KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน: คาด SET เคลื่อนไหว sideway ถึง sideway down ตัวช่วยหมด upside จํากัด - เรา คาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,625-1,650 จุด เราคาดว่า SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ sideway ถึง sideway down หลังปรับเพิ่มวานนี้ (30 ส.ค.) จน upside เริ่มจํากัด รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ แข็งแกร่ง รวมไปถึงการคาดหมายเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. ที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง เพิ่มน้ําหนักต่อ ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps ในการประชุมเดือน ก.ย. โดย ECB มีกําหนดประชุม 8 ก.ย. ขณะที่ FOMC มีกําหนดประชุม 20-21 ก.ย. (FedWatch Tool ของ CME Group ระบุนักลงทุนให้น้ําหนักมากถึง 76.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.) แม้จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน อัตราเร่ง แต่ยังต่ํากว่าอัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง ทําให้ยังมีความเป็นไปได้ที่การดําเนินนโยบาย การเงินจะยังคงเข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อลดอัตราเงินเฟ้อลงให้เป็นไปตามเป้าหมายระยะยาว การเร่งปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ย ทําให้ตลาดกลับมากังวลต่อต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย จนนําไปสู่ความกังวลต่อความต้องการ ใช้น้ํามันดิบ แม้เราจะยังมีมุมมองเป็นบวกต่อราคาน้ํามันดิบในช่วงที่เหลือขอปี 2565 แต่ระยะสั้นราคา น้ํามันดิบที่ปรับลง จะทําให้เกิดแรงขายทํากําไรหุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็น sector ช่วยหนุน SET ในช่วงที่ ผ่านมา กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 50% เรายังชอบพลังงาน ส่งออกอาหาร ร้านอาหาร และขนส่งในประเทศ เลือก BAFS BEM BDMS BH CRC AWC MAKRO เป็นหุ้นเด่น
– กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนักการลงทุนหุ้นในพอร์ต 50% เราแนะนําลงทุนหุ้นในกลุ่ม Defensive เลือก BDMS BCH BH ADVANC หุ้นส่งออก TFG ASIAN หุ้นใน กลุ่มร้านอาหาร AU M MUD ZEN หุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค และค้าปลีก MBK MAKRO CPALL (BK:CPALL) CPN CRC หุ้น ในกลุ่มโรงไฟฟ้า BPP GULF หุ้นในกลุ่มขนส่งในประเทศ BEM หุ้นเปิดเมือง BAFS AWC CENTEL PTG ราคาน้ํามันดิบปรับลด เป็นปัจจัยลบระยะสัน - สัญญาน้ํามันดิบ WT ส่งมอบเดือน ต.ค. ปิดที่ 91.64 เหรียญต่อ บาร์เรล ลดลง 5.37 เหรียญ (-5.59%) สะท้อนความกังวลต่อการดําเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลาง สหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป นําไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมไปถึงการส่งออกน้ํามันดิบที่เพิ่มขึ้นของอิรัก ใน เดือน มิ.ย. และแถลงว่าพร้อมที่จะเพิ่มการส่งออกน้ํามันดิบไปยังยุโรป หากมีความจําเป็น ทําให้สถานการณ์ด้าน อุปทานคลี่คลายระยะสั้น อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการประชุม OPEC+ วันที่ 5 ก.ย. โดยก่อนหน้านี้มี ประเด็นข่าวที่กลุ่ม OPEC+ จะลดกําลังผลิต รวมไปถึงรายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบจากสํานักงานสารสนเทศ ด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) วันนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย market consensus คาดปริมาณสํารองน้ํามันดิบ สหรัฐฯ จะลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 26 ส.ค.) และคาดว่าปริมาณสํารองน้ํามัน เบนชิ้นจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล เรามองเป็นปัจจัยลบระยะสั้นต่อราคาน้ํามันดิบ เราเชื่อว่าราคาน้ํามันดิบจะพลิก ฟื้นกลับมาจาก Seasonal Demand และภาวะอุปทานที่ตึงตัวในช่วงปลายปี ที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว
สัปดาห์นี้ติดตาม รายงานเงินเฟ้อยูโรโซน ตัวเลข PMI จีน ยูโรโซน และสหรัฐฯ เงินเฟ้อสหภาพยุโรป รวมถึงรายได้ เฉลี่ยต่อชั่วโมง และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ - 31 ส.ค. : ญี่ปุ่น - ดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือน ก.ค. (ลดลง 0.56MoM) และดัชนียอดขายปลีก เดือน ก.ค. (เพิ่มขึ้น 1.9%YoY) / จีน - ดัชนี ดัชนี PMI ภาคการผลิต ของจีน เดือน ส.ค. (คาด 49.2 จุด และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) นอกภาคการผลิตของจีน เดือน ส.ค. / ยูโร โซน - ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ค. (คาด เพิ่มขึ้น 9.0%YoY)/ สหรัฐฯ - การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรมจากเอดีพี (ADP) เดือน มิ.ย. (คาด 2 แสน ตําแหน่ง) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในเขตชิคาโก เดือน ส.ค. และรายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ (คาดลดลง 9.33 แสนบาร์เรล) // 1 ก.ย. : จีน - ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากสถาบัน Caixin เดือน ส.ค. / อังกฤษ - ดัชนีราคาบ้านจากสถาบัน Nationwide เดือน ส.ค. และดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน ส.ค. /ยูโรโซน - ดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน ส.ค. และอัตราการว่างงาน เดือน ส.ค. / สหรัฐฯ - จํานวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการ ว่างงานครั้งแรก (คาด 2.49 แสนตําแหน่ง) ผลิตภาพนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Productivity) ต้นทุน แรงงานต่อหน่วย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ส.ค. และดัชนีการจ้างงานภาคการผลิตจาก สถาบัน ISM เดือน ส.ค. // 2 ก.ย. : สหรัฐฯ - รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือน ส.ค. (เพิ่มขึ้น 0.496MoM และเพิ่มขึ้น 5.39%YoY) การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน ส.ค. (คาด 2.85 แสนตําแหน่ง) การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เอกชน เดือน ส.ค. (3.13 แสนตําแหน่ง) อัตราการว่างงาน เดือน ส.ค. (คาด 3.5%) และยอดคําสั่งซื้อสินค้าจาก โรงงาน เดือน ก.ค. ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ ๕ THANI (แนวต้าน 4.7-4.9/ แนวรับ 4.58-4.54 / Stop loss 4.35) TISCO (แนวต้าน 97.0-98.25/ แนวรับ 92.50-90.00 /Stop loss 17.4) G TIPCO (แนวต้าน 9.35-9.50 / แนวรับ 8.90-8.80 / Stop loss 85.5) SET ล่าสุด (30 ส.ค.) มีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติหนุน
- SET วานนี้ (30 ส.ค.) ปิดที่ระดับ 1,639.45 จุด เพิ่มขึ้น 12.93 จุด (+0.79%) มูลค่าการซื้อขาย 68,514 ล้านบาท (สูงสุด 1,641.51 จุด และตําสุด 1,627.71 จุด) SET มีแรงซื้อกลับ หลังปรับลดลงไปในวันก่อนหน้า SET ฟื้นตัวดีกว่าคาด จาก 2 ปัจจัย ได้แก่ แรงซื้อขายจากนัก ลงทุนต่างชาติ และแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ตามราคาเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มธนาคาร ท่องเที่ยว และค้าปลีก ทําให้ SET ปรับตัวขึ้นดีกว่าคาด รวมไปถึงปรับตัวขึ้นมาได้ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








