน โซนสูง(Brent Oil ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) บวกกับ วิกฤตภัยแล้งในหลายประเทศ คาดทำให้ Supply หายและส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้นในอนาคต จึงทำให้ธนาคารกลาง ของหลายประเทศ ดำเนินนโยบายทางการเงินเชิงรุกต่อไป ซึ่งเดือนนี้มีการประชุม ECB และ FED ซึ่งมีรายละเอียดด้านล่างนี้
• ยุโรป : CPI +9.1%YoY , การประชุมวันที่ 8 ก.ย. 2565 นักวิเคราะห์คาด ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% มาสู่ระดับ 1.25%
• สหรัฐ : CPI +8.5%YoY , การประชุมวันที่ 21 ก.ย. 2565 นักวิเคราะห์คาด FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% มาสู่ระดับ 3.25% อ้างอิงจาก FED Watch Tool พบว่า โอกาสที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งถัดไป อยู่ที่ 72%
• ไทย : CPI +7.9%YoY , การประชุมวันที่ 28 ก.ย. 2565 ฝ่ายวิจัยฯคาด ว่า กนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งหน้า และดอกเบี้ยสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1.25% ซึ่งทุกๆดอกเบี้ยที่ขึ้นน้อยลง 0.25% จะช่วยหนุนให้ตลาดซื้อขายบน PER ที่สูงขึ้น 0.88 เท่า หรือเป็นการเปิด Upside ส่วนเพิ่มให้ SET Index 85 จุด จาก เป้าหมายเดิมที่วางไว้ 1730 จุด
สรุป การประชุมธนาคารกลางหลายแห่งในเดือนนี้ สร้างความกังวลต่อนักลงทุนให้ โยกย้ายเม็ดเงินจากสินทรัพย์เสี่ยงสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ตลาดหุ้นแกว่งผันผวน รวมถึงไทย ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์เป้าหมาย SET Index ไว้ที่ 1730 จุด(กรณีขึ้น ดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง) ซึ่งมี Upside เพิ่มเติม 85 จุด(หากขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง) ส่วน วันนี้มองกรอบการเคลื่อนไหว SET Index ไว้ที่ 1615 -1640 จุด
กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรืออิงตาม Theme กำไรเด่นในช่วง ที่เหลือของปีอย่าง SCB CKP และ CK เป็น Top picks
3 กลุ่มฯ หุ้นได้เสียประโยชน์ ตลาดฯปรับเกณฑ์ SET50-SET100 ใหม่ ชอบ BJC, RATCH, COM7
วานนี้ตลาดฯ เปิดรับฟังความเห็นปรับปรุงเกณฑ์ Turnover ในการคำนวณหุ้นเข้า SET50 และ SET100 จากเพดานที่ 5% ต่อเดือน ลดลงมาเหลือ 2% ต่อเดือน (เริ่มมีผลใช้รอบ 1H66 นี้เลย) เนื่องจากพฤติกรรมหุ้นขนาดใหญ่ ณ ปัจจุบัน มี Turnover หรือสภาพคล่อง ที่ลดลงมาก อาจส่งผลให้ดัชนี SET50 SET100 ในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงและไม่สะท้อน ภาพตลาดที่แท้จริงได้ จึงมีการปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ดัชนีสะท้อนภาพตลาดได้ อย่างเหมาะสม พร้อมกับระดับ Liquidity สอดคล้องกับสภาพของการซื้อขายหลักทรัพย์ ในตลาดฯ
เบื้องต้นฝ่ายวิจัยจึงทำการศึกษาค้นหา “หุ้นได้เสียประโยชน์ จากการปรับปรุงเกณฑ์ ใหม่” เริ่มจากหุ้นที่ได้ประโยชน์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. หุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ใน SET50 สภาพคล่องต่ำ (มี Turnover เฉลี่ยต่อเดือน ลดลงเหลือเพียง 3 –4.5%) เดิมเพดานเกณฑ์ 5% ได้แรงหนุนจากความกังวล ว่าจะหลุด SET50 ในอนาคตยากขึ้น อาทิINTUCH มี Turnover เฉลี่ยต่อเดือน (ช่วง 12/21 - 08/22) 3.04% AWC 3.08% AOT (BK:AOT) 3.68% OR 3.74% GULF 3.93% PTT (BK:PTT) 3.94% หุ้นตัวอื่นๆ
2. หุ้นที่มีโอกาสเข้าดัชนี SET50 รอบถัดไป และในอนาคต แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 2.1. หุ้นขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆใน SET50 สภาพคล่องในการซื้อขาย น้อย มีโอกาสกลับมาเข้าคำนวณ SET50 ในรอบ 1H66 อาทิ DELTA BJC (เข้าทั้ง SET50 และ SET100)RATCH ขณะที่ RAM มีโอกาสน้อย กว่าเนื่องจาก ขนาดและสภาพคล่องที่น้อยกว่า และยังใกล้ๆ กับเกณฑ์
2.2. หุ้นสภาพคล่องสูง ขึ้นมาจนล่าสุดมี Market Cap. สูงกว่าหุ้นตัว สุดท้ายใน SET50 มีโอกาสกลับมาเข้าคำนวณ SET50 ในรอบ 1H66 ได้หากรักษาระดับ Market Cap. ไว้ได้อาทิ COM7 ขณะที่ CENTEL KKP มีโอกาสน้อยลงมา เนื่องจากมีขนาดใกล้ๆกับหุ้นที่มี Market Cap เล็กสุดในดัชนี SET50 ณ ปัจจุบัน
2.3. หุ้นขนาดใหญ่ ในอนาคตอาจได้เข้า SET50 หากมูลค่าซื้อขายสูงขึ้น หรือมี freefloat สูงขึ้น อาทิ MAKRO (ปัจจุบันขาดเกณฑ์ Free Float) และ TOA (ขาดเกณฑ์สภาพคล่อง)
ส่วนหุ้นที่อาจถูกกดดันว่าอาจจะหลุด SET50 ในรอบ 1H66 ดูจากหุ้นที่มี Market Cap. น้อยใน SET50 อาทิ BLA KCE SAWAD IRPC อย่างไรก็ตามเกณฑ์ตลาดจะใช้ Market Cap. เฉลี่ยในเดือน ก.ย. - พ.ย. 65 มาจัดลำดับ เฉพาะฉะนั้นต้องดู ลำดับ Market Cap. ณ เวลานั้นอีกทีรวมถึงในอนาคตหุ้นขนาด กลาง - เล็ก อาจจะมีโอกาสเข้าดัชนี SET50 – SET100 ยากขึ้น
สรุปกลยุทธ์แนะนำหุ้นเด่นมีโอกาสเข้า SET50 รอบ 1H66 ไปสูง อย่าง DELTA, BJC (มีโอกาสเข้าทั้ง SET50 และ SET100) , RATCH COM7 (มีโอกาสเข้า SET50) เป็น Toppick สำหรับธีมนี้
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








