เปิดแอป

MOMENTUM ยังมี แต่แนวต้านก็เยอะ Fund Flow 

ในบทความนี้:

ยังเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาดหุ้นไทย โดย Ytd ยอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท โดย Sector ที่ปรับตัวขึ้นชนะตลาดเช่น โรงพยาบาล, ท่องเที่ยว , ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง เป็นต้น เรายังเชื่อว่าทิศทางของ Fund Flow ยังน่าจะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่ Sector ที่ Outperform ตลาดน่าจะ ขยับมาในกลุ่ม รับเหมาฯ, Media และประกัน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในช่วง เดือน ส.ค.65 ส่วนประเด็นที่อยู่ในความสนใจกลับมาอยู่ที่ทิศทางการปรับขึ้น ดอกเบี้ยของ Fed โดยผลสำรวจพบว่ากว่า 60% เชื่อว่าการประชุมรอบ ก.ย.65 น่าจะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อีกครั้ง หมายความว่านักลงทุนได้ดูดซับ เรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวไว้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากปรับขึ้นจริงก็ไม่ น่าจะสร้าง Downside ให้กับตลาดฯ มากนัก

SET Index ยังมีMomentum เหวี่ยงขึ้นต่อ แต่แนวต้านยังมีอยู่หลายระดับ วันนี้ คาดกรอบ 1630 – 1650 จุด พอร์ตจำลองให้ แบ่งหุ้น CRC ออกมา 5% ขายทำ กำไร นำเงินเข้าซื้อ SCB 5% หุ้น Top Pick เลือก CENTEL, M และ SCB

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดี หนุนตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น ขณะที่ เดียวกันโอกาสที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐทั้ง ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claim) ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 243,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่า คาดการณ์ที่ระดับ 253,000 ราย ขณะที่ GDP ไตรมาส 2 รอบที่ 2 หดตัวลง 0.6%QoQ ซึ่ง ดีกว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่หดตัว 0.9%QoQ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วานนี้ตลาด หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นราว 0.98%-1.67% และตลาดหุ้นโซนยุโรปปรับขึ้นราว 0.1%-0.4%

ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หากเทียบระดับ GDP ก่อน Covid-19 เป็นฐานอยู่ที่ดัชนี 100 จุด ขณะที่ปัจจุบันพบว่าขนาด GDP ได้ขยายขึ้นมาสูงกว่าก่อน Covid-19 แล้ว โดย ดัชนีอยู่ที่ 110.8 จุด ซึ่งภาวะดังกล่าว ยังเปิดทางให้ Fed สามารถดำเนินนโยบายการเงิน ตึงตัวเชิงรุกผ่านการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วได้ แต่ก็มีข้อที่น่าสนใจอยู่ที่ในช่วง 2 ไตร มาสล่าสุดที่ผ่านมา พบว่า GDP สหรัฐฯ ส่งสัญญาณหดตัวในอัตราจนเข้าสู่นิยามของ Recession ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดของการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วได้ อย่างไรก็ตาม Fed watch tool ล่าสุดแสดงถึงโอกาสที่ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ขยับขึ้นมาสู่ 64.0% ขณะที่ อาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสเพียง 40% เท่านั้น หากปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% จริงอาจทำให้ Dollar Index แข็งค่า และกดดันค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วงสั้น กดดัน Fund Flow ต่างชาติ อาจมีโอกาสชะลอการไหลเข้าบ้างในช่วง 2 อาทิตย์นี้

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาการประชุมอีก 2 ครั้งที่เหลือของปี 2565 ในเดือน พ.ย.65 และ ธ.ค.65 จะเห็นได้ว่ามีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกแค่ 0.5% และคาดดอกเบี้ยปลายปีอยู่ที่ 3.75% ดังรูปด้านล่าง ส่งผลให้แรงกดดันตลาดหุ้นจากการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงถัดไปเบาลง ได้

นักลงทุนให้ความสำคัญกับการประชุมประจำปีของ FED โดยคาดว่า FED จะส่ง สัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมทั้ง การปรับลดขนาดงบดุล (QT) โดยนายเจอโรม พาวเวล จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ (26 ส.ค.65) เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย คาด SET Index แกว่งผันผวนในกรอบแคบ 1630-1650 จุด รอความชัดเจนหลังการประชุมเสร็จสิ้น

ตลาดเริ่มคลายกังวลหลัง SCB ยกเลิกดีล BITKUB

วานนี้ SCB (บริษัทฯ) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกเลิกธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นใน บจก. บิทคับ ออนไลน์ (BITKUB) สัดส่วน 51% มูลค่าราว 1.8 หมื่นล้านบาท แม้ผลจากการทำ due diligence ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความผิดปกติ แต่ยังมีบางประเด็นกับทาง กลต. ซึ่งยังมีความไม่ แน่นอนในเรื่องของระยะเวลาในการหาข้อสรุป ดังนั้นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจึงตัดสินในยกเลิก ธุรกรรมในครั้งนี้

เนื่องจากฝ่ายวิจัยไม่ได้รวมกำไรของ BITKUB ไว้ในประมาณการปี 2565 (สัดส่วนกำไรสุทธิ 1H65 คิดเป็นสัดส่วน 52% ของประมาณการปี 2565) – 2567 จึงคงประมาณการเดิม ขณะที่เงินสดที่ไม่ได้ใช้ซื้อ BITKUB แล้ว 1.8 หมื่นล้านบาท ต้องติดตามว่าทาง SCB จะ นำไปบริหารจัดการในรูปแบบใด อาทิ เพิ่มนโยบายเงินปันผล หรือนำไปต่อยอดการเติบโต ใน บ. ย่อย ของยานแม่ เช่น CARDX, AUTOX (สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์), ALPHAX (สินเชื่อรถยนต์หรู) นอกจากนี้ยังรวมถึงต่อยอดในธุรกิจ New S-Curve อื่นๆ อย่าง SCB10X

แนะนำ ซื้อ ราคาหุ้นถือว่า Laggard กลุ่มฯ หลัง ปรับฐาน 13% YTD เทียบ SET Index ลบ 0.85% YTD เชื่อว่าหลังความกังวลธุรกรรม BITKUB คลี่คลาย (2 พ.ย. 64 ที่มีข่าวธุรกรรม BITKUB ราคาหุ้น SCB อยู่ที่ 125 – 130 บาท) กอปรกับแนวโน้มการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ทำให้ราคาหุ้นมีลุ้น Outperform กลุ่มฯ พร้อมคาด Div Yield ราว 4% ต่อปี (รายละเอียดเพิ่มเติม Equity Talk SCB วันนี้

ปีนี้ต่างชาติซื้อหุ้นไทยเด่น แต่โฟกัสเฉพาะบางกลุ่มมากขึ้น

นับตั้งแต่ต้นปี 1 ม.ค.2565 ถึง 25 ส.ค. 65 นักลงทุนต่างชาติซื้อสะสมหุ้นไทยต่อเนื่อง 1.7 แสนล้านบาท (ytd) สูงสุดในภูมิภาค และสูงกว่าปีก่อนๆ มาก

แต่หากพิจาณาผลตอบแทน (ytd) ลงไปเป็นราย Sector พบว่า ผลตอบแทนแตกต่างกัน มาก คือ มีตั้งแต่กลุ่มที่ -16%ytd ถึงกลุ่มที่บวกแรง +27%ytd อีกทั้งกลุ่มหุ้นที่ชนะ SET Index มีเพียงไม่กี่กลุ่มเท่าทั้งจากทั้งหมด 27 กลุ่ม อาทิ HELTH +27%, TOURISM +25%, ETRON +13%, TRANS +8%, PROP +4%, ENERG +3% ขณะที่ SET Index - 1%ytd แสดงให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมีลักษณะ Selective มากขึ้น และส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ รวมถึงหุ้นที่อิงกับการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก

นอกจากนี้หากลงรายละเอียดเฉพาะในหุ้นกลุ่ม ธ.พ. ที่ปกติมักจะ Outperform เวลา Fund Flow ไหลเข้า พบว่า หุ้นแต่ละตัวให้ผลตอบแทน ytd ที่แตกต่างกันมาก และยังมี บางหุ้น ที่ราคา Laggard กลุ่ม คือ SCB -13%ytd, TTB -12%ytd โดยเฉพาะ SCB คาดหวังมีโอกาสฟื้นตามหุ้นตัวอื่นๆ ได้ หลังยกเลิกดีล BITKUB

สำหรับวันนี้ กลยุทธ์แนะนำเลือกหุ้นที่อิงกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศ คาดหวัง Fund Flow หนุนต่อเนื่อง อย่าง SCB, CENTEL, M เป็น Toppick

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย