อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
Investment Ideas: • ภาพรวมการลงทุน: คงมุมมองเป็นลบต่อ SET หลังเฟดมีแนวโน้มเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,605-1,635 จุด คาดตลาดพักฐาน หลังวานนี้ปรับ ลดลงกว่า 1.0% SET ยังขาดปัจจัยบวกหนุน โดย SET มีกรอบ upside ที่จํากัด ขณะที่ราคา น้ํามันดิบ และแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ที่เป็นปัจจัยหนุน SET ก่อนนหน้านี้ เริ่มหมดลง ภาพรวมการลงทุนยังมีปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ธนาคาร กลางสหรัฐฯ (FOMC) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps ในการ ประชุมเดือน ก.ย. โดย ECB มีกําหนดประชุม 8 ก.ย. ขณะที่ FOMC มีกําหนดประชุม 20-21 ก.ย. ขณะที่เดือน ก.ย. จะเป็นเดือนแรกที่เฟดจะเร่งปรับลดขนาดงบดุล (QT) มากกว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รวมไปถึงราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลงจะยังเป็นปัจจัยหนุนแรงขายหุ้นในกลุ่ม พลังงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดัน SET ขณะที่เรายังคงต้องติดตาม การจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยกําหนดทิศทางการดําเนินนโยบายการเงินของเฟด กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 50% เรายังชอบพลังงาน ส่งออกอาหาร ร้านอาหาร และขนส่งใน ประเทศ เลือก BAFS BEM BDMS BH CRC AWC MAKRO เป็นหุ้นเด่น - กลยุทธ์การลงทุน เราให้ น้ําหนักการลงทุนหุ้นในพอร์ต 50% เราแนะนําลงทุนหุ้นในกลุ่ม Defensive เลือก BDMS BCH BH ADVANC หุ้นส่งออก TFG ASIAN หุ้นในกลุ่มร้านอาหาร AU M MUD ZEN หุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค และค้าปลีก MBK MAKRO CPALL (BK:CPALL) CPN CRC หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า BPP GULF GPSC BGRIM หุ้นในกลุ่มขนส่งในประเทศ BEM หุ้นเปิดเมือง BAFS AWC CENTEL PTG
• สัปดาห์นี้ติดตาม การจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ - 2 ก.ย. : สหรัฐฯ -รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือน ส.ค. (เพิ่มขึ้น 0.4%MoM และเพิ่มขึ้น 5.39%YoY) การจ้างงานนอกภาค การเกษตร เดือน ส.ค. (คาด 2.85 แสนตําแหน่ง) การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเอกชน เดือน ส.ค. (3.13 แสนตําแหน่ง) อัตราการว่างงาน เดือน ส.ค. (คาด 3.5%) และยอดคําสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานเดือน ก.ค.
• ปัจจัยทางเทคนิค – หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ PR9 (แนวต้าน 18.8-19.2/ แนวรับ 17.917.6/ Stop loss 17.0) © AS (แนวต้าน 20.0-20.5/ แนวรับ 19.1-18.9/ Stop loss 18.2) SPA (แนวต้าน 10.5-10.7/ แนวรับ 10.0-9.80 / Stop loss 9.5)
• ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. อยู่ที่ระดับ 52.8 จุด ไม่เปลี่ยนแปลงจาก เดือน ก.ค. แต่สูงกว่าคาดที่ ระดับ 52.0 จุด โดยดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงมีการ ขยายตัว / กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.4%MoM ในเดือน ก.ค. สอดคล้องกับที่คาด หลังจากลดลง 0.5% ในเดือน มิ.ย. / เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.5 จุด ในเดือน ส.ค. เป็นระดับต่ําสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563 จากระดับ 52.2 ยจุด ในเดือน ก.ค. แต่ สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 51.3 จุด ดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของคําสั่งซื้อ ใหม่ ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และการชะลอตัวของการจ้างงาน แม้ว่าความเชื่อมั่นของภาค ธุรกิจดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึง การขยายตัวของภาคการผลิตของสหรัฐฯ SET ล่าสุด (1 ก.ย.) ปรับลดลง ตอบรับความเป็นไปได้ในการปรับเร่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ราคา น้ํามันดิบที่ลดลง และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
- SET วานนี้ (1 ก.ย.) ปิดที่ 1,621.95 จุด ลดลง 16.98 จุด (-1.049%) มูลค่าการซื้อขาย 79,411.84 ล้านบาท (สูงสุด 1,640.65 จุด และต่ําสุด 1,617.75 จุด) SET ปรับลดลงตามคาด จากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ECB และเฟด ในการประชุมเดือน ก.ย. ที่ตลาดคาดหมายว่าจะปรับเพิ่มมากขึ้น 75bps รวมไปถึง ความเห็นของประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ออกมากล่าวว่าเฟดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นระดับ 4% ในปี 2566 เพิ่มน้ําหนักต่อประเด็นการเร่งปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย และเป็นปัจจัยกลับมากดดันภาพรวมการลงทุน ปัจจัยหนุนตลาด 2 ปัจจัยที่ผ่านมา เริ่มเบา บางลง ทั้งราคาน้ํามันดิบที่ปรับลด และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ เป็นอีก 2 ปัจจัยกดดันภาพรวม การลงทุนธุรกิจดีดตัวลงติดต่อกันเป็นดับ 513 จดแต่เดือน ก.ค.
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities









