เปิดแอป

ปรับฐาน แต่ไม่ปรับแนวโน้ม 

ในบทความนี้:

หลังการประกาศงบ 2Q65 ซึ่งสร้าง New High ที่ 3.48 แสนล้านบาท ฝ่ายวิจัยได้ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนปี 2565 จาก 1.04 ล้านล้าน บาท เป็น 1.13 ล้านล้านบาท คิดเป็น EPS อยู่ที่ 94.30 บาท/หุ้น และจากมุมมอง ที่เห็นว่าระดับความเสี่ยงของตลาดหุ้นไทย จากนี้ไป เมื่อเทียบกับช่วง 8 เดือนแรก ของปี 2565 ลดระดับลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไทย ทิศทางผลประกอบการที่กลับมาเติบโต รวมถึงเงินเฟ้อ และการเดินนโยบาย การเงินตึงตัว ผลดังกล่าวทำให้เราปรับเป้าหมาย Market Earning Yield Gap เข้าสู่ภาวะปกติที่ 4.2% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จากเดิม 4.4% ผลการ ปรับเปลี่ยนทั้ง 2 ส่วนดังกล่าวทำให้เป้าหมาย

SET Index ใหม่ถูกกำหนดที่ 1730 จุด ทิศทางของ SET Index ปัจจุบันเห็นว่าเป็นการปรับฐาน ไม่ได้ปรับแนวโน้ม SET Index ยังอยู่ในช่วงปรับฐานอยู่ในกรอบ 1600 – 1630 จุด แต่เชื่อว่ายังไม่ ปรับแนวโน้มเป็นขาลง พอร์ตจำลองไม่ปรับเปลี่ยน แต่จะทำการยก Stop Profit ให้สูงขึ้นเพื่อเก็บกำไรไว้ให้สูงสุด หุ้น Top Pick เลือก BLA, CENTEL และ KTB

ตลาดคาด FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อีกครั้ง หนุนเม็ดเงินไหลเข้า สินทรัพย์ปลอดภัย กดดันตลาดหุ้น

วานนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวน จากที่นักลงทุนกังวลว่า FED จะยังคงขึ้นนโยบาย ทางการเงินเชิงรุก เพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อไป ถึงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนที่ผ่านมาจะเริ่ม ปรับตัวลง YoY แล้วก็ตาม โดยหากดูจาก Fed Watch Tool ล่าสุดจะเห็นได้ว่านักลงทุน ได้ให้โอกาสที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% (ขึ้นสู่ระดับ 3.00-3.25%) ในการ ประชุมครั้งหน้า (วันที่ 20-21 ก.ย.) มากขึ้นเป็น 55% ขณะที่สัปดาห์ก่อนยังมีโอกาสเพียง 20% ที่ดอกเบี้ยจะขึ้น 0.75%

สาเหตุที่โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED เป็น 0.75% มาจาก 2 เหตุผล ดังนี้

1. นาย James Bullard ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ได้ออกมากล่าวย้ำว่าเขา สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย +0.75% และ FED ควรทำเช่นนั้น เพราะอัตราเงินเฟ้อ ยังไม่ต่ำลงชัดเจน

2. ตลาดกำลังรอฟังแถลงการณ์ของ Jerome Powell ประธาน FED ในงานประชุม ประจำปีที่ Jackson Hole ในวันที่ 25-27 ส.ค. 65 ว่า FED จะส่งสัญญาณที่ ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งปรับลด ขนาดงบดุล (QT)

ผลต่อเนื่องจากความคาดหวังดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลงราว 1.9%-2.5% ขณะที่ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปปรับตัวลง 0.2%-2.3% และเม็ดเงินไหลสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง Dollar Index ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดขึ้นทดสอบ High เดิมที่ 109.30 จุด ส่งผลให้Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ ปรับขึ้นเกินระดับ 3% และค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะ ระดับ 36 บาท/เหรียญฯ หนุน Flow ต่างชาตไหลออกจากหุ้นไทยช่วงสั้น

สรุป โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในการประชุมรอบเดือน ก.ย.65 ยังต้องติดตาม ต่อเนื่อง รวมถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดได้รับแรงกระแทก เช่นกัน โดยคาดแนวรับสำคัญแรกอยู่ที่บริเวณ 1600 จุด

ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง เลือก AOT (BK:AOT), CENTEL และ ERW

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ก.ค. 65 อยู่ที่ 1.12 ล้านคน (+46.5% MoM) คิดเป็น สัดส่วน 34% ของ Pre-COVID ขยายตัวทุกกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูง กว่าค่าเฉลี่ย นำโดยนักท่องเที่ยวยุโรป (สัดส่วน 18% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก.ค.) เติบโต 64% MoM (45% ของ Pre-COVID) ตามด้วยนักท่องเที่ยวเอเซียตะวันออก (สัดส่วน 56% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก.ค.) สูงขึ้น 58% MoM (26.5% ของ PreCOVID) จากเกาหลีใต้ และนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง (สัดส่วน 6% ของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ก.ค.) บวกต่อเนื่อง 54% MoM(67% ของ Pre-COVID) มาจาก UAE, อิสราเอล และ ซาอุฯ (+BH)

โดยรวมตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7M65 เท่ากับ 3.2 ล้านคน (จีนราว 8.5 หมื่นคน) เทียบกับ 7M64 ที่ 5.9 หมื่นคน แม้คิดเป็นระดับประมาณ 14% ของ 7M62 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดช่วงที่เหลือของปีมีการเติบโตต่อเนื่อง หลังยกเลิก Thailand pass ตั้งแต่ 1 ก.ค. 65 ดังที่เห็นในการฟื้นตัวช่วง ก.ค. และมีแรงส่งช่วง 4Q เพราะการเข้าสู่ High Season ของท่องเที่ยวไทย หากกำหนดสมมติฐานให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยช่วงที่ เหลือของปีเพิ่ม 5% MoM ทุกเดือน จะทำให้นักท่องเที่ยวช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปีรวมกัน อยู่ที่ 6.5 ล้านคน (เฉลี่ย 1.3 ล้านคนต่อเดือน) ประเมินส่งให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยปี 2565 อยู่ที่ 9.7 ล้านคน (4.3 แสนคนในปี 2564) และคาดการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคนใน ปี 2566 (ราว 50% ของ Pre-COVID) อานิสงค์จากการเปิดประเทศเต็มปี

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย คาดผลักดัน Earning Momentum ของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวไทย ในช่วง 2H65 ไต่ระดับ QoQ และต่อเนื่องถึง 1Q66 ที่เป็น High Season ของท่องเที่ยวไทย เลือก AOT(FV@B80), CENTEL(FV@B54) และ ERW(FV@B4.6)

UPSIDE ยังเปิด คาดเป้าหมาย 1730 จุด ชอบ BLA KTB CENTEL

กำไรงวด 2Q65 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่ตลาดคาด นำไปสู่การปรับ ประมาณการขึ้น โดยกำไรงวด 2Q65 อยู่ที่ 3.48 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 26.4%yoy, +35%QoQ) และสูงกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดสูงถึง 6% (กำไร 1H65 คิดเป็น 57% ของประมาณการเดิม) ทำให้ฝ่ายวิจัยต้องทำการปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี 2565 ขึ้นอยู่ ซึ่งล่าสุดกำไรสุทธิทั้งปี 2565 คาดไว้ 1.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการ เดิมที่ 1.04 ล้านล้านบาท หนุนให้ EPS 2565F ปรับขึ้นจาก 88.90 บาท/หุ้น กลายเป็น 94.30 บาท/หุ้น

สภาวะตลาดหุ้นไทยดูมีเสน่ห์มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ให้นักลงทุนมีโอกาสซื้อขายหุ้นไทย บน Market Earning Yield Gap ที่แคบลง โดยฝ่ายวิจัยฯ อาจลดระดับ MEYG ที่ประเมิน ดัชนีเป้าหมายลงมาจาก 4.4% มาอยู่ที่ 4.2% (เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต) ซึ่ง MEYG ที่แคบลง จะช่วยหนุนให้ตลาดซื้อขายบน P/E ที่สูงขึ้น ด้วย 3 เหตุผลดังนี้

1. สภาพแวดล้อมที่กดดันตลาดฯช่วง พ.ค.-ก.ค.65 เริ่มแผ่วลงในปัจจุบัน ทั้ง อัตราเงินเฟ้อที่สูงจากราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น, การปรับขึ้นดอกเบี้ย นโยบายครั้งแรกในรอบ 4 ปี

2. ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างยูเครน-รัสเซีย และจีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ แม้ จะร้อนแต่ยังไม่นำไปสู่ความรุนแรง โดยเชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดการสงครามที่ ขยายวงออกไป มีค่อนข้างน้อย อีกทั้งสถานการณ์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ได้ถูกสะท้อน ลงในราคาหุ้นไปแล้ว

3. ตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ดูดีกว่าในมุมเศรษฐกิจ โดย คาดหวังการฟื้นตัวกลับในช่วง 2H65 จากการกลับมาเปิดประเทศ และผ่อนคลาย มาตรการโควิด-19 บวกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ อาทิ โครงการ คนละครึ่งเฟสที่ 5 ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเศรษฐกิจเริ่มชะลอ หนุนให้ Fund Flow ทยอยไหลเข้ามากขึ้น

การปรับเปลี่ยน Market Earning Yield Gap จาก 4.4% มาเป็น 4.2% และการปรับ สมมุติฐานกำไรทั้งปี 2565 ขึ้น โดย EPS65F ล่าสุดอยู่ที่ 94.3 บาท/หุ้น ซึ่งทั้ง 2 ส่วนหนุน ให้ Target SET Index ณ สิ้นปีอยู่ที่ 1730 จุด ถือเป็นโอกาสสะสมในปัจจุบันเพื่อรับ ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ เลือกหุ้นที่กำไรโตเด่นในปีนี้ รวมถึงได้ประโยชน์จากภาวะ ดอกเบี้ยขาขึ้นอย่าง BLA KTB และ CENTEL หุ้นเปิดเมืองกำไรโตเด่น Valuation น่าสนใจ เป็น Top picks

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย