อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
สัปดาห์นี้ประเด็นทางการเมืองน่าจะอยู่ในความสนใจ เนื่องจากเป็นรอยต่อของการ ตีความว่า วาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีจะครบ 8 ปี ตามข้อกำหนด รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 หรือไม่ ทั้งนี้กระบวนการในการพิจารณาของ ศาล รัฐธรรมนูญ คาดว่าจะเริ่ม 24 ส.ค.65 ในการพิจารณาว่าจะรับ หรือไม่รับ พิจารณา คำร้องเรื่องการดำแหน่งของนายกฯหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะรับพิจารณา และต้อง ตามต่อว่าในช่วงที่ ศาลฯ พิจารณาอยู่จะมีคำสั่งชั่วคราวอะไรออกมาหรือไม่ เช่น การให้ ยุติการปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว หลังจากนั้นก็จะมีการนัดฟังคำวินิจฉัย ซึ่งเชื่อ ว่าไม่น่าจะใช้เวลาในการพิจารณานานนัก เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยในข้อกฎหมาย เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวไม่น่าจะมีผลต่อทิศทางของ SET Index มากนัก ส่วนเรื่องอื่นที่ติดตามคือแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
SET Index น่าจะผันผวนกรอบการเคลื่อนไหว 1610 – 1640 จุด พอร์ตจำลองให้ ขายทำกำไรหุ้น III และลดน้ำหนัก CRC ลง 5% ให้นำเงิน 10% เข้าซื้อ BLA หุ้น Top Pick เลือก BH, BLA และ KBANK (BK:KBANK)
ตลาดหุ้นรอการประชุม JACKSON HOLE ขณะที่ก๊าซจากรัสเซีย ไปยุโรป ชะงัก ทำสถานการณ์ตึงเครียดอีกครั้ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลง 0.8%-2% จากที่นักลงทุนจับตาการประชุม JACKSON HOLE (วันที่ 26 ส.ค.65) ซึ่งคาดจะเห็นการแสดงท่าที่การดำเนินนโยบายการเงินของเฟดใน อนาคต โดย คาดว่า FED จะส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งปรับลดขนาดงบดุล (QT) ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่ยัง ทรงตัวระดับสูง
โดย ก่อนหน้านี้ นายพาวเวล กล่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อสะกัดเงินเฟ้อให้ได้ โดยคาดหวังอัตราเงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับ 2% ซึ่งตัวพาวเวลไม่คิด ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากหลายภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจยังคง มีความแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงตลาดแรงงาน
หากพิจารณาจากFED Watch tool จะเห็นว่ามีโอกาส 52% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% และ มีโอกาส 48% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งหน้า โดยคาดอัตรา ดอกเบี้ยปลายปีนี้อยู่ที่ 3.75%
ขณะที่ประเด็นรัสเซียหยุดส่งก๊าซธรรมชาติไปยุโรป ทำให้ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้น 10% ใน วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหลังจากที่ Gazprom บริษัทก๊าซยักษ์ใหญ่ของรัสเซียได้ทำการ ประกาศว่าจะมีการระงับการส่งก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรปผ่านท่อ Nord Stream 1 เป็น เวลา 3 วัน (ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.65 - 2 ก.ย.65) เพราะมีความจำเป็นในการซ่อมบำรุงท่อ ดังกล่าว โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ในขณะที่ยุโรปกำลังพยายามเร่งกักเก็บก๊าซ ธรรมชาติไว้ใช้ในหน้าหนาว ซึ่งหากมีก๊าซธรรมชาติส่งมาไม่เพียงพอต่อการกักตุน ก็อาจ สร้างปัญหาใหญ่หรือวิกฤตทางพลังงานและเศรษฐกิจในยุโรปได้ โดยเฉพาะในประเทศ เยอรมัน ที่ต้องพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียระดับสูง
สรุป ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป ปรับตัวลงจากที่นักลงทุนรอความชัดเจนจาก การประชุม JACKSON HOLE คาดเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ย และตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆใน อนาคต ขณะที่การหยุดส่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียไปยังยุโรป ถือเป็นความเสี่ยงในเชิง ภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง และหากยืดเยื้อคาดเป็นตัวกดดันเศรษฐกิจทั้ง 2 ฝั่งในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงใดๆ ภายใต้กฎกติกาที่ชัดเจน ไม่เป็นเรื่องที่น่ากังวล
17 ส.ค.65 ผู้นำฝ่ายค้าในสภาผู้แทนราษฎร์ ได้ยื่นหนังสือต่อ ประธานสภาผู้แทนราฎร์ เพื่อ พิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าคำร้องของ ผู้นำ ฝ่ายค้านฯ คาดว่าจะถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 22 หรือ 23 ส.ค.65 ซึ่งประเมินว่า ศาลจะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 24 ส.ค.65 ซึ่งในการพิจารณาจากมีคำสั่ง ให้ นายกรัฐมนตรี ยุติ การปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ได้ ส่วนผลคำวินิจฉัยคงจะมีออกมา หลังจาก 24 ส.ค.65 โดยหากศาลฯ วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ณ เที่ยงคืนวันที่ 23 สิงหาคม 2565 ก็จะทำให้พ้นสภาพการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ส่งผลต่อเนื่อง ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นสภาพไปด้วย ขณะที่ กระบวนการทางรัฐสภาก็ต้องดำเนินการเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาทำ หน้าที่แทน และตามด้วยการที่รัฐมนตรีต้องแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีใหม่ แต่อย่างไรก็ตามหาก เป็นไปในทางตรงข้าม คือ ศาลฯ วินิจฉัยว่า การดำรงแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่ครบ 8 ปี ก็จะทำให้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ อย่างน้อยจนถึงการ ประกาศยุบสภาฯ หรือ วาระของสภาสิ้นสุดลงในเดือน มี.ค.2566 ทั้งนี้ประเด็นที่ต้อง พิจารณา คือ จุดตั้งต้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่าจะเริ่มนับวันไหน ซึ่งมีความเป็นไปได้อยู่ 3 ทางเลือก
• เริ่มนับ 24 ส.ค.2557 ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกหลังการ ทำรัฐประหาร ซึ่งหากเป็นกรณีนี้ ก็จะครบกำหนด 8 ปี ณ เที่ยงคืนของวันที่ 23 ส.ค. 2565
• เริ่มนับ เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลบังคับใช้ 6 เม.ย. 2560 กรณีนี้จะครบ กำหนด 8 ปี ในวันที่ 5 เม.ย.2568
• เริ่มนับ การดำรงตำแหน่งในรอบการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 ซึ่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อ 9 มิ.ย.2562 ก็จะครบกำหนด 8 ปี 8 มิ.ย.2570
ในระยะสั้น ซี่งอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ปัจจัยทางการเมืองจะเป็นปัจจัยที่นัก ลงทุนให้ความสนใจ แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะมีน้ำหนักต่อทิศทางของ SET Index ที่ จำกัด เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตาม กฎกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และ ไม่ได้นำไปสู่ความรุนแรงใดๆ ในช่วงเวลาที่ใกล้จะรู้ผลสรุป จึงน่าจะเห็นเพียงความผัน ผวนในระยะสั้น จากประเด็นการเมืองดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์
ค้นหาหุ้นปันผลระหว่างกาลสูง + พื้นฐานมั่นคง ชอบ BH BLA KBANK
หลังจากบริษัทจดทะเบียนรายงานงบการเงินงวด 2Q65 เสร็จสิ้น ก็เข้าสู่ช่วงการจ่ายปันผล ระหว่างกาล โดยล่าสุดมีหุ้นที่ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลมาแล้วทั้งสิ้น 194 บริษัท มี Dividend Yield เฉลี่ยต่อหุ้นอยู่ที่ 1.82% (ปี 2564 มีการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 225 บริษัท 1.77% )
และอีกกลุ่มหนึ่งที่ แม้ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน ก.ย. 65 แต่ฝ่ายวิจัยฯ พอที่จะคาดการณ์ และทำการค้นหาหุ้นที่น่าจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน ก.ย. และมีโอกาสจ่ายปันผลสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากผลประกอบการช่วง 1H65 ปีนี้สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอีก โดยผ่านเงื่อนไขต่างๆดังน
1. เป็นหุ้นปันผลสูง ที่เคยขึ้นเครื่องหมาย XD เดือน ก.ย. 64 หรือบริษัทที่ยังไม่ ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล
2. ผลประกอบการช่วง 1H65 ปีนี้ สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีโอกาสได้ปัน ผลสูงขึ้น
3. เป็นหุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” และมี Upside >0%
ัจจุบันตลาดหุ้นเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด หลังจากปรับตัวขึ้นมาแรง หนึ่งในกลยุทธ์ หุ้นปันผลมักจะ Outperform ตลาดก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD แนะนำเก็งกำไรหุ้นพื้นฐานดี มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล SPALI, SIRI, PTT (BK:PTT), OR, DRT, HMPRO, KBANK เป็นต้น
ขณะที่ SET Index ในสัปดาห์นี้คาดผันผวนในกรอบแคบ 1610 -1640 จุด และวางกล ยุทธ์เป็นหุ้นที่มีปันผลระหว่างกาล และมีพื้นฐานแข็งแกร่ง สามารถ Outperform ตลาดฯได้ในช่วงนี้อย่าง BH(Div Yield ระหว่างกาล 0.6%) BLA(Div Yield ระหว่าง กาล 0.9%) และ KBANK(คาด Div Yield ระหว่างกาล 0.4%) เป็น Toppicks
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities









